3,593
VIEWS

ชิเซโด้ ยักษ์ใหญ่เครื่องสำอางโลก ใช้ Smart Tech รับมือช็อปปิ้งออนไลน์

May 03, 2018 P.Patikom

หนึ่งในยักษ์ใหญ่ธุรกิจเครื่องสำอางของโลก ชิเซโด้ (Shiseido) ซื้อธุรกิจสตาร์ทอัพด้านดิจิตอลใน ซิลิคอน วัลเลย์ เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจออนไลน์, ขณะที่แบรนด์หรูอื่นๆก็ทำเช่นกัน เช่น LVMH มีการลงทุนในบริษัทด้านเทคโนโลยี

ชิเซโด้ ซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่ขาย เครื่องสำอาง Laura Mercier และน้ำหอม Dolce & Gabbana, มียอดขายเครื่องสำอางมูลค่า 1 ล้านล้านเยน (ประมาณ 9.3 พันล้านดอลลาร์) ในปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ธุรกิจของชิเซโด้ อยู่ในร้านค้าแบบดั้งเดิมที่ลูกค้าสามารถหาสินค้าตัวอย่างสำหรับแบรนด์ที่ต้องการทดลองได้ด้วยตัวเอง

นั่นเป็นปัญหาสำหรับ Masahiko Uotani, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชิเซโด้ กล่าวว่า "ผู้บริโภคในวัยรุ่นและวัยยี่สิบมักชอบซื้อสินค้าออนไลน์มากกว่าที่จะซื้อจากพนักงานขายในห้างหรือร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ดังนั้น โซลูชันของ Uotani คือ ร่วมเป็นพันธมิตรกับ - และแม้กระทั่งซื้อ - ธุรกิจสตาร์ทอัพเล็กๆ ใน ซิลิคอน วัลเลย์ (Silicon Valley) และ Hub เทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Augmented Reality (AR) รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ

ความใฝ่ฝันของเขาคือการช่วยให้ผู้ซื้อสามารถซื้อเครื่องสำอางออนไลน์ โดยมีประสบการณ์เหมือนการซื้อในร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ที่ได้ทดลองใช้เครื่องสำอางในร้านค้า โดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) เพื่อสร้างการแต่งหน้าเสมือนจริงสำหรับลูกค้าออนไลน์

"โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกค้าวัยรุ่น พวกเขามักจะไม่เข้าไปในร้านค้า" Uotani กล่าวในการให้สัมภาษณ์ "วิธีที่พวกเขาซื้อ, วิธีที่พวกเขาแบ่งปันความตื่นเต้นของเขากับเพื่อนของพวกเขา จะแตกต่างจากคนรุ่นเก่าอย่างสิ้นเชิง"

ปัจจุบันเทคโนโลยีและการช็อปปิ้งออนไลน์กำลังมีผลกระทบกับ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับความงามมูลค่า 440 พันล้านดอลลาร์ทั่วโลก ขณะที่เมื่อปี 2016 มีเพียงประมาณ 6.9 เปอร์เซ็นต์ในอุตสาหกรรมนี้ที่ขายออนไลน์, จากรายงานของบริษัทวิจัยด้านการตลาด Euromonitor International, อีคอมเมิร์ซมีความสำคัญมากขึ้นเนื่องจากยอดขายออนไลน์ทะยานขึ้นในจีนและตลาดอื่นๆ

รายงานของ Theo Forrester Research คาดว่า ในจีนจะมียอดค้าปลีกออนไลน์โดยยรวมสูงขึนถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2018 การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในพฤติกรรมการช็อปปิ้งในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และทั่วโลก ทำให้แบรนด์ใหญ่ต้องช่วงชิงช่องทางนี้เพื่อที่จะรักษาตลาดไว้  

บริษัท L'Oreal SA ของฝรั่งเศสแถลงเมื่อวันที่ 16 มีนาคมว่า จะซื้อกิจการ บริษัทเทคโนโลยีของแคนาดา ModiFace ซึ่งมีพนักงานมากกว่า 70 คน, ModiFace พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) เพื่อดูว่าพวกเขาจะดูเป็นอย่างไรเมื่อแต่งหน้าด้วย บลัชออน และอายแชโดว์ แบบต่างๆกัน, L'Oreal ได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมของฝรั่งเศส Xavier Niel เพื่อสร้างตัวเร่งในการใช้ไฮเทคที่เป็น Smart Technology ในการขายออนไลน์สำหรับบริษัทเทคโนโลยีความงาม

บริษัทยักษ์ใหญ่สินค้าระดับหรูของฝรั่งเศสอีกราย LVMH (Moët Hennessy Louis Vuitton SE) กำลังทำงานร่วมกับ Niel ด้วยเช่นกัน บริษัท ประกาศเมื่อวันที่ 10 เมษายน ทำโปรแกรม La Maison des Startups เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ Niel’s Paris-based campus สำหรับบริษัท ใหม่ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยี และบริการสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำหอมและเครื่องสำอาง เช่นเดียวกับ ไวน์, แฟชั่น และธุรกิจของ LVMH อื่นๆ

'ในจีน การขายผ่านอีคอมเมิร์ซคิดเป็นสัดส่วน 25 เปอร์เซ็นต์ ของธุรกิจของชิเซโด้" Uotani กล่าว "และในอีก 3 ปีจะเพิ่มขึ้นเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์, สำหรับ ชิเซโด้ ทั่วโลก 15 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย จะเกิดขึ้นในระบบออนไลน์ภายในปี 2020 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 8 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีที่แล้ว" เขากล่าว

เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ชิเซโด้ ได้เปิดเผยถึง การเข้าซื้อกิจการของกลุ่มวิจัยและพัฒนา และสินทรัพย์อื่นๆ ของ Olivo Laboratories ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีผิวหนังเทียม (Artificial Skin Technology) ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Watertown รัฐ Massachusetts ใกล้กับ Harvard และ MIT ผิวหนังเทียมยังไม่ได้เริ่มขายในเชิงพาณิชย์ แม้ว่าบริษัท จะสามารถนำมาใช้ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งเป็นชั้นรองพื้นภายใต้การแต่งหน้า

การเข้าซื้อกิจการของ Shiseido ในบริษัทอื่นๆ ได้แก่ ซื้อธุรกิจสตาร์ทอัพ MatchCo ในปี 2017, MatchCo พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับลูกค้า ที่สามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนของตน เพื่อสรรหาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเฉพาะตัวที่เข้ากับโทนผิวของตน

Dave Gross ผู้ร่วมก่อตั้ง MatchCo และผู้จัดการทั่วไปกล่าวว่า "อีคอมเมิร์ซยุคแรกเป็นเรื่องของการจำลองประสบการณ์ในร้านค้าออนไลน์ แต่ในธุรกิจเครื่องสำอางออนไลน์ มีชั้นของความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของลูกค้า ดังนั้นในแง่นี้จะมีปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการช่วยให้ลูกค้าหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเฉพาะกับตัวเขา"

เพื่อช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวในเดือนพฤศจิกายน ชิเซโด้ ได้ซื้อ Giaran ซึ่งเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพที่พัฒนาเทคโนโลยี AI ด้วย Simulation Technology (เทคโนโลยีการสร้างภาพจำลอง), Giaran ต้องการให้ผู้บริโภคสามารถใช้โทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์ของพวกเขา ในการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางเสมือนจริง  สามารถแต่งหน้าแล้วลบแล้วแต่งใหม่ในระบบดิจิตอล เพื่อให้พวกเขาสามารถเลือกเครื่องสำอางที่เมื่อใช้แล้วดูดีก่อนตัดสินใจซื้อในระบบออนไลน์

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บริษัทในอุตสาหกรรมความงามจำนวนมากจะสนใจในเทคโนโลยีสำหรับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขายเครื่องสำอางออนไลน์มากขึ้น Deborah Aitken นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence ในกรุงลอนดอนกล่าวว่า "บริษัทใปนอุตสาหกรรมความงามต่างๆ จำเป็นต้องตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าในเอเชียในการซื้อเครื่องสำอางค์และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามผ่านระบบออนไลน์"

ในการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) อย่างเช่น AI, AR มาใช้ตอบสนองพฤติกรรมช็อปปิ้งออนไลน์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ บริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกความงามได้เคลื่อนไหวเชิงรุกในหลายด้าน 

L'Oreal ได้เพิ่มพนักงานกว่า 1,700 คนในการทำงานด้านดิจิตอลในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา อ้างอิงคำพูดของ CEO Jean-Paul Agon เมื่อปี 2017, ในเดือนธันวาคม Estee Lauder Cos. ได้ประกาศความร่วมมือกับธุรกิจสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี Perfect Corp. ในการนำ Augmented Reality Program (AR Program) สำหรับให้บริการโดยที่ปรึกษาด้านความงาม 17,000 แห่งของบริษัท

Marc Rey, CEO ของ Shiseido อเมริกา กล่าวว่า "ชิเซโด้ (Shiseido) มุ่งมั่นที่จะเพิ่มพนักงาน R&D ในปี 2020 เป็น 1,500 คน เพิ่มขึ้นจาก 1,000 คนในปี 2014 คาดว่าจะเห็นผลตอบแทนในการลงทุนจากเทคโนโลยีที่มีอยู่ในไม่ช้า"

"มันไม่ต้องรอถึงสิบปี" Rey กล่าว "มันกำลังเกิดขึ้นแล้วจริงๆ"

Cr : Bloomberg

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.