Phone Love vs Human Love เรารักมือถือมากเกินไปหรือเปล่า ?

May 19, 2017 M.Pussapol

ทุกวันนี้  คนเราผูกพันกับโทรศัพท์มือถือเกินกว่าที่เราคิดมาก   เรานอนกับมัน  เวลากินก็ต้องมีมันอยู่ข้างตัว ไม่ว่าไปที่ไหนก็ต้องนำมันไปด้วย 

ผลสำรวจล่าสุด ระบุว่า  คนจีนเช็คมือถือ โดยเฉลี่ย 47 ครั้งต่อวัน  และสูงถึง  82 ครั้งต่อวัน ถ้าเป็นคนอายุระหว่าง 18 ถึง 24 ปี

และเราก็มีเหตุผลที่ดีว่า ทำไมถึงรักมือถือมากขนาดนั้นด้วย มือถือสามารถบอกสภาพอากาศ บอกเวลาในแต่ละวัน บอกว่าวันนี้เราเดินไปแล้วกี่ก้าว  มันบอกนัดหมายของเรากับคนรัก  มอบความบันเทิงให้เราด้วยเสียงดนตรี  เชื่อมต่อเรากับเพื่อนๆ และครอบครัวๆ มันช่วยตอบคำถามที่เราสงสัย  ระงับความรู้สึกเปลี่ยวเหงา และวิตกกังวลของเราให้จางหายไป

แต่จริงๆ แล้ว ความรักมือถือสามารถไปไกลมากกว่านั้น ไกลจนสามารถแทรกแซงความรักของมนุษย์ เช่น ความใกล้ชิดแบบต้องเจอกันสองต่อสอง หรือต้องเห็นตัวเป็นๆ แบบในอดีต ซึ่งเป็นได้ทั้งกับหุ้นส่วนธุรกิจ คู่สมรส คนรัก หรือคนสำคัญอื่นๆ

คุณสนใจมือถือ

มากกว่าคนที่นั่งตรงข้ามหรือเปล่า ? 

ผลสำรวจความเห็นของผู้หญิงจำนวน 143  คน ในปี 2016  ที่เผยแพร่หัวเรื่อง จิตวิทยาวัฒนธรรมการใช้ตามสื่อกระแสนิยม ระบุว่า 70% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยอมรับว่า สมาร์ทโฟนส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ของพวกเธอ มากกว่า 1 ใน 3  ระบุว่า คู่ของเธอ ตอบสนองต่อการแจ้งเตือน (Notifications) ใดๆ ทันทีระหว่างการสนทนา 1 ใน 4  บอกว่าคู่ของเธอ พิมพ์ข้อความโต้ตอบ ( Texted) ทันทีระหว่างการสนทนา

สุดท้าย ผู้ตอบแบบสอบถาม บอกว่า ยิ่งคู่สนทนาตอบสนองต่อเรื่อง Technoference มากเท่าไหร่ เธอก็รู้สึกไม่มีความสุขมากขึ้นเท่านั้น  ยิ่งรู้สึกว่า ความสัมพันธ์มีปัญหา รวมถึงการใช้ชีวิตด้วย

ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่รู้สึกข้างต้น  James Roberts  ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ภาควิชาการตลาดที่ Baylor University  สอบถามหญิงชายรวม 175 คน  เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟน  

เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามผู้ชายหรือ 46 % ระบุว่า คู่สนทนาของเขาแสดงความไม่พอใจ ตอนที่เขาสนใจมือถือมากๆเสมอ 

ความแตกต่างของ Phubbing กับ Technoference

ความขัดแย้งระหว่างความรักมือถือ (Phone Love) กับความรักของมนุษย์ (Human Love) เป็นเรื่องปกติ  ดังนั้นจึงมีศัพท์เฉพาะของตัวเอง

หากคนรักหรือคนใกล้ชิดของคุณหลงใหลคลั่งไคล้มือถือมากเหลือเกิน  จะใช้คำว่า Phubbing (Phone + Snubbing)

หากคุณกำลังเห็นว่าคนใกล้ชิดโปรดปรานเทคโนโลยีประเภทใดเกินปกติ คุณอาจเรียกเขาว่าเป็น  Technoference

คนที่คู่สนทนาระบุว่า เข้าระดับ Phubbing  ระดับสูง  ยอมรับว่า ความขัดแย้งเรื่องความสัมพันธ์อยู่ในระดับที่สูงขึ้น

"กุญแจสำคัญของการทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีคือ อยู่กับปัจจุบัน สนใจกับคนที่อยู่ตรงหน้า" James Roberts ผู้เขียนเรื่อง "Too Much of Good Thing: Are You Addicted to Your Smartphone?

"เมื่อคู่สนทนาของใครสักคน เช็คมือถือของตัวเองตลอดเวลา ก็เหมือนสื่อสารโดยนัยว่า สิ่งที่อยู่บนมือถือน่าสนใจกว่าคุณ

ภายใต้ภารกิจของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ที่เชื่อมต่อกับเทคโนโลยีทุกวัน  เรามักละเลยคนใกล้ตัว และถูกขัดจังหวะชีวิตบ่อยๆ ด้วยการเชื่อมต่อที่ก้าวล้ำมากขึ้น

"คนจำนวนไม่น้อยเริ่มตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ"  Sherry Turkle  ศาสตราจารย์ด้านเทคโนโลยี และผู้เขียนเรื่อง “Reclaiming Conversation: The Power of Talk in a Digital Age.” ให้ความเห็น

"พวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้ว่า จะทำอย่างไร แต่ก็เปิดกว้าง พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง"

Judith Bell  โค้ชด้านความเป็นผู้นำ และผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตร  Relationships That Work  ในเมืองโนวาโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้สังเกตเห็นว่า  ลูกค้าของเธอเริ่มกำหนดขอบเขตการใช้มือถือ

"ตอนนี้พวกเขาปิดมือถือขณะเรียน เทียบกับ 1-2 ปีก่อน พวกเขาจะรับมือถือทันทีเมื่อมีสายเข้า” 

ถ้าคุณรู้สึกผิดหวังในความสัมพันธ์ อันเนื่องมาจากการใช้มือถือของคู่สนทนา วิธีที่ดีที่สุดคือ คุยกัน แต่พยายามพูดเชิงบวก "เน้นถึงประโยชน์ของการได้ติดต่อกันมากขึ้น"  Judith Bell  กล่าว แทนที่จะบอกคู่สนทนาของคุณว่า อะไรควรทำ และอะไรไม่ควรทำ ลองใช้วิธี เช่น

"ดิฉันชอบคุยกับคุณนะคะ  แต่ถ้าคุณคอยเช็คมือถือตลอดเวลา ก็ยากที่จะคุยให้ออกรสได้ คุณว่าอย่างนั้นไหมคะ"

รู้ว่าปัญหาคืออะไร ?

จากนั้นกำหนดวิธีแก้ไข

"ขั้นตอนแรกคือการรับรู้" ศาสตราจารย์ Roberts  กล่าวต่อไปนี้เป็นคำแนะนำ เพื่อหยุดใช้มือถือให้นานพอสำหรับการคุยกับหุ้นส่วน เพื่อนร่วมงาน และคนรักของคุณ

1.กำหนดเขต "ปลอดมือถือ" ในบ้าน หรือที่ทำงาน  คุณกับสามีหรือภรรยา ตัดสินใจกำหนดพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในบ้าน เช่น ห้องนั่งเล่น และห้องครัว ส่วนที่ทำงาน กำหนดร่วมกันกับทีมว่า ห้องประชุมว่า ควรเป็นพื้นที่ Technology-Free  คิดถึงเรื่องการลดการใช้มือถือในรถ  เพื่อให้สามารถใช้เวลาคุยกับคู่สนทนาได้เต็มที่  

2.วางมือถือไว้บนโต๊ะ หรือใส่ไว้ในลิ้นชัก  ขณะต้องทานอาหาร จะช่วยให้ทุกการสนทนาลื่นไหล

ผลการศึกษาของนิตยสาร Environment & Behavior ระบุผลกระทบของการวางมือถือไว้บนโต๊ะว่า คู่สนทนามักให้ความสำคัญกับการสนทนาน้อยลง วอกแวกมากขึ้น  เมื่อเทียบกับการพูดคุยที่ไหลลื่นมากเมื่อบนโต๊ะไม่มีมือถือ

3. ฝึกมารยาทในการใช้มือถือ  ถ้าคุณต้องเช็คมือถือบ่อยๆ ต้องบอกคู่สนทนาก่อน เช่น วันนี้จะมี

ข้อความสำคัญส่งมาจากออฟฟิศ สัก 3-4 นาที ต้องดูมือถือครั้งหนึ่ง ขออนุญาตนะครับ  

"ความท้าทายเรื่องใหญ่ ๆ คือ เราแทบไม่เคยพูดถึงประเด็นเหล่านี้กันเลย"  Daniel Ellenberg นักจิตเวท ซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับ  Judith Bell  กล่าว

"เป็นไปได้มากเลยว่า เราจำเป็นต้องเปิดคอร์สสอนเรื่องนี้แบบเป็นทางการกันจริงๆ จังๆ แล้ว"

ที่มา   http://m.cn.nytimes.com  

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.