10,344
VIEWS

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ “กล่องเครื่องดื่ม” กลายเป็นกระบอกเสียงของแบรนด์

Jun 26, 2018 R.Somboon

เวลาเดินเข้าไปในร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ต จะพบเห็นกล่องเครื่องดื่มวางเรียงรายบนชั้นต่างๆ มีรูปทรง ดีไซน์ สีสันตัวอักษรหลากหลายรูปแบบ ความแตกต่างของกล่องเครื่องดื่มนานาชนิดได้กลายเป็นจุดขาย และเป็นเครื่องมือการขายที่ทรงพลังเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง เพราะผู้บริโภคสามารถหยิบจับสัมผัส ทำความรู้จัก และเข้าใจคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์และแบรนด์นั้นๆ

กล่องเครื่องดื่ม จึงไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ในการเป็นแพ็กเกจจิ้งของสินค้า แต่ยังทำหน้าที่เป็น Silent Selman หรือ “เซลส์แมนเงียบ” ที่ช่วยขายสินค้าที่เปี่ยมไปด้วยพลัง และสามารถสร้างแรงดึงดูดผู้บริโภคให้หันมาสนใจจนสามารถปิดการขายได้เป็นผลสำเร็จ.... 

ครั้งหนึ่ง เต็ดตร้า แพ้ค บริษัทชั้นนำด้านกระบวนการผลิต และบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร เคยออกมาเผยถึงผลวิจัยในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคว่า จากสถิติพบว่าผู้บริโภคจะใช้เวลาเฉลี่ย 15-20 นาที สำหรับการเลือกซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าขนาดกลาง ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกถึง 20,000-60,000 รายการ และในการจับจ่ายใช้สอยแต่ละครั้ง ผู้บริโภคจะใช้เวลาประมาณ 1.6 วินาทีในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์แบรนด์หนึ่ง หรืออาจจะหันไปสนใจแบรนด์อื่นแทน หรือแม้แต่เปลี่ยนใจไปซื้ออย่างอื่นแทน

นอกจากนี้ ในตะกร้าที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าโดยเฉลี่ยแล้วจะมีสินค้าอยู่ในตะกร้าประมาณ 57 ชิ้น นั่นหมายความว่ามีผลิตภัณฑ์มากกว่า 50,000 ชิ้นในร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ถูกผู้บริโภคมองข้ามไป และกว่า 70-80% เป็นการตัดสินใจซื้อที่เกิดขึ้นภายในร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ผลวิจัยดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า การออกแบบกล่องเครื่องดื่ม จึงต้องพัฒนาให้ทำหน้าที่ได้มากกว่าการ “บรรจุ” ที่ต้องปกป้องคุณค่าอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ภายในแล้ว

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ พฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย นอกจากนี้ยังมีการแบ่งกลุ่มผู้บริโภคแยกย่อยลงไปอีกทั้งเพศ อายุ ไลฟ์สไตล์ กำลังซื้อ เป็นต้น กล่องเครื่องดื่มจึงทำหน้าที่ทั้งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของแบรนด์อย่างชัดเจน ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆ

ดังนั้นองค์ประกอบทุกส่วนของกล่องเครื่องดื่มทั้งวัสดุที่ใช้ผลิต ดีไซน์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ทั้งขนาด รูปทรง รูปภาพ ข้อความ สีสัน หรือแม้กระทั่งฝาเปิด-ปิด ล้วนเป็นสิ่งที่แบรนด์นั้นๆ สามารถใช้สื่อสารถึงผู้บริโภคได้ทั้งสิ้น เมื่อการดีไซน์สร้างความโดดเด่น และสื่อสารด้วยข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ใช้สีสันและการออกแบบที่สร้างความรู้สึกให้กับกลุ่มเป้าหมาย จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับกลุ่มเป้าหมาย หยิบผลิตภัณฑ์ไปพิจารณา รวมทั้งการอ่านข้อมูลที่ฉลากและตัดสินใจซื้อในที่สุด”

“Sizing” ตอบทุกความต้องการบริโภค

กล่องเครื่องดื่มได้รับการออกแบบให้มีหลากหลายขนาด เพื่อให้เหมาะกับผู้บริโภคแต่ละเพศแต่ละวัย และกำลังซื้อที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น คนเมืองและครอบครัวขนาดใหญ่นิยมบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากราคาคุ้มค่ามากกว่า

ขณะที่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่าง “นม” มีการปรับเปลี่ยนความสูงของกล่องเครื่องดื่ม เพิ่มหรือลดขนาดบรรจุ ปรับเปลี่ยนฝาเปิด-ปิด ติดหลอดดื่มหลากหลายประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และความต้องการของผู้บริโภค ทั้งขนาดมินิสำหรับเด็กเหมาะทั้งปริมาณบริโภค และกล่องเครื่องดื่ม สี่เหลี่ยมทรงสูง ขนาดใหญ่ 300 มิลลิลิตร เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายผู้ชายวัยทำงานที่ต้องการปริมาณการดื่มต่อครั้งที่มากกว่า หรือกล่องเครื่องดื่มรูปทรงแปดเหลี่ยมสูงเพรียว กระชับมือ พร้อมฝาปิดเพื่อเพิ่มความสะดวกในการบริโภค อีกทั้งในแง่การตลาดทั้งความโดดเด่นสะดุดตาเมื่อวางอยู่บนชั้นสินค้า และให้ภาพลักษณ์ของการเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม

“ยกแพ้ค” สะดวก โดนใจยุคประหยัด

กล่องเครื่องดื่มที่วางจำหน่ายในรูปแบบ “แพ้ค” ทั้งขนาดแพ้คสามกล่อง, สี่กล่อง, หรือ หกกล่อง กำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้บริโภค โดยในบางประเทศเช่น ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ได้กลายเป็นรูปแบบการขายมาตรฐาน และได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับกลุ่มครอบครัวที่มีปริมาณการบริโภคอย่างต่อเนื่อง การวางขายเป็นแพ้ค ทำให้ผู้บริโภคสะดวกในระหว่างจับจ่าย และลดความถี่ของการซื้อ เพราะมีระยะเวลาในการบริโภคนานขึ้น นอกจากนี้ยังประหยัด เพราะราคาต่อกล่องจะถูกลง ขณะเดียวกันในด้านผู้ค้าปลีก ยังช่วยลดต้นทุน และเพิ่มปริมาณการขาย เพราะง่ายต่อการวางสินค้าเพิ่มบนชั้นวาง และยังเป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ผู้ผลิตสามารถใช้สื่อสารข้อความต่างๆ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายได้ด้วย

“กรีน” คอนเซปต์มาแรง

ประเด็นโลกร้อนเป็นเรื่องสำคัญ และทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความใส่ใจกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในแถบสหภาพยุโรป ที่ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้งในส่วนของผู้ผลิต ทั้งการส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน โดยในขณะนี้ทั้งในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เอเชีย รวมถึงประเทศไทย ได้ริเริ่มให้มีการติดฉลากคาร์บอน (Carbon Label) ควบคู่กับฉลากคุณค่าทางโภชนาการ (Nutrition Facts) บนกล่องเครื่องดื่ม เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำจากกระบวนการผลิต

ถือเป็นอีกแนวโน้มที่น่าสนใจของการพัฒนาในเรื่องแพ็กเกจจิ้งในบ้านเรา..

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.