3,067
VIEWS

“KYMCO” เส้นทางการเป็นผู้นำตลาดไต้หวัน กับก้าวสำคัญระดับ Worldwide

Jul 03, 2018 S.Ammarit

เราคงเคยได้ยินกันมาว่าพลังงานน้ำมันของโลกกำลังจะหมดในอีกไม่กี่สิบปีนี้ ซึ่งก็ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ บวกกับค่ายรถยนต์หลายค่ายต่างสร้างรถยนต์ Electric Vehicle (EV) หรือยานพาหนะที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งรูปแบบรถยนต์และสกูตเตอร์ไฟฟ้า เป็นต้น โดยพยายามผลักดันให้ผู้บริโภคเห็นว่า รถยนต์พลังงานไฟฟ้า คืออีกหนึ่งทางเลือกของการเลือกยานพาหนะเพื่อขับขี่ เป็นการใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นพลังงานที่ไม่มีวันหมดไปง่ายๆ

ยานพาหนะในรูปแบบพลังงานไฟฟ้าจึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ได้เหมือนยานพาหนะทั่วๆ ไป แต่ใช้พลังงานสะอาดที่รักษ์โลก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่ง Mega Trend ที่กำลังชัดเจนขึ้นในยุคปัจจุบัน

วันนี้เราจะยกกรณีศึกษาของบริษัท KYMCO ที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์สองล้อที่ครอบคลุมทุกรูปแบบ และถือเป็นผู้นำตลาดของอุตสาหกรรมนี้ในประเทศไต้หวัน

KYMCO ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2507 ด้วยการร่วมมือด้านเทคนิคกับบริษัทฮอนด้า หลังจากนั้นก็ได้มีวิวัฒนาการจนกลายเป็นโลโก้ล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2535 และเริ่มทำการตลาดไปทั่วโลก

สิ่งสำคัญที่ทำให้  KYMCO เป็นผู้นำตลาดในประเทศไต้หวัน และสามารถขยายเครือข่ายไปทั่วโลกได้ คือการวางโครงสร้างบริษัทลูกในหลายประเทศ เช่น อเมริกา ยุโรป อังกฤษ ฟิลิปินส์ ญี่ปุ่น จีน อีกทั้งยังมีโรงงานที่ให้ความร่วมมือทางด้านเทคนิคในประเทศ มาเลเซีย โคลัมเบีย อิหร่าน อาร์เจนติน่า บราซิล และ อียิปต์ รวมแล้วมีช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งหมด 102 ประเทศ คือ ทวีปยุโรป 34 ประเทศ อเมริกา 25 ประเทศ เอเชีย 28 ประเทศ แอฟริกา 12 ประเทศ และ โอเชียเนีย 3 ประเทศ

ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ KYMCO ครอบคลุมตั้งแต่ Motorcycles, Scooters, Mobility, Scooters, ATVs & Utility Vehicles, Generators และ Electric Vehicles

ทั้งหมดนี้ทำให้ KYMCO มี Market Share สูงสุด (40%) ในตลาดไต้หวันติดต่อกันเป็นเวลา 18 ปี นอกจากนั้นจุดสำคัญที่ทำให้ KYMCO เป็นผู้นำในตลาดมาอย่างยาวนานคือการมี Exclusive Dealer กว่า 3,800 คน ด้านวิจัยและพัฒนา KYMCO ก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในปี 2521 มีพนักงานวิจัยและพัฒนา 500 คน โดยค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการวิจัยและพัฒนาจะมาจาก 7% ของรายได้

กลยุทธ์การทำตลาดและการสร้างแบรนด์ของ KYMCO คือการกระจายฐานการผลิตให้ครอบคลุมหลายๆ ประเทศ ใช้ขีดความสามารถของตัวเองร่วมกันพัฒนานวัตกรรมยานยนต์สองล้อกับพันธมิตร จนเกิดเป็นสิ่งใหม่ในอุตสาหกรรม และการให้ความสำคัญกับ R&D สิ่งสำคัญคือการพัฒนาบริษัทให้เติบโต รวมถึงวางรากฐานภายในประเทศให้แข็งแกร่ง ด้วยจำนวนดีเลอร์ที่สามารถกระจายผลิตภัณฑ์ให้ทั่วถึงทั้งประเทศ นี่อาจเป็นการบททดสอบอย่างหนึ่งที่ทำให้ KYMCO มั่นใจได้ว่า เมื่อตัวเองมีฐานที่แข็งแรงแล้ว การเติบโตในระดับโลกก็อาจทำได้ แต่ความท้าทายคือการนำนวัตกรรมที่ KYMCO คิดค้น ไปปรับใช้กับแต่ละประเทศ ซึ่งจะต้องศึกษาถึงวัฒนธรรม กฎหมาย และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ว่าสิ่งที่เราจะนำเสนอสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ หรือเปล่า

จุดเด่นหรือความชำนาญของ KYMCO คือการผลิตรถสกู๊ดเตอร์และรถ ATV ที่การันตีด้วยรางวัลที่ได้รับในปี 2558 เช่น ยอดขายสกู๊ดเตอร์สูงสุดในสเปน ยอดขาย ATV สูงสุดในเยอรมัน และยอดขาย ATV สูงสุดในประเทศฝรั่งเศส

จากเทรนด์โลกที่เกิดขึ้นที่ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) ทำให้ KYMCO มีทิศทางในการหันมาโฟกัสกับตลาด EV ด้วยการเปิดตัวรถสกูตเตอร์พลังงานไฟฟ้าเทคโนโลยี 2 รุ่นใหม่ แสดงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่ต้องการจะสร้างระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้ใช้งานได้จริงอย่างแพร่หลายสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก นั่นคือ KYMCO New Many 110 EV สกูตเตอร์ที่โดดเด่นด้วยสไตล์เรโทร ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ ขณะที่ KYMCO Nice 100 EV จะเป็นสกูตเตอร์ที่ดึงดูดผู้บริโภคในวงกว้างให้เปลี่ยนมาใช้รถพลังงานไฟฟ้า

“โดยรถสกูตเตอร์ใหม่ทั้ง 2 รุ่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งในแผนผลิตภัณฑ์รถพลังงานไฟฟ้าของคิมโคในอนาคตระยะใกล้ คิมโคเตรียมเปิดตัวรถสกูตเตอร์คุณภาพเยี่ยม 10 รุ่นภายในอีก 3 ปีข้างหน้า และมุ่งพลิกโฉมตลาดสกูตเตอร์พลังงานไฟฟ้าทั่วโลกโดยเริ่มต้นจากไต้หวัน ซึ่งมีการใช้งานรถสกูตเตอร์หนาแน่นที่สุดในโลก”

คิมโคยังเน้นย้ำถึงแนวคิดริเริ่มด้านระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าซึ่งเกิดขึ้นจากจิตวิญญาณ “Win My Heart” ที่แบรนด์ยึดถือมาอย่างยาวนาน รวมถึงเสาหลัก 3 ประการคือ ความโดดเด่น (Distinctions) ความภาคภูมิใจ (Pride) และความมุ่งมั่นตั้งใจ (Persistence) ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่นำพาคิมโคก้าวไปได้ไกลกว่าและพลิกโฉมคิมโคให้เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

อัลเลน โค Chairman of the KYMCO Group กล่าวว่า “Win My Heart หมายถึงแนวทางการดำเนินงานที่เหนือระดับและก้าวไปให้ไกลกว่าเพื่อให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกสิ่งที่เราทำ เรายึดถือแนวทางนี้มาอย่างยาวนานในการทุ่มเทเพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ในชีวิตประจำวันด้วยความใส่ใจ โดยมีเสาหลัก 3 ประการที่ประกอบขึ้นเป็นหัวใจของแนวทาง Win My Heart และเป็นแนวทางที่พนักงานทุกคนของคิมโคยึดถือเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีและสามารถชนะใจผู้บริโภคได้”

เสาหลักแรกคือ “Distinctions” หรือ “ความโดดเด่น” หมายถึงการสร้างความแตกต่างที่เหนือกว่า ด้วยการออกแบบนวัตกรรมใหม่เพื่อทำให้พื้นที่จัดเก็บของมีขนาดใหญ่ การถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่สามารถเปลี่ยนได้ง่าย อีกทั้งยังดึงดูดสายตาด้วยดีไซน์และฟังก์ชั่นใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน และการบุกเบิกเทคโนโลยีประหยัดพลังงานไบแอคทรอน (Biactron) ที่มอบสมรรถนะที่เหนือกว่าต่อการใช้พลังงานกิโลวัตต์ และมอบเครือข่ายชาร์จไฟฟ้า จุดชาร์จไฟฟ้า และสถานีพลังงานไฟฟ้าที่ช่วยให้ผู้ใช้งานปราศจากความกังวลด้านระยะทาง ด้วยสถานีชาร์จไฟฟ้าเร่งด่วนจำนวน 1,500 สถานี โดยสถานีชาร์จไฟแบบเร่งด่วนสามารถชาร์จไฟฟ้าให้เต็มแบตเตอรี่ได้ภายใน 1 ชั่วโมง และมีค่าใช้จ่ายเพียง 10 ดอลลาร์ไต้หวัน

เสาหลักที่สองคือ “Pride” หรือ “ความภาคภูมิใจ” ที่ทำให้ลูกค้ามีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ KYMCO เราตั้งใจรับฟังเสียงลูกค้าและค้นหาสิ่งที่จะเติมเต็มความต้องการของพวกเขา สิ่งที่เกิดขึ้นคือ KYMCO จะคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมจนกระทั่งมั่นใจว่าเป็นนวัตกรรมที่ดีที่สุด ซึ่งนั่นคือโซลูชั่นอี-สกูตเตอร์พลังไฟฟ้าที่ปฏิวัติวงการอย่างไอโอเน็กซ์ (Ionex)

เสาหลักที่สามคือ “Persistence” หรือ “ความมุ่งมั่นตั้งใจ” หมายถึงการเดินทางมาจากจุดเริ่มต้นตั้งแต่ที่ KYMCO เปิดตัวสกูตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นแรกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งมีระยะทางขับเคลื่อน 30 กม. และใช้เวลาชาร์จไฟ 6 ชั่วโมง สุดท้ายในวันนี้ KYMCO เปิดตัวสกูตเตอร์ไอโอเน็กซ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ คิมโค นิว เมนี่ 110 อีวี และคิมโค ไนซ์ 100 อีวี เพื่อบุกเบิกการขับเคลื่อนสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งในกระบวนการผลิต KYMCO ใช้เวลาเพียง 1 นาที ในการประกอบชิ้นส่วนรถสกูตเตอร์ไฟฟ้า EV ออกมาสำเร็จรูปได้ 1 คัน

เป้าหมายในการพัฒนารถสกูตเตอร์ไฟฟ้าของคิมโคคือการสร้างรถสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้ทุกคนสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง

“การเปิดตัวรถสกูตเตอร์ไอโอเน็กซ์ 2 รุ่นแรกของโลกในวันนี้ ผู้บริโภคสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าได้โดยไม่ต้องเกิดความกังวล และคือคำเชื้อเชิญให้ทั่วโลกเข้ามาร่วมการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อโลก มุ่งส่งเสริมภารกิจทางสังคมที่มีความสำคัญที่สุดในยุคปัจจุบัน”

สาเหตุที่ KYMCO มองว่าตลาด EV เป็นตลาดที่กำลังเติบโตและน่าจับตามองเกิดจาก 3 เหตุผล คือ 1. การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี  2. ความพร้อมของตลาดและการยอมรับของผู้บริโภค และ 3. การสนับสนุนและผลักดันจากภาครัฐ

1. ด้านเทคโนโลยี แม้ว่าตลาดจะเริ่มพัฒนาและมองเห็นถึงความสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้ามาไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี แต่จริงๆ แล้ว ได้รับความนิยมและตื่นตัวอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงผู้บริโภคในตลาดเริ่มเข้าใจและตอบรับยานพาหนะ EV มากขึ้น

2. ด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ในปัจจุบันโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลก พร้อมทั้งตระหนักและให้การสนับสนุนเรื่องของ Go Green ทำให้พวกเขาพร้อมที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในการลดผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้

3. นโยบายภาครัฐ รัฐบาลในหลายๆ ประเทศ เริ่มมีมาตราการในการบังคับให้เลิกใช้ยานพาหนะที่ใช้น้ำมัน เช่น ในอินเดียจะระงับการใช้ยานพาหนะที่ใช้น้ำมันภายในปี 2030 รวมถึงในไต้หวันที่จะระงับการใช้ยานพาหนะที่ใช้น้ำมัน ภายในปี 2035 ทำให้หลายๆ ประเทศเกิดการตื่นตัวในการหายานพาหนะพลังงานไฟฟ้ามาทดแทนยานพาหนะในรูปแบบเดิม ซึ่งนอกจากผลดีในเรื่องมลพิษทางอากาศหรือมลพิษทางเสียงที่ลดน้อยลงแล้ว ยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของเมืองนั้นๆ อีกด้วย

“หากย้อนหลังไปประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา หลายคนคงมองว่าตลาดยานยนต์ไฟฟ้าเป็นตลาดในอนาคตที่น่าจับตา และมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ แต่ในปัจจุบันตลาดนี้กลายมาเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ และมีการใช้งานอยู่แพร่หลายในหลายประเทศ โดยเฉพาะในจีนที่มีจำนวนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคัน และยังมีอัตราการเติบโตได้ดีในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งในไต้หวัน และอินเดีย และแม้ว่าจะมีการพัฒนาจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ถือว่าได้เป็นช่วงที่ตลาดมีความพร้อมและสามารถเติบโตได้ดีมากที่สุดแล้ว”

KYMCO เริ่มต้นจากการเป็น Local Brand สู่การเป็นแบรนด์ระดับ Worldwide ด้วยการวางรากฐานการผลิต ความร่วมมือด้านเทคนิค การให้ความสำคัญกับ R&D การใช้ดีเลอร์เพื่อกระจายผลิตภัณฑ์อย่างทั่วถึง การยึดแนวคิดในการส่งต่อผลิตภัณฑ์ไปยังมอผู้บริโภค ด้วยแนวทาง Win My Heart ซึ่งจะทำให้การทำการตลาดรวมถึงการสื่อสารเป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีความชัดเจน

การมองเห็นโอกาสของตลาด EV ในอนาคตของ KYMCO คือการมองเห็นโอกาสของกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่เติบโตมากับแนวคิด Go Green ในเวลาเดียวกัน ความท้าทายของ KYMCO อาจไม่ใช่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในตลาด EV แต่อาจเป็นการศึกษาความแตกต่างของวัฒนธรรม พฤติกรรมและกฎหมายของแต่ละประเทศ เพื่อที่จะนำรถสกูตเตอร์ไฟฟ้าพลังงานไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่เหล่านั้น ซึ่งถ้า KYMCO ทำได้ นอกจากบริษัทฯจะเติบโตแล้ว นี่อาจเป็นการปฏิวัติรูปแบบการใช้ชีวิตของมนุษย์และช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเลยก็ว่าได้

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn