3,625
VIEWS

5 เคล็ดลับ ขยับ ปัญญ์ปุริ สู่ผู้นำพรีเมียม

Jul 11, 2018 S.Meenarat

ปัจจุบันภาพรวมตลาดธุรกิจเพื่อสุขภาพและความงามในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดช่วงที่ผ่านมาการเติบโตของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามฝั่งเอเชียและแบรนด์ไทยเข้ามามีบทบาทในตลาดอย่างชัดเจน

ด้วยมูลค่าสูงถึง 250,000 ล้านบาท มีอัตราเติบโตต่อเนื่อง 15-20% ทุกปี ผลิตภัณฑ์ความงามในประเทศ ปี 2559   มีมูลค่ากว่า 188,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตราว 8% ในอีก 5 ปีข้างหน้า ประกอบกับเทรนด์สุขภาพและความนิยมผลิตภัณฑ์ความงามที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 300,000 ล้านบาทในปี 2559 คาดว่าจะเติบโตอีกเท่าตัวในปี 2567

รวมถึงการที่รัฐบาลเร่งผลักดันร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพของโลก 4 ด้าน ได้แก่ ศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์กลางทางการแพทย์ ศูนย์กลางบริการวิชาการ และงานวิจัยและศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เป็นเหตุผลสำคัญที่ ปัญญ์ปุริ เดินหน้าเต็มสูบ ปรับแผนธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี ตั้งเป้าเป็นเบอร์ 1 ในตลาดกลุ่มสินค้าพรีเมียมด้านสุขภาพและความงาม

 

วรวิทย์ ศิริพากย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปุริ จำกัด ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “ปัญญ์ปุริ”  กล่าวถึงทิศทางธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า บริษัทจะทุ่มงบลงทุนขยายสาขาอีก 40 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนในประเทศ 70% และต่างประเทศ 30% ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 1,500 ล้านบาท เติบโต 30% ในทุกปี

“วิชั่น 2022 อยากจะเป็นแบรนด์ที่ทุกคนรู้จักทางด้านคลีนบิวตี้ ไร้สารพิษ ใช้ส่วนผสมที่จำเป็นและมีประโยชน์เท่านั้น เป็น Holistic Wellness (สุขภาพดีองค์รวม) ภายใน 5 ปี เราจะเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ของเอเชีย ที่ดูแลเรื่องเวลเนสให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดีขึ้น มีความงามที่ดีขึ้น ความงามตั้งอยู่บนสมมุติฐานของสุขภาพที่ดี เมื่อทำสำเร็จลูกค้าก็จะมีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น” วรวิทย์ กล่าว

เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามเป้าที่วางไว้ ปัญญ์ปุริ เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลัก คือ

1. High Quality

“หัวใจสำคัญของการเป็นสินค้าพรีเมียม คือ ต้องคงคุณภาพของสินค้าให้ได้มาตรฐาน ไม่ปรับลดคุณภาพสินค้า แม้ว่าวัตถุดิบหรือส่วนผสมที่ใช้ในการทำจะมีราคาสูง หรือสามารถใช้สิ่งอื่นที่ถูกยอมรับทดแทนได้ก็ตาม ซึ่งนั่นคือข้อแตกต่างที่ทำให้แบรนด์เราต่างจากคนอื่น”

การไม่ Compromise ทั้งคุณภาพและแวลู่ของสินค้า จึงเป็นสิ่งที่ ปัญญ์ปุริ คำนึงถึงเป็นอันดับแรก เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ มีความออร์แกนิกส์ ปลอดสารพิษ ในขณะเดียวกับที่ผู้บริโภคต้องเกิดการใช้อย่างต่อเนื่อง ปัญญ์ปุริจึงต้องสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ ที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดี โดยยึดหลัก PPR (Purity, Pressure, Resolve) ในการผลิตและคงคุณภาพของสินค้า เพื่อเป็น Clean Beauty Zero Compromise” อย่างแท้จริง

ไม่เพียงเท่านั้น ปัญญ์ปุริ ได้เพิ่มการบริการในส่วนของ Wellness Talk และ Wellness Skype เพื่อพูดคุยให้คำปรึกษาแก่ผู้บริโภคที่มีความต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่จะทำให้แบรนด์กับผู้บริโภคใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น 

2. แตกไลน์โปรดักส์

แน่นอนว่า ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายจะช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงลูกค้าในกลุ่มที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้ฐานลูกค้ากว้างมากยิ่งขึ้น การแตกไลน์สินค้าจึงเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญที่ปัญญ์ปุริยังคงมุ่งเน้น วรวิทย์ เปิดเผยถึงแผนการตลาดอีก 5 ปีข้างหน้าว่า “เราจะขยายฐานลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น โดยอนาคตเราจะออกผลิตภัณฑ์ประเภทสกินแคร์ และแฮร์แคร์ให้มากขึ้น”

3. ขยายธุรกิจ เพิ่มสาขา

ปัญญ์ปุริ ทุ่มงบลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท ในการขยายธุรกิจ โดยเปิดตัว “ปัญญ์ปุริ เวลเนส” โอเอซิสกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดบนเส้นรถไฟฟ้า ใจกลางย่านการค้าราชประสงค์ ที่มุ่งเน้นนำเสนอประสบการณ์และบริการครบวงจร 360 องศาเพื่อคนเมือง

ไม่เพียงในด้านสินค้า สาขาเท่านั้น ปัญญ์ปุริยังให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจ โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างเลคชอร์ แคปปิตอล (Lakeshore Capital) บริษัทร่วมทุนระดับโลกที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (ไพรเวท อิควิตี้) เพื่อเสริมทรัพย์ให้แข่งแกร่งมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการลงทุน ขยายธุรกิจ ส่งเสริม การตลาด การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรมใหม่ของแบรนด์ ซึ่งปัญญ์ปุริ เชื่อว่า จุดแข็งด้านการวางแผนกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งทีมงานที่มีความรู้เชิงลึกด้านผู้บริโภค ของ เลคชอร์ แคปปิตอลจะช่วยให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น

4. Omni Channel

ที่ผ่านมา ปัญญ์ปุริ ได้มีการทำออนไลน์มาบ้าง แต่ใช้เป็นเพียงช่องทางที่สร้างการรับรู้เท่านั้น ซึ่งยังไม่ถือเป็นการทำOnline Marketing โดยล่าสุด วรวิทย์ เปิดเผยว่า ปัญญ์ปุริจะดึงออนไลน์มาเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย ด้วยการทำ Omni Channel มากยิ่งขึ้น เพื่อนำเสนอประสบการณ์แบบไร้รอยต่อให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานสินค้าที่หน้าร้านหรือสั่งซื้อออนไลน์เพื่อใช้งานที่บ้าน

“เราจะมีการจัดเตรียมสินค้าที่เป็น Sampling ไว้ หากลูกค้าดูผ่านช่องทางออนไลน์ แล้วเกิดความสนใจ ก็จะสามารถลงทะเบียน สั่งจองสินค้าผ่าน Line@ เพื่อทดลองใช้งานที่บ้านได้เลย ซึ่งจะไม่แตกต่างกับการมารับบริการที่ร้าน เรามุ่งมั่นให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ของสินค้าพรีเมียมได้ทุกที่ทุกเวลา”

 

5. Wellness Company Inside

การสร้างความสมดุลในที่ทำงาน เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญที่ขาดไปไม่ได้ เนื่องจาก ปัญญ์ปุริ มองว่า พนักงานคือหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ประกอบกับเรื่อง “สุขภาพ ความงามแบบองค์รวม และความสุขที่พอดีในทุกมิติ” ที่ ปัญญ์ปุริ มุ่งเน้นในการนำเสนอตลอดมา จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ปัญญ์ปุริคำนึงถึงความสุขของพนักงานเป็นหลัก ปัญญ์ปุริจึงดูแลชีวิตของพนักงานในทุกๆ ด้าน เช่น การสร้างออฟฟิศใจกลางเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง ปรับระยะเวลาในการทำงาน สนับสนุนให้พนักงานออกไปใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงห้อง Focus Room ในออฟฟิศ เพื่อเป็นที่พักผ่อนแก่พนักงาน

“สำหรับ ปัญญ์ปุริ เรามองว่า ที่ทำงานต้องไม่ใช่แค่ที่ทำงาน เราต้องการให้พนักงานของเรามีความสุข เราจึงคำนึงถึงชีวิตพนักงานในทุกๆ ด้าน เพราะเราเชื่อว่า ถ้าพนักงานมีความสุข งานก็จะออกมาดี ลูกค้าก็จะมีความสุข ธุรกิจของเราก็จะดีตามไปด้วย” วรวิทย์กล่าวทิ้งท้าย

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.