34,997
VIEWS

ดื่มหนัก เราขับให้ U Drink I Drive เติบโตบนความปลอดภัยบนท้องถนน

Jul 31, 2018 BrandAge Team

จากจุดเริ่มต้นของวิทยาพนธ์ที่ต้องการแก้ปัญหาสังคมในเรื่องเมาแล้วขับฉบับหนึ่ง สู่ธุรกิจ Startup ที่ช่วยเหลือชีวิตคนไปแล้วกว่า 500,000 คน กับธุรกิจสวนกระแสการดื่มแอลกฮอล์ ‘U Drink I Drive’  ที่ให้บริการพนักงานขับรถรับส่งคุณถึงบ้านอย่างปลอดภัย ช่วยให้คุณได้ไปปาร์ตี้อย่างสุดเหวี่ยงโดยไม่ต้องกังวลในเรื่องการขับรถ รับผิดชอบต่อสังคมและยังเซฟชีวิตตัวเองและผู้อื่นอีกด้วย

วันนี้เราจึงถือโอกาสพูดคุยผ่านมุมมองการขับเคลื่อนธุรกิจโดย อภินรา ศรีกาญจนา Co-founder ของ ‘U Drink I Drive’ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นลองดูกันเลย

Q: U Drink I Drive เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

A: U Drink I Drive  มีจุดเริ่มต้นมาจากวิทยานิพนธ์ของคุณสิ สิรโสมย์ บริสุทธิ์สุวรรณ์ โดยในตอนนั้นได้รับ Challenge มาจากอาจารย์ว่า ให้ทำเรื่องอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับปัญหาประเทศ ซึ่งวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้รับการต่อยอดเมื่อมาพบกับผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน อย่างคุณพีช จิรายุ พิริยะเมธา ซึ่งที่บ้านทำกิจการ LIMOUSINE EXPRESS หรือการให้บริการรับส่งด้วยรถลีมูซีนที่มาช่วยในเรื่องการเทรนนิ่งพนักงานขับรถ และคุณปราง (อภินรา ศรีกาญจนา) ที่เคยเข้าทำงานกับบริษัทเอเชีย ประกันภัย ซึ่งเป็นบริษัทของคุณพ่อแต่ก็พบว่าไม่ใช่ที่ของตัวเอง มาช่วยในการผนึกกำลังด้านภาพลักษณ์และความน่าเชื่อให้กับแบรนด์ จึงเกิดเป็นการรวมตัวกันของผู้มีความฝันที่อยากจะสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง

ปัจจัยที่ทำให้เกิดธุรกิจที่ส่งเสริมการเมาไม่ขับมาจากปัญหาอุบัติเหตุในประเทศไทยซึ่ง 80% ของอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทางยานยนต์ และ 30% จากอุบัติเหตุทางยานยนต์มาจากการเมาแล้วขับ ซึ่งโดยส่วนมากผู้ที่เมาแล้วขับมักไม่เป็นอะไร แต่ผู้ที่ต้องเสียชีวิตหรือได้รับอันตรายคือผู้ที่ถูกชน ก็จะมีเด็กกำพร้าเกิดขึ้นข้ามคืน เกิดความสูญเสียหรือทุพพลภาพขึ้นกับคนในครอบครัว มันก็เกิดเป็นปัญหาระดับชาติ เพราะว่าเงินที่รัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลือเพื่อที่จะดูแลผู้ที่เกิดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้นใช้งบประมาณต่อปีที่สูงมาก ต้องอย่าลืมว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์รถชนนั้นจะมีหลายปัจจัยตามมา ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินที่เสียหาย หรือชีวิตของหนึ่งครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูตลอดไป เพราะเขาไม่ได้คิดไว้เลยว่าชีวิตจะต้องมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

Q: แนวคิดการทำธุกิจของ U Drink I Drive

A: จริง ๆ เรามองว่าการดื่มแอลกฮอล์ไม่ใช่เรื่องที่ผิด ถ้าเราดื่มอย่างมีสติและมีความรับผิดชอบ ฉะนั้นคนที่ใช้บริการของ U Drink I Drive เป็นผู้ที่ดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ รู้จักรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและสังคม ซึ่งนี่เป็นคอนเส็ปต์ที่เราอยากจะให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่า เราไม่ได้ไปชี้บอกใครว่าคนดื่มแอลกฮอล์คือคนไม่ดี แต่เรากำลังให้ทางเลือกใน Lifestyle และธุรกิจที่ดีมันควรจะ Disrupt Lifestyle นั้นคือทำไมเราถึงอยู่ใน StartUp ได้ แต่ในความที่เป็น StartUp ต้องมีเทคโนโลยีเข้าเกี่ยวซึ่งเราก็ต้องดีไซน์แอปพลิเคชั่นให้ใช้ง่าย สะดวกกับผู้ใช้ในการเรียกใช้บริการ

Q: มุมมองในการขับเคลื่อน U Drink I Drive

A: ที่นี่เปรียบทุกคนเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในแต่ละด้านของธุรกิจ ขาดเฟืองใดเฟืองหนึ่งไปอยู่ไม่ได้ อย่างคุณสิ ซึ่งเป็น CEO เปรียบเสมือนคนขับ คุณพีชที่เปรียบเสมือน Lubricator ที่มาช่วยขับเคลื่อนองค์กร ในส่วนของเราเป็น Marketing และ Corporate Affairs ซึ่งเฟืองที่ดีก็ต้องมีลูกทีมที่ดีด้วย ทุก ๆ เฟืองก็ค่อย ๆ สร้างขึ้นมาร่วมกัน และปรางเชื่ออย่างหนึ่งว่า การให้โอกาสเป็นสิ่งสำคัญ มีหลายคนถามว่ารับเด็กจบใหม่มาจะดีหรือ แต่วันนั้นเราก็เคยโดนพูดแบบนี้ว่าเป็นเด็กจบใหม่จะทำได้หรือ คนเรามันก็ไร้ค่าหมดนั่นแหละถ้าหากไม่ได้รับโอกาส ซึ่งทั้งหมดนี้เมื่อมันมารวมกัน จากเฟืองก็กลายเป็น Engine จาก Engine ก็กลายเป็น Factory ได้

Q: โอกาสในการเติบโตของธุรกิจ

A: U Drink I Drive เป็นธุรกิจที่ผู้ใช้ยังไม่ได้คิดถึงในช่วงก่อนออกไปสังสรรค์หรือในระหว่างสังสรรค์ เพราะว่าในเวลาก่อนออกไปเที่ยว ตอนนั้นทุกคนกำลังคิดว่าจะแต่งตัวแบบไหน แต่งหน้าอย่างไร หรือเอารถอะไรไปดี จนมาถึงในระหว่างที่ทุกคนกำลังเที่ยว กำลังเต้นกันอยู่ก็ยังไม่นึกถึงเรา กว่าจะนึกถึงบริการของเราได้คือต้องเมาแล้ว ซึ่งโอกาสทางธุรกิจตรงนี้ เรากำลังหากินในช่วงเวลา 8 ชั่วโมงสุดท้ายของวัน ที่บริษัทใหญ่ ๆ เค้าไม่โดดมาเล่น อีกอย่างคือ ประชากรในประเทศไทยและประชากรของผู้ที่มีรถยนต์ในประเทศไทย แต่ว่าเราอาจจะยังทำราคาไม่โดน คือตอนนี้ราคายังอยู่แค่ในตลาด D ถึง A++ ซึ่งในจุดนี้ทำให้มองเห็นว่าธุรกิจของเรายังไปได้อีกในกลุ่มผู้ใช้รถรุ่นอื่น โดยเฉพาะ U Drink I Drive เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียว และไม่มีคู่แข่งทางตรงเพราะเราคือพนักขับรถมืออาชีพที่ไปขับรถของคุณ เราไม่ใช่แท็กซี่ รถต้องเป็นบ้านหลังที่สองของคุณ คุณถึงจะอยากใช้บริการของเรา

Q: มาตรฐานในการคัดเลือกพนักงานขับรถ

A: เริ่มตั้งแต่การรับสมัครพนักงาน สมัยก่อนนี้ เราสัมภาษณ์พนักงานด้วยตัวเอง ทำให้ได้เจอคนมากมายหลาหลายรูปแบบ มีแม้กระทั่งคนที่เงินเดือนเป็นแสน แต่ก็ยังอยากมาทำงานกับเรา เพราะคิดว่ามันเป็นงาน CSR เพื่อสังคม ซึ่งหลังจากนั้นมันก็ทำให้เราได้รู้ว่า Smart Technology มันต้องเข้ามาช่วยเสริม เราไม่สามารถเอาพลังตรงนี้ของ Founder ไปปะทะแบบนี้ได้ เพราะว่าสัมภาษณ์งานตรงนี้ทุกวัน เสร็จเที่ยงคืน ตีหนึ่ง สมองเรามันก็ไม่มีที่เหลือไว้ให้มีความคิดสร้างสรรค์แล้ว สระผมไปก็คิดไม่ออกว่าพรุ่งนี้จะโพสแคมเปญอะไรใน Instagram หรือ Facebook ดี มันทั้งตันทั้งเครียด เราก็เลยทำข้อสอบแบบ Online ขึ้นมา ผู้ที่จะมาเป็นพนักงานขับรถของ U Drink I Drive ได้ จะต้องผ่านข้อสอบเส้นทางเกิน 90% ในกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ต่อให้คุณได้ Ph.D. แต่คุณทำข้อสอบตกก็มาเป็นพนักงานของเราไม่ได้ นอกจากนี้ยังต้องทำข้อสอบด้านจิตวิทยาซึ่งเราพัฒนาตรงนี้เองเพื่อวัดบุคลิกและ Service Mind ของผู้สมัครด้วย เมื่อผ่านการคัดเลือกก็ต้องพบกับทีม Trainer ของเรา โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 13 คนที่จะช่วยคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาเป็นพนักงานขับรถอีกที โดยเฉลี่ยจากทั้งนิสัย วินัยในการขับขี่และวิจารณญาณในการตอบข้อสอบ

ปัจจุบัน U Drink I Drive มี Official Partner กับ BMW Thailand, Mercedes-Benz, Jaguar Land Rover, Toyota ถนนสีขาว, Porsche Thailand ที่มาช่วยเทรนให้กับพนักงานเพื่อสร้างความมั่นใจในการขับขี่ ซึ่งนี่คือส่วน Operation ของเรา

Q: ใช้พนักงานขับรถในการสร้าง U Drink I Drive ให้เป็นที่จดจำได้อย่างไร

A: พนักงานขับรถทุกคน เป็น Moving Billboard ของ U Drink I Drive เสื้อผ้า หน้าผม ทุกอย่างต้องดูดี สะอาดสะอ้านเกลี้ยงเกลา กลิ่นบุหรี่ต้องไม่มี ทุก ๆ Moving Billboard ที่ส่งออกไป Marketing ของเราคือการกลับมาใช้บริการอีกของลูกค้าที่ใช้พนักงานของเรา 1 คน เราจะได้ลูกค้า เพิ่มอีก 2 คนซึ่งเป็นเพื่อนของลูกค้าเดิมทันที เมื่อพนักงานทำงานเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เพราะลูกค้าเกิดประสบการณ์ที่ดีจาก Product ของทางแบรนด์

Q: Business Model

A: U Drink I Drive ใช้ Business Model แบบ B2C และ B2B ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน

Q: ส่วนแบ่งให้กับพนักงานอย่างไร

A: มี 2 แบบ คือเงินเดือนและได้รับต่อทริป อย่างพนักงานประจำก็รับเงินเดือน ส่วนพนักงานที่เป็น Part time ก็จะได้รับแบบต่อเที่ยวบริการ ซึ่งตอนนี้เรามีบริการพนักงานขับรถกว่า 300 คน มีพื้นที่ให้บริการอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล ส่วนในต่างจังหวัดก็มักจะเป็นหัวเมืองใหญ่ ๆ อย่าง ชลบุรี, หัวหิน, พัทยา, เขาใหญ่ โดยคิดตามระยะทาง 0-5 กิโลเมตรแรกคิด 500 บาท หลังจากนั้นจะเพิ่ม 100 บาททุก ๆ 10 กิโลเมตร U Drink I Drive ไม่คิดค่าเรียกใช้บริการ แต่จะมีค่ายกเลิกl 500 บาทหากยกเลิกหลัง 1 ชั่วโมง

Q: ดำเนินธุรกิจมานานเท่าไหร่แล้ว

A: ปีนี้เป็นปีที่ 5 ของ U Drink I Drive แล้ว 2 ปีแรกเติบโต 200% จาก 1 เที่ยวไปที่ 200 เที่ยว หลังจากนั้นก็กลายเป็น 2,000 เที่ยว ซึ่งเติบโตเร็วมาก ตอนนี้ให้บริการไปแล้วกว่า 500,000 เที่ยว

Q: จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในรอบ 5 ปีของ U Drink I Drive

A: สิ่งที่เราพยายามสร้างมาตลอด คือ U Drink I Drive ต้องเป็นองค์กรที่สร้างฮีโร่ ด้วยการทำให้พนักงานมองเห็นความสำคัญและคุณค่าของตนเอง ว่าคุณไม่ได้ทำงานเป็นคนขับรถที่ใส่เสื้อซาฟารีและเป็นคนขับรถประจำครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่ว่าพวกคุณเป็นฮีโร่ในสูทสีฟ้าที่ช่วยชีวิตคนทุก ๆ คืน นอกจากจะเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลแล้ว ยังได้ช่วยลดปัญหาระดับประเทศ ทุก ๆ ครั้งที่คุณออกไปต้องวางตัวให้เป็นเหมือนมนุษย์กู้ภัย เป็นฮีโร่ และเราเชื่อว่าเราสามารถใส่ตรงนี้เข้าไปในจิตใจของพนักงานขับรถได้

Q: การพัฒนาด้านเทคโนโลยีของ U Drink I Drive

A: เริ่มมีแอปพลิเคชั่นในปีที่ 2 โดยในปีแรกเป็นการจองผ่าน Call Center, Line Booking, Facebook ซึ่ง Line Booking นั้นลูกค้าแอดจนเต็ม จนต้องสร้าง Line Official 2 แอคเคาท์เพื่อรองรับลูกค้า  หลังจากนั้นจึงย้ายแพลตฟอร์มมาเป็นแอปพลิเคชั่น จริง ๆ เราทราบอยู่แล้วเราต้องมีเทคโนโลยีในการทำ operation ตรงนี้ ซึ่งมันรวมทุกอย่าง ตั้งแต่การส่งพนักงาน ปล่อยพนักงาน ต้องคำนวณระยะเวลาในการเดินทางเพราะมันเกี่ยวกับต้นทุนของเรา เกี่ยวกับความเหนื่อยของพนักงาน รวมถึงระยะเวลาในการบริหารจัดการลูกค้าเพื่อให้การบริการเป็นไปอย่างยอดเยี่ยมที่สุด

Q: สิ่งที่ยากที่สุดในการทำงาน

A: การทำงานร่วมกับคน ตั้งแต่การให้บริการกับลูกค้าหลายระดับตั้งแต่ B To A+ ไปจนถึงระดับ Global ตลอดจนการเทรนให้กับพนักงานที่ออกไปรับลูกค้าในทุกคืน มันเป็นการชาเลนจ์ตลอดเวลา ฉะนั้นเรื่องการจัดการคน การหาคนจึงเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในการทำงาน

Q: สิ่งที่ยังขาดอยู่ของ U Drink I Drive

A: เราเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่ทำตรงนี้ แต่ว่ากฏหมาย StartUp ในประเทศไทยยังไม่ค่อยรองรับ ทำให้มันไปต่อค่อนข้างยาก บางทีเราต้องการการสนับสนุนจากองค์กรและภาครัฐด้วย ทุกวันนี้ U Drink I Drive ช่วยคนได้กว่า 500,000 คนต่อปี แต่มันอาจจะกลายเป็น 50 ล้านคนเลยก็ได้ถ้าหากเราได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ อีกสิ่งหนึ่งที่ยังต้องเติมเต็มก็คงเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่เราต้องพัฒนาปรับปรุงแอปพลิเคชั่นอยู่เสมอ

Q: อนาคตของ U Drink I Drive

A: มองว่าตอนนี้เราเป็นที่หนึ่งในใจของคนกรุงเทพในตลาดกลางคืนแล้ว ต่อไปก็อยากจะเป็นที่หนึ่งในใจของคนไทยด้วยในด้านของธุรกิจ Service อยากให้คนไทยทุกคนที่มีรถยนต์มาใช้บริการของเรา ต่อไปเราอาจจะบุกตลาด Economy Sharing อย่างพี่ป้าน้าอาในซอยนานา มีรถตู้หนึ่งคันก็ใช้คนขับรถของเรารับส่งทุกคน เป็นการสร้าง Economy Sharing ที่ไม่ใช่ในบริการสาธารณะ และวิสัยทัศน์ของ U Drink I Drive จะไม่ได้แค่เป็นบริษัทที่ต้องมีคำว่า Drink ที่ติดอยู่กับมัน เราเชื่อว่าจะเป็นธุรกิจที่ทำให้คนเข้าถึงบริการของเราตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำได้ในอนาคตอันใกล้ และจะเข้าไป Macth กับธุรกิจที่เป็น Lifestyle อื่น ๆ มากขึ้น เช่นการ Disrupt ร่วมกับธุรกิจ Pub & Restaurant เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น

Q: ลูกค้ามองกลับมาที่เราอย่างไร

A: เป็นธุรกิจที่ลูกค้าทุกคนเรียกว่า “พ่อ” เราจะเจอบ่อยมากเวลา U Drink I Drive ไปยืนหน้าผับ ทุกคนก็จะแบบ พ่อมารับแล้ว ซึ่งอันนี้เรารู้สึกเป็นเกียรติมาก รู้สึกว่าถึงมันจะเป็นมุกตลก แต่เรารักลูกค้าตรงจุดนี้ที่ลูกค้ามองเราแบบนี้ การที่เขาเชิดชูเราขึ้นมาเป็นระดับพ่อ มันแสดงให้เห็นว่าลูกค้าให้เกียรติพนักงานของเรา นอกจากนี้ลูกค้ายังรู้สึกได้ว่าเราแคร์ลูกค้ามาก ทางบริษัทเรารอลูกค้าฟรี 20 นาทีเพราะเราเข้าใจในธรรมชาติของนักดื่ม ที่สำคัญยังสะท้อนไปถึงความไว้ใจ ซึ่งความไว้ใจเป็นเรื่องที่ซื้อกันไม่ได้ ไม่ใช่ทุกแบรนด์จะทำได้ และเมื่อลูกค้ามี Trust ในแบรนด์แล้วก็จะเกิดการเสพติด เราเชื่อว่าลูกค้าจะเสพติดเราถ้าได้ลองใช้บริการของเรา

นับเป็นอีกหนึ่งบทเรียน StartUp ที่ประสบความสำเร็จจากจุดเริ่มต้นที่มาจากปัญหาระดับชาติสู่โอกาสทางธุรกิจที่ได้ช่วยเหลือคนให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย เติบโตด้วยการสร้างความเชื่อใจต่อลูกค้าผ่านบริการที่มีมาตรฐานจนกลายเป็นธุรกิจให้บริการรับส่งที่ครองใจสายปาร์ตี้ทั่วกรุงเทพไปแล้ว

Startup

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.