4,456
VIEWS

นวัตกรรมและความยั่งยืน การเชื่อมโยงกิจกรรมเพื่อสังคมของ เอสซีจี

Jul 31, 2018 P.Natthanit

ในยุคนี้ CSR กับ แบรนด์ เป็นอะไรที่ขาดกันไม่ได้ ทุกแบรนด์จะต้องทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อทำให้ลูกค้าเห็นว่า แบรนด์นั้นไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่หากยังทำเพื่อสังคมอีกด้วย

ในปัจจุบันกิจกรรมเพื่อสังคมไม่ใช่แค่อยากทำอะไรแล้วก็ทำเหมือนเช่น การบริจาค การปลูกป่า แต่วันนี้แบรนด์ต้องเรียนรู้ว่าสิ่งที่จะตอบแทนกลับไปยังสังคมนั้นส่งผลอย่างไร ตอบโจทย์หรือแก้ไขปัญหาของชุมชนในพื้นที่ในมิติไหนบ้าง

รวมถึงการมองย้อนกลับมาที่องค์กรว่า สิ่งที่คิดและกำลังจะลงมือทำนั้นสอดคล้องไปกับนโยบายขององค์กรหรือไม่

การวางนโยบายของเอสซีจี ที่ต้องการเป็นองค์กรนวัตกรรมที่มีความยั่งยืน ทำให้สินค้าและบริการต่างๆ ถูกคิดและนำเสนอออกมาในทิศทางเดียวกัน รวมถึงนโยบายในเรื่องของกิจกรรมเพื่อสังคมก็เช่นกัน นวัตกรรมต่างๆ ถูกถ่ายทอดไปยังสังคมในการแก้ปัญหาเรื่องต่างๆ

ที่ผ่านมา เอสซีจี โฟกัสในเรื่องของ น้ำ เพราะมองว่าเป็นต้นกำเนิดของสิ่งต่างๆ จึงเกิดเป็นโครงการเกี่ยวกับน้ำอย่างจริงจังกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย นับว่าเป็นโครงการที่ทุกภาคส่วนร่วมกันเพื่อช่วยกันดูแลรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรต่างๆ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชนให้เข้มแข็งและร่วมกันสร้างต้นน้ำที่ดีเพื่อปลายน้ำที่อุดมสมบูรณ์  

อย่างโครงการสร้างบ้านปลา เอสซีจี จากภูผา สู่มหานที ที่มีการทำโครงการอย่างต่อเนื่องจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ โดยเริ่มทำโครงการเริ่มต้นจากภาคเหนือที่จังหวัดลำปางเมื่อปี 2550 มาจนถึงโครงการสร้างบ้านปลาเอสซีจีที่จังหวัดระยอง

ชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี อธิบายว่า “เอสซีจีได้ร่วมกับภาครัฐและชุมชนบริหารจัดการน้ำในจังหวัดระยองตั้งแต่ต้นน้ำ ด้วยวิธีการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่เขายายดา จนถึงปลายน้ำซึ่งเป็นโครงการบ้านปลา หัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงแค่การวางบ้านปลาหรือการสร้างฝายเท่านั้น แต่เป็นความเข้มแข็งของชุมชนประมงพื้นบ้านที่ช่วยกันสร้างบ้านปลาและดูแลพื้นที่อนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ พลังของจิตอาสาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงปัจจุบันมีจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมสร้างบ้านปลาแล้วกว่า 10,000 คน”

โครงการบ้านปลาเอสซีจีเริ่มขึ้นในปี 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลพร้อมกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชน เล็งเห็นถึงปัญหาปริมาณสัตว์น้ำที่ลดลง จึงได้ร่วมมือกับสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดระยอง จัดทำโครงการบ้านปลาเอสซีจีขึ้น โดยเอสซีจีได้นำท่อ PE 100 ที่เหลือจากการขึ้นรูปสำหรับทดสอบเม็ดพลาสติกภายในโรงงานมาใช้ประกอบเป็นบ้านปลา ซึ่งเป็นแนวทางการใช้ Waste ให้เกิดประโยชน์ และไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

“สิ่งที่ยากที่สุดของการทำ CSR คือต้องสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นทั้ง 3 ส่วน คือ องค์กร ประชาชน และภาครัฐ ถ้าสมมุติว่าขาด 3 กลุ่มนี้ทำงานร่วมกันโอกาสสำเร็จนั้นจะเกิดขึ้นเกิดได้ยาก ถึงแม้จะสำเร็จแต่ก็ขาดความยั่งยืน”

ไมตรี รอดพ้น ประธานวิสาหกิจชุมชนชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อ.เมือง และ อ.บ้านฉาง สามัคคี กล่าวว่า “การเข้าร่วมโครงการบ้านปลา นอกจากจะทำให้เรามีส่วนช่วยสร้างความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศของท้องทะเลแล้ว ยังทำให้เกิดความสามัคคีกันในกลุ่มชาวประมง เกิดเป็นเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง พวกเรามุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดภูมิปัญญาและวิถีในการทำประมงเชิงอนุรักษ์นี้ต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อรักษาอาชีพประมงพื้นบ้านให้อยู่คู่ประเทศไทย”

ทำให้เรามองเห็นจุดเชื่อมโยงระหว่างนโยบายการขับเคลื่อนขององค์กรและการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นของสังคม นับว่าเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาของการทำ CSR อย่างมีระบบแบบแผนที่น่าสนในเลยทีเดียว

ทั้งแบรนด์และสังคมก็ได้รับประโยชน์ในมุมที่ต่างกันบนวิธีการเดียวกัน

CSR

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.