7,879
VIEWS

ทรูออนไลน์พัฒนานวัตกรรมต่อเนื่อง ตอกย้ำที่ 1 แบรนด์ยอดนิยมของผู้บริโภค

Aug 02, 2018 -None-

สำหรับการทำธุรกิจแล้วเป้าหมายใหญ่ที่สุดของทุกองค์กรคงหนีไม่พ้นการก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ยอดนิยมที่สามารถครองใจผู้บริโภคอย่างยาวนาน ซึ่ง True Online ถือเป็นหนึ่งองค์กรที่ใช้ความจริงใจในการให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตต่อผู้บริโภคการไม่หยุดพัฒนาทั้ง Network และ Service เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงดูแลลูกค้าให้มีความพึงพอใจสูงสุดถือเป็นหัวใจสำคัญจนทำให้ที่ผ่านมา True Online ได้รับความไว้วางใจและครองใจผู้บริโภคจนได้รับรางวัลมากมายไม่ว่าจะเป็นรางวัล Brand of The Year จาก World Branding Forum (WBF) คือรางวัลแบรนด์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2017 -2018 (Brand of The Year 2017-2018) สาขาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย,รางวัลแบรนด์ผู้นำตลาดที่น่าเชื่อถือ สูงสุดประจำปี 2561 Market Leader Brand หมวดผลิตภัณฑ์ไอทีและดิจิทัล/ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต โดยนิตยสาร BrandAge หรือรางวัลผู้นำบริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตของทรูออนไลน์ เน็ตบ้านยอดนิยมอันดับ 1 ของไทย ในงาน “No.1 Brand Thailand 2017-2018” จัดโดยนิตยสาร Marketeer

คุณสหรัฐส์ คนองศิลป์ ผู้อำนวยการและหัวหน้าสายงานการพาณิชย์ทรูออนไลน์ และคอนเวอร์เจนซ์ บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น เล่าให้ฟังว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ True Online จะเดินทางมาถึงจุดนี้ เพราะหากย้อนกลับไปมองธุรกิจของ True Online ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากการทำโทรศัพท์บ้านที่เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทุกบ้านต้องมี จนกระทั่งเมื่อโลกเปลี่ยนแปลงอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตของผู้คนมากขึ้น การขยับจากการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานมาเป็นการให้บริการโครงข่ายที่เรียกว่า ADSL เครือข่ายอินเทอร์เน็ตใน Speed ต่ำจาก 32 K มาสู่เทคโนโลยี Fiber และเทคโนโลยี บรอดแบนด์ในความเร็วระดับ Megabit และ Gigabit ซึ่ง True Online มีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานของลูกค้าอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมี Market Share อยู่ที่ประมาณ 42%

“เพราะเราศึกษาพฤติกรรมของคนในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง และพบว่า การใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนในปัจจุบันไม่ใช่แค่การติดต่อสื่อสาร หรือรับฟังข่าวสารเพียงอย่างเดียวแต่เขายังต้องการแชร์ข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นออกไปการใช้งานจึงมีทั้งดาวน์โหลด และอัพโหลด ดังนั้นรูปแบบของการใช้งานบรอดแบนด์บนมือถือที่เรียกว่า Wireless Broadband กลับอยู่ที่ในบ้าน จึงเริ่มมีการผสมผสานเป็นโครงข่ายที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกันเรามองเห็นตลาดตรงนี้เราจึงสร้างแบรนด์ True Online ขึ้นมาเพื่อจะบอกว่าเราไม่ได้เป็นแค่ผู้บริการอินเทอร์เน็ตแต่กลุ่มทรู Position ชัดเจนว่าเราคือ Convergence ซึ่งสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ ก็คือ บริการแบบ Convergence

การนำเสนอ Product ของ True Online ด้วย Convergence Package เพื่อให้ลูกค้าใช้ได้คุ้มค่าทุกครัวเรือนจึงเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ True Online เติบโตอย่างต่อเนื่อง

“เรามีการนำเอาบริการ 2-3 อย่างในกลุ่มทรู ไม่ว่าจะเป็น True Online, Truevisions และ True Move H  มามัดรวมกัน เป็นแพ็กเกจแล้วนำเสนอแก่ลูกค้า โดยยุคแรกเรานำมือถือควบรวมกับ PAY TV ตอนนั้นใครที่ใช้ True Move H ก็จะได้ดู Truevisions ทีวี ทำให้จานแดงฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง อันนั้นคือขาที่เราเอาทีวีบวกกับมือถือจากนั้นเราเริ่มเอาบรอดแบนด์มาบวกกับทีวีแปลว่าใครที่ซื้อบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตของทรูก็จะได้ดู Truevision ด้วย สุดท้ายมีการนำเอา 3 บริการมาควบรวมกันเพื่อลูกค้าที่เป็น Family และ Position เป็น Convergence ตัวจริงซึ่งเป็น Value Proposition ที่เราส่งมอบให้ลูกค้า

สำหรับ True Online คุณสหรัฐส์ เสริมว่า การสร้างแบรนด์จะมองจากลูกค้าเป็นหลักว่าความต้องการของลูกค้าคืออะไร หน้าที่ของ True Online ก็คือ ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า

“เราก็มีการศึกษาว่าลูกค้าแต่ละครอบครัวมีความต้องการการใช้งานแบบไหน และเราจะเชื่อมโยงบริการเข้าหากันได้อย่างไรเพื่อทำให้สินค้าของเรา 1 แพ็กเกจสามารถตอบโจทย์ชีวิตคนทั้งหมดเราเริ่มด้วยการทำเรื่องของConvergence เป็นแกนหลัก และมีการสร้าง Value Proposition ผ่านแพ็กเกจที่เรียกว่า True Smart Choice โดยอาศัยข้อได้เปรียบของการที่เราเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์บ้านมาก่อนทำให้สามารถใกล้ชิดกับลูกค้า และนำเสนอแพ็กเกจที่คุ้มค่าคุ้มราคาจนประสผลสำเร็จ ปัจจุบันฐานลูกค้าของทรูที่มีอยู่เกือบทั้งหมด 80% มาจากการที่เราทำ Convergence

เมื่อประสบความสำเร็จกับการทำ Convergence คุณสหรัฐส์ บอกกับเราว่า True Online เริ่มกลับมามองถึงการสร้าง Positioning ที่เด่นชัดขึ้นกว่าเดิม โดยการนำเสนอแพ็กเกจในระดับ Gigabit เพราะเล็งเห็นความสำคัญของการขยาย Bandwidth ให้กว้างขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานพร้อมๆ กันของกลุ่มลูกค้า Family ซึ่งตรงนี้เองที่ตอกย้ำภาพของการเป็นเบอร์ 1 และยังถือเป็นผู้ให้บริการรายแรกๆ ของภูมิภาคเอเชียที่ให้บริการ Gigabit package ในราคาระดับ Mass

“ปัจจุบันลูกค้าที่ใช้บรอดแบนด์ส่วนใหญ่จะใช้ระดับ 50 Megabit ต่อวินาที ซึ่งลูกค้ามองว่าเพียงพอแล้วแต่ในความเป็นจริงใน 1 บ้านจะมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตค่อนข้างมาก ยิ่งถ้าเป็นครอบครัวใหญ่เมื่อมีการใช้งานพร้อมกัน Bandwidth จะเกินกว่าที่พอรับได้ ทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นไปอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ เราจึงมองถึงการให้บริการในระดับที่เป็น Gigabit ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดไปอีกขั้น โดยโจทย์ของเราคือการทำอย่างไรให้บริการอินเทอร์เน็ตในเมืองไทยก้าวจากคำว่า Megabit ไปเป็นระดับ Gigabit ในราคาที่ลูกค้าสามารถเอื้อมถึงได้ "

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.