Visa Develop แพลตฟอร์มใหม่สำหรับการค้า รับการมาของ Fintech

Feb 13, 2017 BrandAge Team

ภายใต้แนวโน้มความต้องการโซลูชั่นการชำระเงินทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น  โดยมีข้อมูลสนับสนุน คือ การทำธุรกรรมจากผู้ถือบัตรที่เติบโตรวดเร็วต่อเนื่อง ในฐานะองค์กรที่มีบทบาทสำคัญสร้างนวัตกรรม ที่เป็นปัจจัยหลักผลักดันการเติบโต ของเรื่องข้างต้น  วีซ่า ผู้ให้บริการเครือข่ายการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก ล้ำหน้าไปด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Visa Developer  เปิดโอกาส ให้นักพัฒนาทั่วโลกใช้สร้างนวัตกรรมแบบไร้ขีดจำกัด

สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์กำลังอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนด้านนวัตกรรม  โดยแทบทุกเรื่องเป็นดิจิตอล  และการเชื่อมต่อกันแบบ Hyper-Connected กำลังเกิดขึ้น

ภาพเปรียบเทียบที่ทำให้เห็นชัด คือ  เมื่อลูกค้าสถาบันการเงินออกบัตรวีซ่า ทำให้เกิดสินค้าที่เป็นมากกว่า “บัตรหนึ่งใบ” เป็นการเปิด “บัญชีวีซ่า“ ทำให้ลูกค้าใช้บัตรวีซ่าได้ทุกที่ ทุกเวลา  จากทุกๆ อุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่อ (Internet  of Things) 

เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมการชำระเงินและการค้า  วีซ่าได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Visa Developer ที่เปลี่ยน  VisaNet  เครือข่ายการชำระเงินค้าปลีกใหญ่ที่สุดของโลก ให้เป็นแพลตฟอร์มเปิด (Open Platform) ทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ จากสถาบันทางการเงิน บริษัทด้านเทคโนโลยี ร้านค้า และสตาร์อัพต่างๆ เข้าถึงระบบผ่าน APIs, SDKs และการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง

พลัง Open Platform +  Capabilities (API)

สุริพงษ์ ให้ข้อมูลว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ของวีซ่า ที่ต้องการเป็นผู้นำเรื่องการชำระและรับเงิน (Payment)  เป็นสิ่งชัดเจนว่า การชำระเงินเป็นกระดูกสันหลังของทุกธุรกรรม  

ทั้งนี้ จุดเด่นสำคัญของ  Visa Developer คือ การอนุญาตให้นักพัฒนาเข้าถึง Capabilities (API) หลักๆมากกว่า 200 รายการ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเครือข่าย (Network)  

“โดยพื้นฐาน การสร้างแอพพลิเคชั่น เป็นการประกอบกันขึ้นด้วย Capability หรือ API มากกว่า 2 รายการ ซึ่งนักพัฒนาส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ หรือข้อมูลตรงนี้  Visa Developer  จะเปิดโอกาสใหม่ๆ ทลายข้อจำกัดที่มีอยู่ในอดีต” 

ตัวอย่างโซลูชั่นที่พัฒนาแล้ว เช่น  Currency  Conversion  แอพคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่แตกต่างกัน  Account  Holder Identification  แอพระบุผู้ถือบัตรตัวจริง  Consumer Transaction  Alerts  แอพแจ้งเตือนเมื่อมีการทำธุรกรรม เป็นต้น   

ส่วนที่เปิดตัวในไทยช่วงกลางเดือนธันวาคม  เช่น  แอพพลิเคชั่นมือถือที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ซึ่งใช้ Visa Direct  API ให้บริการชำระเงินเรียลไทม์ เกิดการโอนคะแนนสะสม หรือเงินแก่ผู้ใช้บัตรโดยตรง

Visa Tokens Service (VTS)  เป็น  API  ที่ช่วยให้สถาบันทางการเงินออกรหัสโทเค็น เป็นบัญชีดิจิตอลที่เพิ่มระบบความปลอดภัย ช่วยให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเลต คอมพิวเตอร์ส่วนตัว หรืออุปกรณ์มือถืออื่นๆ ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น 

Visa Developer ช่วงทดลอง เปิดตัวร่วมกับพันธมิตรจำนวนมาก ให้เกิดความร่วมมือในลักษณะ Co-Create Business  อาทิ  Capital One, CIBC, Emirates NBD, National Australia Bank (NAB), Scotiabank, U.S. Bank และ VenueNext  เป็นอาทิ  ล่าสุดมีพันธมิตรระดับโลก (Global Partner) ในระบบนับร้อยราย

เพื่อให้เกิดการประสาน และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม  วีซ่ากำลังขยายจุดรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไทย โดยปัจจุบันมีจำนวนร้านค้าที่รับบัตรวีซ่าเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 500,000 แห่งในปี 2559 โดยเฉพาะนอกกรุงเทพมหานคร

รวมถึงมีจำนวนเครื่องรูดบัตรพกพาสำหรับมือถือและแท็บเลต (mPOS) ที่มีการใช้งานอยู่เกือบ  50,000 เครื่อง ส่วนใหญ่ใช้ในธุรกิจประกันชีวิต

สุริพงษ์ สรุปว่า ปัจจุบัน ยังคงมีธุรกิจจำนวนมากพึ่งพาระบบแบบเดิมๆ ขณะที่ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไป จุดสำคัญอยู่ที่ความต้องการทุกสิ่งทุกอย่างทันที ใช้เวลาสั้นๆ  Customer Experience เป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จหรือความล้มเหลว 

“วีซ่ามุ่งมั่นอย่างมากที่จะขยายการเข้าถึงการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์  เพิ่มมูลค่า และประสิทธิภาพในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงนี้”  

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูนขแบรนด์เอจ โฮลดิ้ง จำกัด. All rights reserved.