41,782
VIEWS

“ยูนิฟ” ใส่ใจ จาก Insight ผู้บริโภค

Aug 15, 2018 -None-

ถือเป็นปีแรกที่ “ยูนิฟ” ได้พิสูจน์ถึงศักยภาพการทำงานด้าน Digital Marketing เมื่อยูนิฟสามารถสร้างคอนเทนต์ที่ครองใจผู้บริโภคจนได้รับรางวัล อันดับ 1 ในฐานะสุดยอดแบรนด์ทรงประสิทธิภาพบนโลกโซเชียล ในกลุ่มน้ำผลไม้ จากการสำรวจ Thailand's Most Social Power Brand 2018 ซึ่งเป็นเครื่องการันตีถึงความสามารถที่ยูนิฟไม่เป็นรองใครได้เป็นอย่างดี

“ปัจจุบันสื่อออนไลน์เติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ทราบกันดีว่า ออนไลน์เป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและตรงมากที่สุด ผู้บริโภคปัจจุบันมีพฤติกรรมการรับสื่อผ่านช่องทางนี้เป็นหลัก จึงเป็นสาเหตุให้เราต้องให้ความสำคัญมากขึ้น โดยหันมาโฟกัสตรงนี้อย่างจริงจัง เราจึงให้ความสำคัญในการวางงบประมาณในช่องทาง Digital ในปีนี้ในสัดส่วนถึง 30% ของภาพรวม อย่างแรกที่เราพยายามบอกทีมเสมอ ก็คือ เราต้องรู้ว่าพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้บริโภคที่รับสื่อผ่าน Social Media ในแต่ละแพลตฟอร์มเป็นอย่างไร เพื่อวางแผนกลยุทธ์ผ่านช่องทางดิจิทัล ให้ได้มีประสิทธิภาพสูงสุด”

คุณทนุ เนาวรัตน์พงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึง ที่มาและนโยบายในการทำ Digital Marketing ของยูนิฟแม้ว่าผู้บริโภคจะให้ความสนใจกับการสื่อสารในทุกแพลตฟอร์มก็ตามยูนิฟกลับมองว่า การจะทำ Digital Marketing ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่เพียงแต่ต้องทำตามความสนใจของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน แบรนด์ก็ต้องคำนึงถึงคอนเทนต์ที่ดี เข้าถึงไลฟ์สไตล์หรือ Consumer Insight ของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ยัดเยียดความเป็นแบรนด์มากจนเกินไป และการใช้คอนเทนต์เหล่านั้นให้ความเหมาะสมระหว่างแพลตฟอร์ม เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่แบรนด์ต้องการจะนำเสนอด้วยเช่นกัน Facebook และ YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคในประเทศไทยใช้ และให้ความสนใจมากที่สุด ทำให้ยูนิฟเลือกใช้เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารไปสู่ผู้บริโภค โดยยูนิฟใช้ Facebook เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เพื่ออัพเดทข่าวสาร ให้ข้อมูล ให้ความรู้แก่ผู้บริโภค และใช้ YouTube ในการโฆษณาผ่านสื่อในรูปแบบของวิดีโอ ซึ่งปัจจุบัน ยูนิฟมีผู้ติดตามใน Facebook เพจ Unif จำนวน 195,591 Users และ YouTube ในช่อง ILoveUnif มีผู้ติดตาม 2,340 Subscribers (ข้อมูลวันที่ 18 กรกฎาคม 2561) ด้วยภาพลักษณ์และจุดยืนที่แข็งแกร่งของแบรนด์ จากการมีผลิตภัณฑ์น้ำผักผสมผลไม้ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพ ประกอบกับความตั้งใจและความห่วงใยที่ยูนิฟมีให้ต่อผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและการรับประทาน ยูนิฟจึงมุ่งเน้นนำเสนอคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เช่น ให้ความรู้เกี่ยวกับการรับประทานอาหาร ผักและผลไม้ ในมุมที่ทำให้ผู้บริโภคได้เห็นถึงความต้องการทำไมเขาต้องดูแลตัวเอง ด้วยการกินผักผลไม้ให้เพียงพอ พร้อมทั้งรณรงค์ให้คนหันมาดูแลสุขภาพ ห่วงใย ใส่ใจซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น กลายมาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสื่อสารไปสู่ผู้บริโภค

“ความโชคดีของเรา คือ เรามีแบรนด์ที่มีจุดแข็ง มีจุดยืนชัดเจนในเรื่องของสุขภาพ เราจึงพยายามที่จะนำเสนอคอนเทนต์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ปัจจุบันคนกินผักไม่เพียงพอ เราก็อยากจะเป็นกระบอกเสียงที่จะบอกให้คนทราบถึงประโยชน์ของการกินผักผลไม้ให้เพียงพอที่มีต่อสุขภาพ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าการกินผักกับกินผลไม้ไม่เหมือนกัน ผักให้แร่ธาตุสูง ส่วนผลไม้ให้วิตามินสูง ในแต่ละวันคนเราต้องกินผักและผลไม้รวมกันอย่างน้อย 400 กรัม เพื่อสุขภาพที่ดี ป้องกันโรคทั้งที่ใกล้และไกลตัว เช่น ท้องผูก ป่วยง่าย มะเร็งลำไส้ ความดัน เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราอยากสื่อสารมาก โดยที่เราไม่ได้คำนึงว่าเราจะขายได้มากหรือน้อย แต่ผลลัพธ์สุดท้ายเราเชื่อว่า เราจะได้ความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค”

สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างคอนเทนต์ คุณทนุมองว่า คอนเทนต์ที่ผู้บริโภคจะให้ความสนใจมากที่สุด ต้องเป็นเรื่องราวที่มาจาก Insight ของกลุ่มเป้าหมายจากเรื่องใกล้ตัว เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่าเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆ ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้บริโภคเข้าใจและให้ปฏิกิริยาตอบรับได้มากกว่าเรื่องราวไกลตัว มากไปกว่านั้นคอนเทนต์ที่จะนำเสนอสู่ผู้บริโภคในปัจจุบันจะต้องไม่ฮาร์ดเซลส์เกินไปไม่ขายของตรงๆ เนื่องจากธรรมชาติของคนจะปิดกั้นการขายโดยอัตโนมัติ นอกจากนั้น เราเชื่อว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคชอบและเชื่อการสื่อสารบอกต่อจากคนใกล้ตัว คนที่เค้าเชื่อใจพูดหรือรีวิวมากกว่า และจะไม่ชอบอะไรที่แบรนด์พยายามพูดเอง ที่ผ่านมายูนิฟใช้ Digital Marketing ในการสร้างการรับรู้และสื่อสารกับผู้บริโภค โดยแคมเปญที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดก็คือ หนังสั้นแนวสารคดีรักที่มีความยาวกว่า 8 นาที เรื่อง “400” เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวพนักงานออฟฟิศ โดยนางเอกแอบรักพระเอกและมีความต้องการที่จะดูแลสุขภาพของอีกฝ่าย ด้วยการแอบทำอาหารดีๆให้กินทุกวัน ซึ่งสามารถสะท้อนนโยบายการสนับสนุนให้คนดูแลซึ่งกันและกันของยูนิฟได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันมียอดผู้ชมจากทุกแพลตฟอร์มกว่า 5,667,701 วิว (ข้อมูล 17 ตุลาคม 2560) ในระยะเวลาอันรวดเร็ว และได้รับรางวัล B.A.D. Awards 2017 ในเดือน กันยายน 2017

“ปีที่เราประสบความสำเร็จมากที่สุดในด้านออนไลน์คือในปีที่แล้ว ที่เราปล่อยหนังสั้นแนวสารคดีรัก เรื่อง 400 ออกไป ตอนนั้นเราคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนมองว่า การกินผักเป็นเรื่องง่าย ซึ่งเราได้นำ Insight ของคนในเรื่องของการแอบรักแอบดูแลกันมาทำเป็นหนังสั้น โดยปกติแล้วไวรัลจะทำกันประมาณ 2-3 นาที แต่เราสามารถทำหนังแนวสารคดี 8 นาทีกว่าๆ ให้คนส่วนใหญ่ดูได้จนจบได้โดยไม่ Skip ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า คนชอบ
คอนเทนต์ที่เป็นแบบนี้ สิ่งที่เราพยายามจะบอกออกมาในงานของเรา ก็คือ เรื่องของการดูแลกัน ดูแลสุขภาพของกันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา”

คุณทนุ มองว่า ความห่วงใจ ใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภค พร้อมนำเสนอคุณสมบัติของสินค้าที่ดี ไม่มีโทษ และสร้างคุณประโยชน์ เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้ยูนิฟประสบความสำเร็จในการทำการสื่อสารผ่านออนไลน์

“เราทำการสื่อสารไปยังผู้บริโภคว่าเราอยากให้ผู้บริโภคดูแลสุขภาพของตัวเองและคนที่เรารัก โดยเห็น ยูนิฟ เป็นตัวช่วย โดยยึดแก่นของความจริงที่ว่าปัจจุบันคนไทยกว่า 75% กินผักผลไม้ไม่เพียงพอ พยายามรณรงค์ให้ผู้บริโภคหันมากินผักผลไม้มากขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องมาซื้อผลิตภัณฑ์ของเราก็ได้ เราเชื่อว่าความมุ่งมั่นที่เราทำจากความต้องการของผู้บริโภคเป็นที่ตั้ง เจตนาที่เราต้องการนำเสนอตัวแบรนด์ ตัวผลิตภัณฑ์ การนำเสนอคุณสมบัติของสินค้าที่ดี เป็นปัจจัยของความสำเร็จที่เกิดขึ้น”

อย่างที่ทราบกันดีว่า สื่อออนไลน์เป็นสื่อที่ยากจะควบคุม สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจากการสื่อสารผ่านช่องทางนี้ ซึ่งทางยูนิฟใช้วิธีการในการสื่อสารแนวทางจริงใจ และใช้ข้อเท็จจริง ด้วยความเชื่อพื้นฐานที่ว่า ข้อเท็จจริงจะสามารถให้คำตอบในตัวเองได้ สำหรับการรับมือเมื่อเกิดปัญหา คุณทนุ มองว่า การมีทีมงานหลังบ้านที่ดีจะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที และพนักงานขององค์กรคือ ตัวเลือกที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือองค์กร เนื่องจากคนเหล่านี้จะมีความรัก รู้จักเข้าใจในผลิตภัณฑ์และองค์กรเป็นอย่างดี ฉะนั้นการทำงานทุกอย่างของยูนิฟจะเลือกคนในองค์กรทำงานเองทั้งหมด

สื่อออนไลน์ ที่มีการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา ประกอบกับเครื่องดื่มซึ่งเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคมีทางเลือกเยอะ เปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดาย ปีนี้ยูนิฟให้ความสำคัญกับ “การรักษาลูกค้าปัจจุบันมากกว่าการหาลูกค้าใหม่” พยายามที่จะรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้โดย การสื่อสารคอนเทนต์ แคมเปญต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง กับลูกค้าปัจจุบัน ที่เราได้มีการเก็บฐานข้อมูลออนไลน์ไว้จากลูกค้าที่เคยดูหนังสั้น 400 ทั้งหมดตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ โดยมีการปรับวิธีการสื่อสารให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภคที่มีการบริโภคสื่อเปลี่ยนไปตลอดเวลา ขณะเดียวกันเราก็ไม่ลืมที่จะศึกษาและหาทางเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ด้วยเช่นกัน

“เป้าหมายของเรา คือ เราต้องการสื่อสารไปยังผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในงบที่เรามี ทุกการสื่อสารไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ยิ่งเป็นช่องทางออนไลน์ ยิ่งเปลี่ยนตลอดเวลา เราจึงต้องหมั่นที่จะเรียนรู้ อัพเดทตัวเองสม่ำเสมอ สำคัญที่สุดคือ ต้องมีคอนเทนต์ที่ดี เหมาะสมกับแต่ละแพลตฟอร์ม และสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเราด้วย” คุณทนุ กล่าวทิ้งท้าย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.