5,405
VIEWS

ค้นคำตอบ เซเว่น อีเลฟเว่น เกี่ยวพันกับความสำเร็จของไส้กรอกซีพีอย่างไร

Aug 16, 2018 R.Somboon

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับไส้กรอกซีพีนั้น นอกจากเรื่องของการตลาดที่ทำออกมาเข้มข้นแบบต่อเนื่องไม่หยุดแล้ว สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างก็คือ การมีช่องทางขายที่แข็งแกร่งอย่างร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เข้ามาเป็นตัวสนับสนุน ซึ่งถ้าจะบอกว่า กลุ่มซีพีเองมีการวางกลยุทธ์การสร้างตลาดไส้กรอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะสร้างรูปแบบการบริโภคสินค้าประเภทนี้ให้เป็น “สแน็ค” ที่สามารถกินได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดแค่การกินตามมื้ออาหาร ช่องทางขายผ่านร้านคอนวีเนียนสโตร์อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น จึงกลายมาเป็นหัวใจสำคัญของยุทธการในการสร้างตลาดไส้กรอกตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

วิทวัส ตันติเวสส รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านการตลาด ซีพีเอฟ เจ้าของแบรนด์ไส้กรอกซีพี บอกกับเราว่า ปัจจุบันตลาดไส้กรอกมีมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี คาดว่าจะมีการเติบโตในปีนี้ที่ตัวเลข 1 – 2% ซึ่งการเติบโตในตัวเลขที่ไม่สูงนัก เป็นไปตามกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ

 

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ถ้ามองโอกาสทางการตลาดแล้ว จะพบว่ายังมีโอกาสในการเติบโตได้อีกค่อนข้างมาก เพราะปัจจุบันคนไทยบริโภคไส้กรอกเฉลี่ย 5 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ถือว่าต่ำกว่าประเทศที่บริโภคไส้กรอกเป็นประจำอย่างสหรัฐอเมริกาที่มีตัวเลขสูงถึง 20 กิโลกรัมต่อคนต่อปี

“ปัจจุบัน ช่องทางขายหลักของสินค้าประเภทไส้กรอก จะอยู่ที่ร้านคอนวีเนียนสโตร์ ในสัดส่วนถึง 70% ของตลาด ที่เหลือจะเป็นการขายผ่านซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต และแม็คโคร ด้วยพฤติกรรมการกินแบบสแน็ค ทำให้ช่องทางขายที่เป็นคอนวีเนียนสโตร์ กลายเป็นช่องทางที่ช่วยผลักดัน และสร้างโอกาสในการขายได้ค่อนข้างดี”

หากย้อนไปดูที่จุดตั้งต้นของการสร้างตลาดไส้กรอกของซีพีแล้วจะพบว่า ซีพี มองเห็นเทรนด์ของการบริโภคไส้กรอกว่า รูปแบบส่วนใหญ่จะเป็นการบริโภคแบบสแน็คที่สามารถสร้างโอกาสในการบริโภคได้ตลอดทุกช่วงเวลา ทั้งการกินเพื่อรองท้องก่อนมื้อหลัก และการกินเล่น หรือแชร์กันในกลุ่มเพื่อนในงานปาร์ตี้ต่างๆ จึงมุ่งไปที่การสร้างตลาดไส้กรอกผ่านรูปแบบการบริโภคในลักษณะดังกล่าว

เมื่อประกอบเข้ากับ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นที่ตัวเองเป็นเจ้าของสามารถสร้างเครือข่าย และเข้าถึงลูกค้าได้ค่อนข้างกว้าง ด้วยจำนวนสาขากว่าหมื่นสาขาในปัจจุบัน จึงมุ่งเข้ามาที่การสร้างตลาดผ่านช่องทางดังกล่าว โดยทำไปพร้อมกับการใช้กลยุทธ์ในเรื่องของไซส์ซิ่ง และตัวแพ็กเกจจิ้งที่ขายเป็นแพ็ก ไม่ใช่การขายแบบตักชั่งกิโลเหมือนกับไส้กรอกที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต

ขณะที่การทำตลาดเพื่อสนับสนุนการขายนั้น ก็พุ่งตรงมาที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักศึกษา และคนเริ่มต้นทำงานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในความถี่ที่มากกว่ากลุ่มเป้าหมายอื่นๆ  จึงกลายเป็นแรงส่งชั้นดีที่ทำให้ไส้กรอกแบรนด์ซีพีก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของตลาดที่มีส่วนแบ่งตลาดในแง่ของมูลค่าอยู่ที่ 19%

 

ปัจจุบัน ตลาดไส้กรอก 3 หมื่นล้านบาท จะแบ่งออกเป็นตลาดพรีเมียมที่มีราคาขายกิโลกรัมละ 400 บาทขึ้นไป มีสัดส่วนประมาณ 6% ของตลาด ไส้กรอกเกรดเอ ราคาขาย 200 – 400 บาทต่อกิโลกรัม สัดส่วน 45% และไส้กรอกระดับกลางลงมาล่างราคาขาย 50 – 200 บาทต่อกิโลกรัม มีสัดส่วน 49%

ส่วน ซีพี มีไส้กรอกอยู่ 4 แบรนด์หลักคือ แบรนด์ ซีพี บีเคพี ซูเปอร์เชฟ และมิสเตอร์ซอสเซจ โดยทั้ง 4 แบรนด์ จะจับตลาดที่แตกต่างกันไป มีบุทเชอร์กับ มิสเตอร์ซอสเซจ อยู่ในตลาดพรีเมียม แบรนด์ซีพี จะจับตลาดเกรดเอ และบีเคพี เป็นตลาดระดับกลาง โดยส่วนแบ่งตลาดรวมทั้ง 4 แบรนด์อยู่ที่ประมาณ 31%

“การมีกิจกรรมการตลาด รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาด เข้ามามีผลต่อการเติบโตของไส้กรอกซีพี โดยเราจะใช้งบการตลาดในปีนี้ประมาณ 120 ล้านบาท แคมเปญล่าสุดที่มีการดึง แบมแบม GOT7 เข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สามารถช่วยเพิ่มทั้งยอดขาย และการขยายฐานแบรนด์เข้าไปที่กลุ่มวัยรุ่น ขณะที่การนำเสนอสินค้าใหม่นั้น เมื่อช่วงเทศกาลบอลโลกที่ผ่านมา เรามีการออกสินค้าใหม่คือไส้กรอก ซีพี บอล ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันในเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์ ทั้งหมดนั้นจะช่วยผลักดันให้เรามีตัวเลขเติบโตมากกว่าการเติบโตของตลาดโดยรวมที่เรามองว่าน่าจะเติบโตได้ 3 – 4% มากกว่าตลาดที่คาดว่าจะเติบโต 1 – 2% ในปีนี้”

 

เปิด 4 เทรนด์การเติบโตของตลาด

ยูโรมอนิเตอร์ บริษัทวิจัยชั้นนำ ออกมาให้ตัวเลขที่น่าสนใจว่า ในปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายทุกประเภทในชีวิตประจำวันของคนไทยทั้งประเทศจะมีประมาณ 8.8 ล้านล้านบาท โดยในจำนวนนั้นจะเป็นค่าใช้จ่ายด้านอาหารประมาณ 21.2% หรือคิดเป็น 1.8 ล้านล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 4.6% จากปี 2016 ค่าใช้จ่ายด้านอาหารถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่มากที่สุด ส่วนในปีนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคนไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.2 ล้านล้านบาท

ความน่าสนใจของข้อมูลที่ว่านี้ตามมุมมองของผู้บริหารซีพีนั้น เป็นการมองเห็นโอกาสในการเข้าไปแชร์ตลาดในส่วนนี้ เมื่อมองมาที่เทรนด์ในเรื่องของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนไทยรุ่นใหม่ โดย 4 เทรนด์ที่จะเข้ามาเป็นตัวสนับสนุนให้ตลาดอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานที่รวมถึงไส้กรอกด้วยนั้นจะประกอบไปด้วย

1.คนไทยจะใส่ใจในเรื่องของสุขภาพมากขึ้น จึงเลือกอาหารที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ รวมถึงการมีมาตรฐานการผลิตที่ได้คุณภาพ

2.ไลฟ์สไตล์ที่เป็น “ออน เดอะ โก” ทำให้อาหารสำเร็จรูป รวมถึงร้านค้าปลีกที่ขายในเรื่องของความสะดวกสบายอย่างเซเว่น อีเลฟเว่น ได้รับผลดีจากไลฟ์สไตล์ดังกล่าว

3.เทรนด์ในเรื่อง 24 Hour/ 7 Days

4.ไลฟ์สไตล์แบบ Urbanization ที่เข้ามาเปลี่ยนวีถีชีวิตของคนไทย

ทั้ง 4 เทรนด์จะเข้ามาเป็นตัวสนับสนุนชั้นดีให้กับการทำตลาดอาหารของกลุ่มซีพีที่ปัจจุบันมีสินค้าในหมวดอาหารอยู่ 4 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มอาหารสด

 2.ไส้กรอก

3.เรดดี้ มีล

4.กลุ่มสแน็ค อาทิ ไก่ เทอริยากิ

แน่นอนว่า ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น จะกลายเป็นตัวที่เข้ามาสนับสนุนความสำเร็จของอาหารทั้ง 4 กลุ่ม เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้วงกว้างในฐานะของการเป็น “คอนวีเนียน ฟู้ด สโตร์” นั่นเอง......

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.