ไขความลับ iTAX แอพพลิเคชั่นที่เข้าใจโลกของภาษี

Feb 13, 2017 A.kanitha

ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนทางด้าน  Data Mining จากสหรัฐอเมริกา ประกอบกับประสบการณ์การทำงานในบริษัท Expedia ที่ซิลิคอน วัลเลย์ ทำให้ ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ซีอีโอ บริษัท ลีกัล ไดร์ฟ จำกัด มีความฝันที่จะกลับมาพัฒนาแอพพลิเคชั่นในบ้านเกิดของตัวเองบ้าง โดยตั้งธงการพัฒนาแอพพลิเคชั่นว่า จะต้องออกแบบมาเพื่อให้คนไทยได้ใช้ประโยชน์ กระทั่งออกมาเป็น  iTAX แอพพลิเคชั่นสำหรับการบริหารด้านภาษี และเป็นฟรีแอพพลิเคชั่นหมวดการเงินที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดใน App Store

ดร.ธรรม์ธีร์ เปิดเผยถึงที่มาของแอพพลิเคชั่นสำหรับการบริหารด้านภาษี iTAX ว่า มาจากการตั้งโจทย์ที่จะหาโปรดักต์ที่ทุกคนจะต้องใช้ และเป็นโปรดักต์ที่ไม่มีข้อเสีย กระทั่งมาเจอเรื่องภาษีซึ่งเป็นเรื่องของทุกคนที่มีรายได้จำเป็นต้องมีหน้าที่ในการยื่นอยู่แล้ว

“อีกสาเหตุหนึ่งมาจากประสบการณ์จากการอยู่ต่างประเทศของผมพบว่า คนส่วนใหญ่มีอะแวร์เนสเรื่องภาษี เขาจะเริ่มบริหารจัดการวางแผนภาษีตั้งแต่วันแรกที่เขาทำงาน ซึ่งเป็นแผนระยะยาวเผื่อจนถึงเกษียณอายุ แต่พอกลับมาเมืองไทยพบว่า ทุกคนรู้ว่าพอมีรายได้ต้องจ่ายภาษี แต่น้อยคนนักที่อยากจะรู้เรื่องภาษี และจัดการทางการเงินได้ถูกต้อง ยกเว้น High Network ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอะแวร์เนสอยู่แล้ว โดยจ้างที่ปรึกษาภาษีส่วนบุคคลให้มาจัดการเงินของตัวเอง แต่ผมมองว่าภาษีเป็นเรื่องของทุกคน ทำไมเราไม่ทำให้ที่ปรึกษาทางด้านภาษีเป็นบริการที่เข้าถึงคนทุกคน ซึ่งจะให้ประโยชน์แก่ทุกๆ ฝ่าย ทั้งผู้เสียภาษีเอง และรัฐบาล”

 

โดยในส่วนของประชนชน สามารถวางแผนทางด้านภาษีที่ถูกต้อง ได้รับการใช้สิทธิ์ครบถ้วน ใช้สิทธิ์อย่างคุ้มค่า ทำให้ไม่ต้องจ่ายภาษีมากเกินความเป็นจริง ส่วนใหญ่จ่ายเกินไป 10-15% ดังนั้นการวางแผนที่ถูกต้องจะช่วยลดขั้นบันไดการเสียภาษีได้ 10-15%

ในขณะที่ภาครัฐบาลนั้นย่อมได้รับอานิสงส์หากประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้น ก็จะทำให้คนเข้าสู่ระบบภาษี และจ่ายภาษีมากขึ้นตามไปด้วย

“ปัจจุบันคนไทยมีรายได้ 40 ล้านคน แต่มีคนที่ยื่นภาษีเพียง 10 ล้านคน และเสียภาษีจริงๆ 4 ล้านคนเท่ากับว่าทุกวันนี้คนเข้าสู่ฐานภาษีน้อยมาก หากในอนาคตคนเข้าระบบภาษีมากขึ้น ประเทศก็จะมีคนเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระมากขึ้น มีงบประมาณมากพอที่จะไปพัฒนาส่วนต่างๆ ของประเทศมากขึ้น และอาจทำให้ค่าเฉลี่ยในการจ่ายภาษีน้อยลง”

นี่จึงเป็นที่มาของ  iTAX แอพพลิเคชั่นสำหรับการบริหารด้านภาษี ซึ่งเปิดตัวสู่ตลาดไปเมื่อ 3 ปีก่อน โดยคิดค้นฟังก์ชั่นที่ให้สิทธิประโยชน์ต่อผู้ใช้ โดยวางตำแหน่งให้ภาษีเป็นด่านแรกที่นำไปสู่โลกการเงิน ที่ไม่เพียงแต่มอบข้อมูลความรู้เท่านั้น  แต่ยังเป็นแอพพลิเคชั่นที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเรื่องภาษีไม่ใช่เรื่องหนักใจอีกต่อไป ที่สำคัญยังสามารถบริหารจัดการการเสียภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ด้วยคอนเซ็ปต์ Get Tax Done Right With the Biggest Refund ทำภาษีให้ถูกต้องและได้รับเงินคืนสูงสุด หรือใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีสูงสุด iTAX จึงมีฟังก์ชั่นการใช้งานตั้งแต่ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ด้วยการแปลกฎหมายภาษี และเทคนิคการเสียภาษีต่างๆ ให้มาเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายต่อการบริหารจัดการ และใช้สิทธิ์ได้อย่างเต็มที่ จนไปถึงการวางแผนการเสียภาษีที่มีให้เลือก 2-3 แผน รวมถึงข้อแนะนำต่างๆ อาทิ การซื้อกองทุนไม่ให้เกินความจำเป็น หรือเกินความพอดี และ iTAX Market ระบบในการเช็คเงื่อนไขการลดหย่อนต่างๆ โดยละเอียด  เป็นตารางเปรียบเทียบสินค้าประหยัดภาษี ได้แก่ ประกันชีวิต และกองทุน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า โดยตอนนี้ iTAX ได้รวบรวมบริษัทประกันชีวิตชั้นนำ เข้ามาอยู่ในระบบ โดยใช้สมการมาเป็นหลักการเปรียบเทียบที่ให้ผลตามความเป็นจริง และไม่ลำเอียง ซึ่งจากประสบการณ์ของคนที่เข้ามาใช้ iTAX มีตัวเลขออกมาว่าสามารถประหยัดภาษีไปได้เฉลี่ย 7,500 บาทต่อคน หลังจากการวางแผน

ดร.ธรรม์ธีร์ กล่าวว่า แม้การยื่นภาษีจะเป็นช่วงเวลา  ตั้งแต่เดือนมกราคาถึงมีนาคม แต่การหาความรู้เพื่อที่จะวางแผนภาษีควรจะทำตลอดเวลาทั้งปี ดังนั้น iTAX จึงไม่ใช่ Seasonal Product

“คนส่วนมากซื้อกองทุนปลายปี แต่จะราคาแพง ดังนั้นถ้าซื้อตั้งแต่ต้นปี หรือกลางปี ก็จะได้ราคาดีกว่า ซึ่งเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เราจะบอก เพื่อให้ผู้ใช้มีวิธีการเข้าซื้อสินค้าประหยัดทางภาษีที่ได้ต้นทุนที่ถูกกว่า แต่เราจะแนะนำว่าให้ซื้อเฉลี่ย นอกจากนี้ iTAX ยังเป็นแหล่งข้อมูลอัพเดท เพราะอย่าลืมว่านโยบายด้านภาษีของรัฐบาลเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ผู้ใช้ควรที่จะต้องรู้เท่าทัน หรือบางครั้งต้องคำนวณว่าอะไรเหมาะสมกับตัวเอง ยกตัวอย่าง การซื้อประกันชีวิต ทุกคนสามารถหาได้จากกูเกิลก็รู้ว่าซื้อได้ไม่เกิน  1 แสนบาท แต่ถามว่าจำเป็นไหมที่ต้องซื้อถึง 1 แสนบาท ซึ่ง iTAX จะแนะนำว่า ควรจะซื้อเท่าไหร่ โดยคำนวณจากฐานรายได้ สิทธิ และการเสียภาษี”

ปัจจุบัน iTAX มีตัวเลขการใช้งานแอ็กทีฟเฉลี่ยอยู่ที่ 1 แสนคนต่อเดือน และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 3-5 แสนคนต่อเดือน หรือคิดเป็นการเติบโต 2 เท่า ซึ่งหลังจากเข้าถึงกลุ่มคนในระดับแมสแล้ว ดร.ธรรม์ธีร์ มีแผนที่จะเข้าไปเจาะลูกค้ากลุ่ม HR ของบริษัทองค์กรต่างๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมวางแผนภาษีให้กับพนักงานองค์กร

นอกจากนี้ยังวางแผนจัดงาน iTAX Marketplace เป็นเอกซโปทางด้านภาษีเป็นครั้งแรก โดยสร้างจุดต่างจากเอกซโปการเงินทั่วไปตรงที่ เป็นงานการเงินที่มีความเป็นไลฟ์สไตล์ เจาะกลุ่มคนที่ต้องจ่ายภาษีให้มาที่งานนี้โดยเฉพาะ

“สาเหตุที่เราจัดงานนี้ขึ้นมา เพราะตามหลักทฤษฎีการเงินแล้วถือว่า เรื่องการวางแผนทางภาษีเป็นหนึ่งในการวางแผนทางการเงินอย่างหนึ่ง ผมจึงคิดว่าน่าจะมีฐานลูกค้าเยอะ เพราะทุกคนต้องจ่ายภาษี แต่ไม่ใช่ทุกคนที่สนใจทางการเงิน แต่ถ้าใครที่ลงทุน ก็ต้องคิดถึงเรื่องการวางแผน หน้าที่ของเราน่าจะช่วยสื่อสารคนในโลกการเงินกับคนในโลกแมส เลยจัดงานนี้”

ขณะเดียวกันเมื่อ iTAX เริ่มเป็นที่รู้จักในระดับหนึ่ง ดร.ธรรม์ธีร์ จึงมีแผนขยายขอบเขต จากการวางแผนภาษี ไปยังการวางแผนทางการเงินประเภทอื่นด้วย เช่น การลงทุน เงินออม การบริหารหนี้ และบริหารความเสี่ยงในชีวิต โดยกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาแอพพลิเคชั่นตัวใหม่ภายใต้แบรนด์ Wealthcare

“เราวางแผนการทำงานระยาวภายในองค์กรว่าจะเป็นผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่มีความเชี่ยวชาญด้าน FinTech โดยเฉพาะ จึงคาดว่าจะมีแอพพลิเคชั่นในทำนองนี้เปิดตัวสู่ตลาดเรื่อยๆ ถือเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้มีประโยชน์กับสิ่งที่เรามีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว อย่างผมเชี่ยวด้านการเงิน ภาษี เราก็เอาเทคโนโลยีเข้ามา เพื่อให้คนทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

แต่ในฐานะสตาร์ทอัพนั้น การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดมาก็ต้องเผชิญกับความท้าทายเช่นกัน

“เพราะเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สตาร์ทอัพทุกคนที่เข้าวงการนี้จะต้องมีความตั้งใจในการติดตาม และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน ดีมานด์ของลูกค้าก็วิ่งไปเร็วมาก และระหว่างทางก็จะมีโซลูชั่นที่เข้ามาทดแทนรวดเร็วมากเช่นกัน เพราะสนามนี้เป็นการแข่งขันพร้อมกันทั่วทั้งโลก เวลาเข้า App Store ก็เห็นแอพพลิเคชั่นอื่นจากทุกประเทศแล้ว ฉะนั้นผู้พัฒนาต้องรู้จริงในเรื่องนั้น แล้วสามารถตอบสนองและมอบประสบการณ์การใช้งานได้ดีที่สุด นี่คือความท้าทายของการเป็นสตาร์ทอัพ  ทีนี้จะเราจะ Success ได้ยังไง เราก็ต้องเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง ต้องฟังลูกค้า เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และนำมาพัฒนาปรับปรุง ตอนนี้ความต้องการของลูกค้าไดนามิคมาก คนที่ทำงานตรงนี้ต้องวิ่งตลอดเวลา เพราะไม่มีกฎเกณฑ์อะไรที่ตายตัว” 

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ โฮลดิ้ง จำกัด. All rights reserved.