85,302
VIEWS

Dunning-Kruger effect รู้อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการรู้ว่าตนเองนั้นยังไม่รู้อะไร

Aug 24, 2018 -None-

วันหยุดแบบนี้ BrandAge Online มีบทความดีๆ จาก นพ.กนกศักดิ์ ปรักกโมดม วิสัญญีแพทย์ที่ทำงานด้านสาธารณสุขมากว่า 30 ปี ซึ่งให้แง่คิดมากมายในการทำงานรวมถึงการอยู่ร่วมกันในสังคมมาให้อ่านกัน

 

ารไปนั่งฟังผู้รู้ ผู้มากประสบการณ์ บรรยายความรู้และประสบการณ์ที่เขาสะสมมาให้เราได้เห็น ได้ยิน และได้คิดตาม ก็ย่อมเพิ่มความมั่นใจในความรู้และการทำงานให้กับเรามากขึ้น

 

การไปฟังประชุมวิชาการเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา Professor ท่านหนึ่งได้ยกเอาเรื่องของ Dunning-Kruger Effect มาพูดให้ฟังใน 1 Slide แต่เพียงแค่ 1 Slide มันกลับสร้าง Impact โครตแรงเลย เพราะงานชิ้นนี้ Justin Kruger และ David Alan Dunning ได้ร่วมกันทำ จนได้รับรางวัล Nobel สาขาจิตวิทยาในปี 2000 ( อันที่จริงเป็น IG Nobel Prizes อีกทีนะครับ แต่ประกาศรวมกับรางวัล Nobel, ผลงานเต็มคือ "Unskilled and Unaware of It: How Difficulties in Recognizing One's Own Incompetence Lead to Inflated Self-Assessments," Journal of Personality and Social Psychology, 77(6):1121-34, December 1999. )

 

Dunning-Kruger effect ได้สรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง ระดับของประสบการณ์ กับระดับของความมั่นใจ ออกมาเป็นกราฟเชิงเส้น ซึ่งผมขออนุญาตทำการถอดความออกมาให้เข้าใจได้ง่ายๆ

 

ในผู้ที่ยังอ่อนด้อยประสบการณ์ แต่อาจจะมากด้วยความรู้ ( ซึ่งความรู้ในปัจจุบันสามารถหาได้จากในตำรา, งานวิจัย , Blog , Social Media ) ซึ่งอาจจะยังไม่ได้นำความรู้นั้นมาใช้จริง หรือยังไม่ได้มีประสบการณ์มากพอที่จะ "วิเคราะห์" ความรู้นั้นออกมาว่า ถูกหรือผิด, เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม, เรื่องจริงหรือข่าวลือ, ทำได้จริงหรือทำไม่ได้จริง, มีผลดีหรือมีผลเสีย ฯลฯ อะไรก็ตามที เมื่อมันรวมเข้ามาเป็นความรู้ จนคิดว่า "รู้แล้ว" ก็ย่อมเกิดความมั่นใจว่าข้ารู้” “ข้าทำได้” “ข้าเก่ง” “โลกทั้งหมดนี้ข้าเข้าใจหมดแล้ว

 

ความรู้สึกตรงนั้น ระดับของความมั่นใจะเพิ่มขึ้นจนถึงดอย แต่เขากลับเรียกดอยนั้นว่า Mount Stupid (ผมแปลว่า ยอดดอยแห่งความโง่งม ) เพราะโดยแท้จริงแล้วไม่ว่าใครก็ตามก็มักจะต้องเคยผ่านขึ้นไปอยู่บนดอยแห่งนี้ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าจะยอมลงมาจากดอยหรือค้างอยู่บนดอย

 

Professor ท่านที่มาบรรยายบอกว่าคนที่ค้างอยู่บนดอยนี้ คือ People who are too stupid to know how stupid they are. แปลสั้นๆว่า โง่งมจนเกินจะรู้ได้ว่า ตนเองนั้นโง่งมเพียงใด

 

แต่ถ้าหากมิได้จมอยู่บนกองแห่งอัตตาจนไม่ยอมขยับขยายขวนขวายหาความรู้หาประสบการณ์แล้วไซร้ เมื่อประสบการณ์ผ่านไปได้มากจนถึงระดับหนึ่ง ก็จะเริ่มเข้าใจว่า สิ่งที่ตนรู้นั้นมันเพียงแค่กระผีกเดียวของจักรวาล แท้จริงยังมีสิ่งอีกมากมายที่ยังไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยิน อยู่อีกมหาศาล หากคิดได้เช่นนี้ ในบางคนก็อาจจะไหลลงไปติดอยู่ใน Valley of Despair หรือหุบเขาแห่งความสิ้นหวัง เพราะพอจะทำอะไร จะพูดอะไรก็ดูจะขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่เชื่อว่าตนจะทำได้สำเร็จ หรือทำได้ถูกต้อง ลึกๆ จะยังคิดเสมอว่า แท้จริงแล้วไซร้ เรายังไม่รู้อะไรเลย

 

แต่ถ้าไม่หยุดแค่ตรงนี้ คือ ยังเกิดแรงมานะให้ศึกษาไขว่คว้า ขวนขวาย สะสมประสบการณ์ต่อไปเรื่อยๆ จนมีความเข้าใจ เชี่ยวชาญ ชำนาญ จนถึงจุดที่เรียกว่า “ Expert”  

 

พอถึงตรงนี้แล้ว ก็จะมีระดับความมั่นใจที่สูงขึ้นอย่างมากมาย แต่กระนั้นก็ยังไม่ได้สูงเท่ากับระดับของ Mount Stupid

 

ถามว่าทำไม ?

 

เพราะระหว่าง Expert กับ Stupid มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตรงที่ 

1. Expert รู้ว่าตนเองรู้เรื่องอะไร และรู้ว่าอะไรที่ตนไม่รู้จึงมีความมั่นใจสูงที่สุดเฉพาะในเรื่องที่ตนเองรู้เท่านั้น

 

2. ส่วน Stupid ก็คือ Stupid อยู่วันยังค่ำ เพราะแท้จริงแล้วยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตนยังไม่รู้อะไร

 

#รู้อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการรู้ว่าตนเองนั้นยังไม่รู้อะไร

#โดดจากดอยกันเถอะนะ

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

นพ.กนกศักดิ์ ปรักกโมดมเป็นวิสัญญีแพทย์ที่ทำงานด้านสาธารณสุขมากว่า 30 ปี ผ่านร้อน ผ่านหนาว  เรียนรู้ทั้งจากความผิดพลาดของตัวเองและผู้อื่น เพื่อจะได้ไม่ต้องผิดพลาดอีก นอกเหนือจากงานด้านสาธารณสุข นพ.กนกศักดิ์ ยังเป็นนักปั่นจักรยานและนักถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงการมากมาย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.