19,765
VIEWS

พานาโซนิคเตรียมขายบ้าน!!! ขายบ้านแล้วได้อะไร?

Aug 27, 2018 S.Vutikorn

ยักษ์ใหญ่ในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าของโลกอย่างพานาโซนิค พยายามเจาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมาร่วม 2 ปีแล้ว แต่ยังหาพาร์ทเนอร์ไม่ได้

แต่ล่าสุด มร.ฮิเดคาสึ อิโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย กล่าวว่าความคืบหน้าล่าสุดในตอนนี้ ก็คือ ทางบริษัทได้เซ็นสัญญากับพันธมิตรที่เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยแล้ว ยังคงเหลือรายละเอียดที่ต้องพูดคุยอีกนิดหน่อยก็จะพร้อมแถลงข่าวความคืบหน้า

พานาโซนิคขายบ้านแล้วได้อะไร BrandAge Online มีคำอธิบายให้แล้ว

1. สร้างสมดุลให้ Brand Portfolio

หลายคนอาจจะไม่รู้มาก่อนว่าพานาโซนิคนั้นขายบ้านด้วย เพราะในประเทศไทยส่วนใหญ่จะรู้จักพานาโซนิค ผ่านสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ในความเป็นจริงพานาโซนิคขายบ้านมากว่า 50 ปีแล้ว แถมเป็นบ้านคุณภาพสูงเสียด้วย

 

ปี 2017 พานาโซนิค คอร์ปอเรชั่น มีผลประกอบการรวม 2.5 ล้านล้านบาท โดยแบ่งการดำเนินงานทั่วโลกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 

1. Appliances Company (AP) (32%)

พัฒนา ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (อาทิ ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัว เครื่องเสียง) เครื่องปรับอากาศ ตู้แช่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (คอมเพรสเซอร์) เซลล์เชื้อเพลิง 

2. Eco Solutions Company (ES) (20%)

พัฒนา ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโคมไฟติดเพดาน หลอดไฟ อุปกรณ์เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับระบบน้ำ วัสดุตกแต่งภายในบ้าน ระบบระบายอากาศ ระบบเครื่องปรับอากาศ  เครื่องฟอกอากาศ อุปกรณ์เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และจักรยานไฟฟ้า 

3.Connected Solution Company (CNS) (14%)

นำเสนอโซโลชั่นต่างๆ รวมถึงการพัฒนา การเชื่อมต่อระบบ การบำรุงรักษา และระบบปฏิบัติการซึ่งมีเป้าหมายหลักไปยังธุรกิจเกี่ยวกับการบิน โรงงานอุตสาหกรรม เอนเตอร์เทนเม้นต์ ธุรกิจค้าปลีก ระบบขนส่ง และพื้นที่สาธารณะ  

4. Automotive & Industrial Systems Company (AIS) (34%)

พัฒนา ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับระบบข้อมูลและความบันเทิงในรถยนต์ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับมัลติมีเดียในรถยนต์ แบตเตอรี่ในรถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับอุตสาหกรรม

 

คราวนี้ลองมาดูสัดส่วนรายได้ของพานาโซนิค ประเทศไทย กันบ้าง

ในปีที่ผ่านมาผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศมีตัวเลขรายได้รวมอยู่ที่ 91,000 ล้านบาท มีสัดส่วนมาจากกลุ่ม AP 30%,  กลุ่ม ES  9%, กลุ่ม CNS  2% และกลุ่ม AIS 59%

เหตุผลที่กลุ่ม AIS ทำรายได้ให้กับกลุ่มพานาโซนิค ประเทศไทย มากที่สุดนั้น เนื่องมาจากประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะกับรถยนต์เชิงพาณิชย์

ส่วนในกลุ่ม AP สัดส่วนรายได้ของพานาโซนิคนั้น ก็เทียบเคียงกับตลาดโลก เพียงแต่ว่าสินค้ากลุ่มนี้ แม้ว่าจะยังมีตัวเลขการเติบโตแต่ก็ใกล้ถึงจุดอิ่มตัวเต็มที และปัจจุบันก็มีการแข่งขันที่รุนแรง 

ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่พานาโซนิค ประเทศไทย จะต้องบริหาร Brand Portfolio ให้มีความสมดุลมากกว่านี้ในอนาคต ด้วยการเพิ่มสัดส่วนรายได้ในกลุ่ม ES ซึ่งทำได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด

ทางพานาโซนิค คอร์ปอเรชั่น เองก็มีนโยบายที่จะขยายตลาด Housing ออกไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้จากตลาดต่างประเทศจาก 2% เป็น 10% ใน 5 ปี

ปัจจุบันนี้ พานาโซนิคมีธุรกิจบ้านแล้วในประเทศไต้หวัน, อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

 

2.นำเสนอ High Technology Solution

แนวคิดในการทำตลาดกลุ่ม ES โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่ม Home & Living พานาโซนิควางแนวทางการทำธุรกิจนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยแบบครบวงจรหรือ High Technology Solution ผ่านคำว่า Smart & Sustainable ด้วยการสร้างความน่าเชื่อถือ 3 ด้าน คือ 

1.Structure คุณภาพของงานโครงสร้างจากเทคโนโลยี POWERTECH ที่ใช้สร้างบ้านแบบน็อกดาวน์ 4 ขั้นตอนหลัก คือ Outer Wall Panels, Roof Panels, Floor Panels, Framing ซึ่งยังมีประเภทของวัสดุให้เลือกตามสภาพภูมิประเทศและการแข่งขัน อาทิ ในญี่ปุ่นที่นิยมใช้ผนังสำเร็จรูปจากหลายวัสดุ (F Method, HS Method) ขณะที่ในหลายๆ ประเทศที่พานาโซนิคไปเปิดตลาดจะใช้ผนังระบบ W-PC (Wall-Panel Concrete) เป็นต้น

2. Air Quality ระบบอากาศหมุนเวียนในบ้านที่มีคุณภาพ จากเทคโนโลยี PURETECH 

ขยายความเพิ่มเติมในส่วนของระบบอากาศหมุนเวียนในบ้านที่มีคุณภาพ ในมุมมองของพานาโซนิคนั้น เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคดีว่าคนส่วนใหญ่จะใช้เวลาในบ้านพักอาศัยมากที่สุด ดังนั้นระบบระบายอากาศหมุนเวียนในบ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้

พานาโซนิคมีการจัดตั้งแผนก Indoor Air Quality (IAQ) ขึ้นมาพักใหญ่แล้วเพื่อพัฒนาโซลูชั่นทางด้านนี้โดยเฉพาะ โดยใช้ชื่อโซลูชั่นว่า Air LOHAS

โซลูชั่นที่ว่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้บ้านของพานาโซนิคทั้งหลังสามารถจัดการกับระบบระบายอากาศที่มีคุณภาพ 4 ด้าน คือควบคุมอุณหภูมิระหว่างภายในและภายนอกผ่านอุปกรณ์ Heat Exchange Element, ควบคุมความชื้นในบ้าน, ลดปริมาณฝุ่นที่มากับอากาศผ่านฟิลเตอร์ที่กรองฝุ่นขนาดเล็กระดับ PM2.5 และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบอากาศหมุนเวียนในบ้าน ซึ่งจะส่งผลให้มีอากาศที่บริสุทธิ์ 

ที่สำคัญคือ ประหยัดพลังงาน

กลยุทธ์ในการทำตลาดของ Panasonic ก็จะมีการพ่วงเองระบบ IAQ ทั้งในรูปแบบของการ Synergy สินค้าในพอร์ตเป็นโซลูชั่นไม่ว่าจะเป็น Housing, Ventilation Circulation System, Air Purifying, Air Conditioning หรือแยกกันทำตลาดเป็นสินค้าไป ตามความเหมาะสมและความพร้อมในการทำตลาดในแต่ละประเทศ

ที่ผ่านมาทางพานาโซนิคก็เริ่มมีการทำตลาดในค้าในส่วนของ Ventilation Circulation System ไปบ้างแล้วในตลาด B2B ปัจจุบันนี้ก็เริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมไฮเอนด์หลายโครงการที่ติดตั้งระบบหมุนเวียนอากาศของ Panasonic ไปแล้ว อาทิ โครงการ Magnolias Ratchadamri Boulevard, Suan Bua Residence, Ashton Residence 41, Magnolias Waterfront Residence, Whizdom Connect ฯลฯ

 

3. Longevity หรือความทนทาน ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตที่พานาโซนิคใช้นั้นทำให้อายุของบ้านยืนยาวกว่าบ้านที่สร้างจากอิฐถึง 1.7 เท่า

3. ย้ำภาพ Japan Quality

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พานาโซนิคพยายามตอกย้ำภาพของความเป็นสินค้าคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่นมาตลอดผ่านเครื่องหมาย Japan Quality เพื่อเป็นการยกระดับสินค้าให้เป็นพรีเมียม แบรนด์มากกว่าที่เป็นอยู่เดิม

มร.ฮิเดคาสึ อิโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย อธิบายว่า ปีนี้เป็นปีแห่งการครบรอบ 100 ปี แห่งการก่อตั้งพานาโซนิคขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพานาโซนิคทั่วโลกได้มีการเฉลิมฉลอง และจัดกิจกรรมเพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์คุณภาพ ภายใต้แนวคิด A Century of Reliability 100 ปีแห่งความไว้วางใจ  

พานาโซนิคประเทศญี่ปุ่น ได้มีการประกาศนโยบายสำคัญทางธุรกิจ ที่นำไปสู่การดำเนินงานของพานาโซนิคทั่วโลกในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ การดำเนินงานตามปรัชญาของ มร.โคโนสุเกะ มัตสึชิตะ ผู้ก่อตั้งพานาโซนิค ที่จะไม่หยุดนิ่งต่อการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในการมอบชีวิตที่ดีกว่า แก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมอย่างยั่งยืน เพื่อโลกที่ดียิ่งขึ้น หรือ A Better Life, A Better World ผ่าน 3 หมวด  ได้แก่ Living Space, Mobility และ Business to Business หรือ B2B ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของการดำเนินธุรกิจให้เติบโตในระยะยาว

4.Brand Synergy

ที่ผ่านมาในประเทศไทย 4 กลุ่มธุรกิจของพานาโซนิคค่อนข้างจะทำตลาดแบบเอกเทศไปตามฟังก์ชั่นของกลุ่มสินค้า จะเชื่อมโยงกันก็แต่เฉพาะไลน์สินค้าในกลุ่ม แต่เชื่อว่าหลังจากที่พานาโซนิคบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มรูปแบบแล้ว การวางไดเร็กชั่นของแบรนด์จะสามารถทำงานร่วมกันได้มากกว่าที่เป็นอยู่เดิม

โดยปัจจุบันทางพานาโซนิคประเทศญี่ปุ่นได้วางนโยบายการดำเนินงานให้กลุ่มบริษัทพานาโซนิค ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการทำตลาดในหมวด Living Space ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Appliances Company (AP) และ Eco Solutions Company (ES) โดยตั้งเป้าสู่การเป็น Lifestyle Provider เพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าตามสโลแกน A Better Life สู่ผู้บริโภคชาวไทยผ่านสินค้าและนวัตกรรมระดับพรีเมียม ด้วยไลน์สินค้าที่ตอบสนองความต้องการของครอบครัวที่ครบครัน ตั้งแต่ที่อยู่อาศัยไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน 

พานาโซนิคจะใช้แนวคิดการทำตลาดแบบ Aspire to More คือการสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้ไร้ข้อจำกัดผ่านสินค้าและเทคโนโลยีจากพานาโซนิค ที่ให้ความสำคัญ 3 ด้านภายใต้ความเป็นมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ Premium Product, Premium Design และการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทย หรือ Local Fit เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายที่จะก้าวสู่การเป็น Top Premium Brand ในใจของผู้บริโภคให้ได้ภายในปี 2020 

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดที่พานาโซนิค ประเทศไทย วางไว้คือ มีตัวเลขยอดขายรวมจากทุกกลุ่มทะลุเพดาน 100,000 ล้านบาท ในปี 2020 เช่นกัน

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.