19,919
VIEWS

กรณีศึกษาการรวมตัวของห้างภูธร อีก 1 อุบัติการณ์ของตลาดค้าปลีกไทย

Aug 27, 2018 R.Somboon

ใครที่โตมาในต่างจังหวัดช่วง 30 ปีที่แล้ว มีไม่น้อยที่เคยมีประสบการณ์ตามผู้ปกครองเข้าไปช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าในจังหวัดที่ตัวเองอยู่ เพราะในช่วงเวลานั้น เชนโมเดิร์นเทรด หรือศูนย์การค้าจากส่วนกลางยังไม่ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อตลาดค้าปลีกบ้านเรา

ระหว่างปี 2530 – 2540 ห้างสรรพสินค้าภูธร มีบทบาทในฐานะของการเป็นช่องทางขายที่สำคัญในต่างจังหวัดช่องทางหนึ่ง ก่อนที่จะลดบทบาท และมีบางห้างหายไปในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540 ในช่วงที่ห้างภูธรมีบทบาทนั้น มีการรวมตัวกันตั้งเป็นชมรมห้างสรรพสินค้าภูธร หรือพีดีเอส ซึ่งถือเป็นการรวมตัวที่ค่อนข้างจะมีสีสันออกมาอย่างต่อเนื่อง ในแง่ของคนทำข่าวอย่างผู้เขียนเอง ก็เคยผ่านประสบการณ์ การทำข่าวกับเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และเห็นว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ จึงหยิบเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังในฐานะที่เคยเป็น 1 ในอุบัติการณ์ของตลาดค้าปลีกบ้านเรา ลองเข้าไปอ่านกันได้ครับ......

 

พีดีเอส : ปฏิบัติการ แหวกฟ้าคว้าดาวของเสี่ยภูธร

การรวมตัวกันตั้งชมรมห้างสรรพสินค้าภูธร หรือพีดีเอส ชมรมที่ก่อตั้งโดยห้างสรรพสินค้าทั้ง 34 ห้างทั่วประเทศ เมื่อปี 2531 ซึ่งในช่วงนั้นถือเป็นเรื่องที่ฮือฮาไปทั่ววงการค้าปลีกและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นห้างยักษ์ใหญ่จากส่วนกลางเองและบรรดาซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงในฐานะคู่ค้าสำคัญ

พัฒนาการของการรวมตัว เริ่มจาก “หนึ่งมิตรชิดใกล้” คือความเป็นเพื่อนที่อยู่ในวงการเดียวกัน ซึ่งมีการพูดคุย ปรึกษาหารือถึงการทำธุรกิจก่อนที่จะขยายความสัมพันธ์มาสู่การรวมตัวก่อตั้งเป็นชมรม เพื่อแลกเปลี่ยนและพัฒนาองค์ความรู้ในการทำธุรกิจค้าปลีกร่วมกัน การรวมตัวในครั้งนั้น มีคีย์แมนที่เป็นเสมือนคนประสานให้เกิดการตั้งชมรมก็คือ มานิตย์ อุดมคุณธรรม ผู้บริหารของห้างโรบินสันในยุคโน้น เป็นคนชี้แนวทางในการรวมตัวกันให้ โดยมีแกนนำของการตั้งชมรมนี้คือ ห้างตันตราภัณฑ์จากเชียงใหม่ แฟรี่แลนด์ นครสวรรค์ คลังพลาซ่า จากโคราช แฟรี่ ขอนแก่น เจริญศรี อุดร และยิ่งยง อุบลราชธานี

จริงๆ แล้ว แรงกดดันอย่างหนึ่งของการรวมตัวกันก็คือ การรุกเข้ามาของห้างจากส่วนกลางอย่างเซ็นทรัล ที่มีนโยบายในการขยายสาขาออกสู่ต่างจังหวัดอย่างชัดเจน และในหลายพื้นที่ที่มีห้างสรรพสินค้าภูธรอยู่ก็เป็นเป้าหมายที่เซ็นทรัลชายตามองด้วย การขยายสาขาของเซ็นทรัลที่เป็นตัวจุดชนวนก็คือ การเปิดสาขาที่เชียงใหม่ ซึ่งชนกับห้างตันตราภัณฑ์ตรงๆ

ไพบูลย์ จงสุวัฒน์  หนึ่งในแกนนำจากห้างยิ่งยง ที่เป็น 1 ใน 3 ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานชมรม เคยเล่าให้ฟังถึงการก่อกำเนิดของชมรมพีดีเอสว่า พีดีเอส เกิดเพราะห้างภูธรต้องการพัฒนาตัวเองเพราะก่อนหน้าไม่เคยมีการจัดการในรูปแบบใหม่เข้ามาบริหาร ที่สำคัญ ผู้บริหารของแต่ละห้างในยุคนั้น เป็นรุ่นลูกที่เข้ามาบริหารแทนรุ่นพ่อที่ทำธุรกิจอยู่เดิม จึงต้องการที่จะมีการพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และนำความรู้เรื่องการจัดการใหม่ๆ เข้ามาใช้

แกนนำในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น “เสี่ยนาย” วรวัชร ตันตรานนท์ จากตันตราภัณฑ์ เชียงใหม่ “เฮียเล้ง”  สันติ คุณาวงศ์ จากแฟรี่แลนด์ นครสวรรค์ “เฮียเหลียง” ไพรัตน์ มานะศิลป์ จากคลังพลาซ่า และ “โกเฒ่า”ไพบูลย์ จงสุวัฒน์ จากห้างยิ่งยง อุบลราชธานี ฯลฯ ล้วนแต่เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง

ผลงานแรกของชมรมนี้ก็คือ การไปดูงานด้านค้าปลีกที่สหรัฐอเมริกาเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะกับการนำรูปแบบค้าปลีกใหม่ๆ เข้ามาในเมืองไทย เพื่อขยายธุรกิจทั้งในแนวราบและแนวลึก ซึ่งว่าไปแล้ว การแยกเซ็กเม้นต์ค้าปลีกอย่างชัดเจนนั้น ห้างภูธรก็เป็นรายแรกๆ ที่เห็นแนวโน้มตรงนี้ จึงมีการขยายสาขาในรูปแบบของค้าปลีกเซ็กเม้นต์ใหม่ๆ ที่ต่างจากห้างสรรพสินค้าที่มีอยู่เดิม อาทิ การเปิดริมปิง ซูเปอร์สโตร์ ของกลุ่มตันตราภัณฑ์  ที่เป็นการนำซูเปอร์สโตร์เข้ามาเปิดตลาดในต่างจังหวัดเป็นรายแรก 

การไปดูงานที่อเมริกา ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเซ็กเม้นต์ค้าปลีกว่ามีอะไรบ้าง ทำให้แกนนำของชมรมมองเห็น Trend ว่า ต่อไปเมืองไทยค้าปลีกจะมีการแบ่งเซ็กเม้นต์อย่างชัดเจนแบบนั้น นอกจากนี้ยังทำให้พวกรู้ว่า การบริหารค้าปลีกต้องมีเครื่องมืออย่างศูนย์กระจายสินค้า หรือดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์ เพื่อทำหน้าที่กระจายสินค้า หรืออย่างการบริหารพื้นขายที่จะบริหารอย่างไรจึงจะได้ผลกำไรสูงสุด

จึงเป็นที่มาของการเกิดจุดเปลี่ยนชมรมช่วงปี 2531 – 2539 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจของบ้านเรากำลังบูมสุดขีด เป็นช่วงของการขยายตัวทางธุรกิจของบรรดาห้างสรรพสินค้าภูธร โดยเฉพาะการขยายไปที่ตัวห้างให้กลายเป็นห้างขนาดใหญ่สมบูรณ์แบบที่เป็น “วันสต็อป ช้อปปิ้ง” โดยในช่วงนี้เช่นกัน บทบาทของชมรมออกมาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งการจัดรายการส่งเสริมการขายกับซัพพลายเออร์ในนามของห้างที่ร่วมชมรมทั่วประเทศ หรือการเข้าไปหย่าศึกสงครามราคาของห้างสมาชิกที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้ง 2 ห้าง คือ ลักกี้กับสหไทย ซึ่งในช่วงเวลานั้นมีการเปิดสงครามราคาอย่างหนัก การลงขันกันตั้งศูนย์กระจายสินค้ากลางชื่อ ไทย ดิสทริบิวชั่นเซ็นเตอร์ ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเครื่องมือในการรองรับการขยายตัวทางธุรกิจของห้างที่ร่วมชมรม

บริษัท ไทยดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ “ทีดีซี” เป็นการร่วมทุนของสมาชิกบางห้างในชมรมพีดีเอสกับกลุ่มพีแอนด์โอ บริษัทที่ทำธุรกิจกระจายสินค้าจากออสเตรเลีย ซึ่งการตอบรับของซัพพลายเออร์กับการเกิด “ทีดีซี” แตกต่างจากการรวมตัวในยุคนี้อย่างสิ้นเชิง เพราะซัพพลายเออร์หลายรายไม่ให้การยอมรับเท่าที่ควร เนื่องจากมองว่า เป็นการตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ “ต่อรอง” ในเรื่องของการสั่งซื้อโดยตรง “ทีดีซี” ที่เปิดตัวได้ไม่นานจึงต้องขายกิจการทั้งหมดให้กับเดวิดส์ โฮลด์ดิ้ง และปิดฉากตัวเองไปในที่สุด

พีดีเอส มีประธานชมรมทั้งหมด  3 คน เริ่มจาก วรวัชร ตันตรานนท์ เป็นประธานชมรมคนแรกที่รับบทประธานถึง 2 สมัยติดกัน ตามด้วย สันติ คุณาวงศ์ จากแฟรี่แลนด์ นครสวรรค์ ที่เป็นประธาน 2 สมัยเช่นกัน แต่ไม่ได้ติดกัน 4 ปีซ้อนเหมือน วรวัชร เพราะถูกคั่นกลางด้วย ไพบูลย์ จงสุวัฒน์ โดย สันติ คุณาวงศ์ เป็นประธานในสมัยสุดท้ายก่อนที่พีดีเอส จะยุติบทบาทของตัวเอง   

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ความเป็นเอกภาพของชมรมหายไปก็คือ การเข้ามาร่วมถือหุ้นของโรบินสัน ที่มีการเมิร์จกับเซ็นทรัล โดยโรบินสัน ขยับขยายเข้ามาร่วมถือหุ้นกับห้างภูธรหลายราย คือ เจริญศรี อุดร ยิ่งยง อุบลราชธานี ตันตราภัณฑ์ เชียงใหม่ โอเชี่ยน ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช  ทำให้ห้างที่ร่วมทุน แสดงสปิริต ลาออกจากการเป็นสมาชิก เพราะมองว่าตัวเองไม่ใช่ห้างภูธรอีกต่อไปแล้ว

แต่จุดเปลี่ยนจริง น่าจะอยู่ที่การล่มสลายของเศรษฐกิจ ที่ทำให้ห้างหลายห้างที่เร่งขยายตัวด้วยการอาศัยเงินทุนจากการกู้ยืมสถาบันการเงินจากต่างประเทศ ต้องพลอยได้รับผลกระทบ จนมีบางห้างต้องหายไปจากตลาด และพลอยทำให้ชมรมห้างสรรพสินค้าภูธรเงียบหายไปจากวงการตามไปด้วย.....

 

จากพีดีเอส สู่จตุรภัณฑ์

อีกหนึ่งบทเรียนสำคัญ

“จตุรภัณฑ์” คือการรวมตัวของผู้ประกอบการที่เป็นยี่ปั๊วในเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ ของการรวมตัวทางการค้าของภูธร

ชมรมนี้ เกิดขึ้นจากการเป็นแนวร่วมในการทำธุรกิจเดียวกันของพ่อค้า – แม่ค้า ที่อยู่ในยุทธจักรค้าส่งของเชียงใหม่ ที่เข้ามาร่วมกันตั้งเป็นชมรมเพื่อทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกันก่อนที่จะมีแนวคิดในการรวมตัวกันเพื่อสร้างการต่อรองทางการค้ากับบรรดาซัพพลายเออร์

จตุรภัณฑ์ มีแนวคิดในการตั้งบริษัท โฮลดิ้ง คอมปานี เพื่อจัดซื้อรวมโดยรวมยอดการสั่งซื้อจากบรรดายี่ปั๊วในเชียงใหม่ที่เป็นสมาชิกของชมรม การจุดประกายแนวคิดนี้ขึ้นมา ถูกจับตามองอย่างมากทั้งจากซัพพลายเออร์คู่ค้าและเพื่อนร่วมวงการยี่ปั๊วในจังหวัดอื่นๆ ที่พร้อมจะนำแนวคิดนี้ไปใช้บ้าง

แต่ในที่สุด ความคิดดังกล่าวก็เป็นหมันไป สาเหตุหลักน่าจะมาจากความไม่ลงตัวในเรื่องของผลประโยชน์ เพราะ มีบางรายที่มียอดสั่งซื้อเยอะ ขณะที่บางรายจะมียอดสั่งซื้อน้อย ทีนี้ คนที่มียอดสั่งซื้อไม่มาก ก็จะได้รับส่วนลดที่น้อยลงตามไปด้วย ปัญหามันอยู่ตรงที่เมื่อสั่งซื้อเอง บางครั้งยังมีการได้รับส่วนลดหรือโปรโมชั่นพิเศษจากซัพพลายเออร์ที่ต้องการอัดยอด ในท้ายที่สุดเลยขาดเอกภาพและต้องล้มแนวคิดนี้ไป

จุดที่แตกต่างกันระหว่างการรวมตัวของกลุ่มค้าปลีกในยุคนี้กับการรวมตัวในอดีตไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพีดีเอส หรือย้อนเลยไปกว่า 20 ปี อย่างการรวมตัวของกลุ่มยี่ปั๊วในเขตจังหวัดเชียงใหม่ที่ก่อตั้งเป็นชมรมจตุรภัณฑ์ ก็คือ ทั้ง 2 กลุ่มในอดีต นอกจากการรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมเพื่อสังคมแล้ว ทั้งคู่ยังมองถึงเรื่องของการจัดซื้อรวม เพื่อให้ได้ต้นทุนในการสั่งซื้อที่ต่ำที่สุด แต่ข้อแตกต่างในเรื่องของตัวเลขการขายตลอดจนเครดิตของแต่ละรายที่มีไม่เท่ากัน ทำให้การผลักดันในเรื่องดังกล่าวไม่สามารถเป็นรูปเป็นร่างได้ ขณะที่การรวมตัวในยุคปัจจุบันมีบทเรียนจากเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงไม่ได้มุ่งเน้นหรือมีทิศทางในเรื่องที่ว่านี้เท่าไรนัก

สิ่งที่สะท้อนออกมาได้อย่างชัดเจนสำหรับการรวมตัวตั้งเป็นชมรมนี้ก็คือ การขาดเอกภาพในการที่จะเดินไปในทิศทางเดียวกัน ถ้ามีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และในท้ายที่สุด การรวมตัวดังกล่าว ก็ทำได้แค่เพียงการทำกิจกรรมเพื่อสังคม

สำหรับการรวมตัวครั้งใหม่ของห้างท้องถิ่นในนามของ ทีดีพี สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การจับมือกันลดต้นทุนในการทำธุรกิจ อาทิ ในกรณีของการทำโปรโมชั่น อาจจะมีการร่วมกันซื้อของรางวัลเป็นล็อตใหญ่ทีเดียวเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด ซึ่งเป็นแนวคิดในการลดต้นทุนที่มีความเป็นไปได้สูง และในยุคที่ซัพพลายเออร์กำลังหาพวกเพื่อคานอำนาจกับเชนค้าปลีกข้ามชาติ การรวมตัวในครั้งนี้อาจจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่เพราะทั้งหมดยืนอยู่บนผลประโยชน์เดียวกัน...  

ห้างสรรพสินค้า

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.