4,698
VIEWS

อันดับ 3 อย่างถาวรในตลาดทีวี บันได้ขั้นแรกของ “พานาโซนิค”

Aug 27, 2018 R.Somboon

ตัวเลข Penetration Rate ของตลาดทีวีมูลค่า 29,700 ล้านบาท จากพานาโซนิค ที่ให้ออกมานั้น พบว่ามีตัวเลขอยู่ที่ 98% นั่นก็หมายถึงว่า ยังมีครัวเรือนในประเทศไทยที่ไม่มีทีวีในบ้านอยู่แค่ 2% เท่านั้น

โอกาสในการสร้างการเติบโตของตลาดจึงอยู่ที่การ “เทรด อัพ” หรือยกระดับการใช้จากทีวีทั่วไป มายังทีวีมีราคาสูงขึ้นในระดับพรีเมียม ทำให้การรุกขยายฐานการเติบโตของแต่ละแบรนด์ จะมุ่งมาที่การยกระดับการใช้ทีวีของผู้บริโภค โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนทีวีในรอบที่เร็วขึ้น

นั่นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนักที่สมาร์ททีวี ซึ่งสามารถใช้งานเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต เพื่อรับชมเนื้อหาที่เป็นสตรีมมิ่ง หรือวิดีโอ ออนดีมานด์ได้ มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด

เช่นเดียวกับทีวีที่มีจอภาพขนาดใหญ่ตั้งแต่ 50 นิ้วขึ้นไป รวมถึงทีวีที่มีความคมชัดในระดับบ 4K มีตัวเลขการเติบโตที่น่าสนใจ โดยพานาโซนิค ออกมาให้ตัวเลขว่า ในส่วนของทีวีที่มีความคมชัดระดับ 4K ในปี 2016 มีสัดส่วนอยู่ที่ 27% เพิ่มเป็น 41% ในปี 2017 และ 55% ในปีนี้ ส่วนในปีหน้าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 65% และจะเพิ่ม 70% ภายในปี 2020

ขณะที่สมาร์ททีวีที่มีสัดส่วน 53% ในปี 2016 เพิ่มขึ้นเป็น 65% ในปี 2017 ส่วนในปีนี้ จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 70% และจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% ภายในปี 2020

การเติบโตที่เกิดจากการยกระดับการใช้ทีวีมาสู่สมาร์ททีวีที่มีขนาดจอที่ใหญ่ขึ้น และมีความคมชัดในระดับ 4K นั้น กลายเป็นอีก 1 ความท้าทายของแบรนด์จากญี่ปุ่นอย่างพานาโซนิค ที่วางกลยุทธ์ในการมุ่งเข้ามาทำตลาดที่เป็นพรีเมียมมากขึ้น โดยมาพร้อมกับการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการเปิดตัวไลน์อัพสินค้าใหม่ๆ ที่เน้นไปที่ตลาดพรีเมียมเป็นหลัก โดย  มร.ทาคาชิ ซาซากิ ผู้อำนวยการส่วนการขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกกับเราว่า ในปี 2018 นี้ ความต้องการผลิตภัณฑ์ทีวีมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม 4K ที่เติบโตถึง 55% และคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 70% ในปี 2020 ทำให้เห็นว่าผู้บริโภคสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของภาพเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันยังพบว่าตลาดมีความต้องการทีวีที่ขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันทีวีที่มีขนาด 55 นิ้ว นั้นได้รับความนิยมและเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“จากแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว ประกอบกับการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มักจะหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ นิยมใช้สมาร์ท ฟีเจอร์ (SmartFeature) หรือบริการวิดีโอ ออน ดีมานด์ (Video on Demand: VOD) และพิจารณาจากรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ง่ายและมีคอนเทนต์ที่หลากหลาย ทำให้พานาโซนิคได้มีการปรับกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น”

 

การปรับกลยุทธ์การทำตลาดทีวีของพานาโซนิค ตามความหมายของ มร.ทาคาชิ ซาซากิ นั้น จะอยู่บนแกนหลักของกลยุทธ์ Premium Marketing ที่พานาโซนิคมุ่งเน้นมาตลอดในช่วง 3 – 4 หลังมานี้ โดยจะเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์มาสู่ตลาดพรีเมียมด้วยการนำเสนอไลน์อัพของสินค้าใหม่ๆ ที่มีการพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีที่เป็นความต้องการของผู้บริโภค

อย่างการทำตลาดในปีนี้ จะมีการเปิดทีวีรุ่นใหม่ 11 ซีรีส์ 20 รุ่น แบ่งเป็นทีวี 4K ถึง 8 ซีรีส์ 14 รุ่น โดยมีขนาด 55 นิ้วถึง 5 ซีรีส์ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่นิยมชมทีวีที่มีขนาด 55 นิ้วขึ้นไปมากขึ้น ตามเทรนด์การเติบโตของตลาด โดยพานาโซนิค จะมุ่งเข้าไปยกระดับการใช้สินค้าของผู้บริโภคมาสู่สินค้าใหม่ๆ ที่เป็นสมาร์ททีวี ภายใต้คอนเซ็ปต์การสื่อสาร Hollywood to Your Home ซึ่งจะชูจุดเด่นด้านคุณภาพของภาพที่ได้รับการปรับจูนสีสันโดยทีมฮอลลีวู้ดให้ตรงกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากที่สุด พร้อมด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์เรียบหรู สวยงาม ระดับพรีเมียม ซึ่งมาพร้อมสมาร์ท ฟีเจอร์ (Smart Feature) ที่จะทำให้ไลฟ์สไตล์การรับชมโทรทัศน์ของผู้บริโภคนั้นง่ายและสนุกมากกว่าเดิม

ความนิยมในการรับชมคอนเทนต์ที่เป็นสตรีมมิ่ง หรือวิดีโอออนดีมานด์ที่มีเพิ่มขึ้นนั้น ทำให้การทำตลาดทีวีต้องมีการจับมือร่วมกับผู้ให้บริการ หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อทำตลาดร่วมกัน อย่างในครั้งนี้ พานาโซนิค มีการจับมือร่วมกับ แอพพลิเคชั่น iflix ได้ชมฟรี 6 เดือน สำหรับการซื้อทีวีพานาโซนิค จนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้

“เรามองว่า คอนเทนต์ที่เป็นสตรีมมิ่ง จะเข้ามาเป็นปัจจัยหนึ่งในการช่วยทำให้ตลาดสมาร์ททีวีมีการเติบโตที่รวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก โดยในปัจจุบันเริ่มมีการถ่ายทอดสดกีฬาต่างๆ ในรูปแบบของสตรีมมิ่ง ซึ่งพานาโซนิคเองมีความพร้อมในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการรับชมคอนเทนต์ในรูปแบบดังกล่าวอยู่แล้ว และพร้อมที่จะเปิดตัวสู่ตลาดทันทีที่ความนิยมดังกล่าวแพร่หลายออกไปมากขึ้น”

จองที่ 3 แบบถาวร

หากมองเข้ามาที่ตลาดทีวีของบ้านเราแล้ว จะพบว่า การช่วงชิงตำแหน่งแชมป์จะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง 2 แบรนด์จากประเทศเกาหลี โดยมีซัมซุงเป็นเบอร์ 1 ขณะที่เบอร์ 2 คือแอลจี

ส่วนแบรนด์จากญี่ปุ่นนั้น พานาโซนิคกับโซนี่ จะสลับกันขึ้นมาเป็นเบอร์ 3 ของตลาด ล่าสุดในปี 2017 พานาโซนิคสามารถแซงกลับมาเป็นเบอร์ 3 ได้สำเร็จ ด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 9% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับที่โซนี่ทำได้

มร.ทาคาชิ ซาซากิ บอกกับเราว่า การรุกตลาดในปีนี้ด้วยการเปิดไลน์อัพสินค้าใหม่จำนวนมาก พร้อมกับการทุ่มงบการตลาดถึง 10% ของยอดขายมีเป้าหมายอยู่ที่การเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดรวมจาก 9% เป็น 15% ในปีนี้

ส่วนทีวีที่เป็นสมาร์ททีวี จะเพิ่มจาก 8% เป็น 15% และตัวที่เป็น 4K จะเพิ่มจาก 7% เป็น 15% ซึ่งไลน์อัพสินค้าส่วนใหญ่ที่เปิดตัวจะเป็นทั้งทีวี 4K และสมาร์ททีวีในขนาดจอภาพ 55 นิ้วขึ้นไป

“เราต้องการที่จะเป็นเบอร์ 3 อย่างถาวร ซึ่งหลังจากนี้จะมีการรุกตลาดที่เข้มข้นมากขึ้นผ่านการเปิดตัวไลน์อัพสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการสื่อสารแบรนด์ที่มุ่งเน้นไปที่การสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ในตลาดพรีเมียม ซึ่งทั้งหมดนั้นจะเป็นการผลักดันให้แบรนด์เรามีภาพลักษณ์ของการเป็นพรีเมียมแบรนด์อย่างสมบูรณ์แบบนับต่อจากนี้ไป”

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.