12,622
VIEWS

The Barber & Shop ร้านตัดผมที่ไม่ได้มีแค่การ “ตัดผม”

Sep 19, 2018 P.Narata

CSR (Corporate Social Responsibility) มีความหมายที่คุ้นเคยกันดี คือ ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอกองค์กร ภายใต้การดำเนินกิจการตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

แต่เหนือกว่า CSR คือ CSV (Creating Shared Value) หมายถึง การสร้างคุณค่าร่วม หรือการสร้างคุณประโยชน์เพื่อสังคมร่วมกัน เกิดขึ้นจากโอกาส และความท้าทายทางธุรกิจ โดยมีความต้องการทางสังคม และความเชี่ยวชาญขององค์กรเป็นตัวตั้ง เพื่อสร้างความก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมในชุมชนที่บริษัทดำเนินการ

CSR อาจทำเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่ CSV คือการสร้างโอกาสจากความเชี่ยวชาญพิเศษ เพื่อลดปัญหาทางสังคม ในทางปฏิบัติ CSV ถือเป็นระดับขั้นที่เหนือกว่า CSR ที่คนส่วนใหญ่มักคิดว่า การทำ CSV เป็นเรื่องยาก และควรเป็นหน้าที่ของภาครัฐ หรือต้องเป็นองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้นจึงจะทำได้

แต่ในความเป็นจริง องค์กรขนาดเล็ก หรือธุรกิจเอสเอ็มอี ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน และอาจทำได้ดีกว่าหากไอเดียนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ และจับต้องได้อย่างแท้จริง

The Barber & Shop ของผู้ชายที่ชื่อ “วเรศร์ ซื่อสกุล” หรือ “ปั๊ม” ผู้ก่อตั้งร้าน และในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดับบลิว.เจ.แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่เข้าข่ายการทำ CSV ซึ่ง The Barber & Shop เป็นร้านตัดผมชายที่เน้นการให้บริการในสไตล์แมนๆ แต่พิถีพิถัน ด้วยรูปแบบบริการที่ไม่มีในร้านตัดผมชายที่อื่นๆ

เพราะเป็นการผสมผสานคอนเซ็ปต์ของร้านตัดผมชาย (Barber) และร้านตัดผมหญิง (Salon) เข้าไว้ด้วยกัน ชื่อร้านจึงใช้คำว่า Barber” เพื่อตอกย้ำ และสร้างความชัดเจนว่าที่แห่งนี้เป็น “ร้านตัดผมชาย” ขนานแท้

 

จุดเด่นที่เห็นได้อย่างชัดเจนของ The Barber & Shop คือ

  • การตกแต่งร้านด้วยงานไม้เพื่อสร้างอารมณ์แบบแมนๆ
  • สร้างความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านด้วยบรรยากาศแบบเป็นกันเอง
  • ช่างตัดผมทุกคนจะผ่านการอบรมจากช่างผมมืออาชีพ
  • ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในร้านทุกชนิด เช่น แชมพูสระผม หรือครีมตกแต่งทรงผม ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี
  • บริการแบบ Customize ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผมของลูกค้าแต่ละคน

สิ่งที่น่าสนใจ คือ การกำหนดนโยบายทางธุรกิจของผู้ก่อตั้งร้าน เมื่อ วเรศร์ อยากให้ร้านนี้เป็นธุรกิจที่เปิดโอกาสให้กับคนที่สนใจในอาชีพช่างผม โดยเน้นการสร้างความก้าวหน้า และสร้างพัฒนาการที่ดีให้กับช่างจบใหม่ที่มีความมุ่งมั่นอยากประสบความสำเร็จในสายอาชีพนี้ ทั้งในหน้าที่การงาน และเม็ดเงินรายได้ เพื่อส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขที่มากขึ้นกว่าเดิม

วเรศร์ บอกว่า เขาได้ไอเดียในการพัฒนาช่างจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ ยังไม่มีลูกค้าประจำ ให้ประสบความสำเร็จในอาชีพนี้เร็วขึ้น หลังจากที่มีปัญหาจากการทำร้านสาขาแรกจนต้องปิดร้านชั่วคราว

“เพราะตอนนั้นที่ร้านจะใช้ช่างตัดผมมืออาชีพมีประสบการณ์ เมื่อประสบการณ์เยอะก็เริ่มมีอีโก้จึงคุยกันไม่รู้เรื่องเพราะแนวคิดไม่ตรงกัน ผมจึงเกิดแนวคิดอยากสร้างช่างผมรุ่นใหม่ๆ ที่มีแนวคิดตรงกัน เพื่อให้สามารถทำงานด้วยกันได้ และยังเป็นการให้โอกาสน้องๆ ที่เป็นช่างจบใหม่ได้ก้าวหน้าเร็วขึ้น แม้ว่าการเทรนไปทำงานไปจะทำให้เสียลูกค้าไปบ้างก็ตาม แต่ก็ให้กำลังใจกันไปว่า เราต้องผ่านไปให้ได้ ซึ่งทุกคนก็พัฒนาฝีมือดีขึ้นเรื่อยๆ จนมีลูกค้าประจำ ซึ่งคนที่เข้ามาบางคนเคยขับวินมอเตอร์ไซค์ เคยเป็นบุรุษไปรษณีย์ บางคนจบ ม.3 จบ ม.6 หรือ ป.6 ก็ยังมี”

วเรศร์ ย้ำว่า เพราะช่างตัดผมเป็นอาชีพอิสระ จึงอยากทำให้เป็นอาชีพที่มั่นคง ในอนาคตเขาจึงวางเป้าหมายอยากนำธุรกิจร้านตัดผมเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อต่อยอดไปสู่การเปิดเป็นโรงเรียนสอนตัดผมเพื่อสร้างอาชีพ สร้างโอกาสให้กับคนที่สนใจ และยังเป็นการยกระดับอาชีพช่างตัดผม เพราะมองว่าอาชีพช่างตัดผมต้องมีทั้งศาสตร์ และศิลป์

ที่สำคัญ คือ อาชีพช่างตัดผม เป็นอาชีพที่หุ่นยนต์ไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้ ดังนั้นการจะเลือกคนใหม่ๆ เข้าร่วมทีม เขาก็จะใช้ความรู้สึกล้วนๆ โดยดูจากลักษณะการพูดคุยว่า เป็นคนอย่างไร กล้าสบตาหรือไม่ แววตามีความมุ่งมั่นหรือไม่ ซึ่งหากแววตามีความมุ่งมั่น อยากสู้ อยากเปลี่ยนชีวิต เขาก็จะให้ความสนใจเป็นพิเศษ

 

ส่วนเรื่องฝีมือขอแค่มีความรู้พื้นฐานเรื่องการตัดผมเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เพราะความเชี่ยวชาญสามารถฝึกฝนกันได้ และ The Barber & Shop จะเป็นผู้หยิบยื่นโอกาสนั้นๆ ให้กับช่างตัดผมมือใหม่ที่มุ่งมั่นจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน

“ผมพยายามสอนน้องๆ อย่าใช้ชีวิตเป็นรายวัน ต้องรู้จักออมเงิน รู้จักการลงทุนเพื่ออนาคต เพื่อยกระดับชีวิตของตนเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม และปลูกฝังให้เขาอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เพราะในอนาคตผมวางเป้าหมายอยากเปิดให้ได้ถึง 10 สาขา แต่เมื่อสาขาเปิดมากขึ้นคงดูคนเดียวไม่ไหว ก็อยากให้ช่างที่มีแวว มีแนวคิดคล้ายๆ กันไปดูแลสาขานั้นๆ คือ เป็นทั้งช่าง และเป็นผู้บริหารจัดการร้านไปด้วย เราก็จะสามารถไปเปิดสาขาในจังหวัดอื่นๆ ได้”

ความน่าสนใจของ The Barber & Shop ในวันนี้ คือ

♦ เปิดให้บริการ 4 สาขา ได้แก่ เดอะพาซิโอ ลาดกระบัง เดอะไนน์ พระรามเก้า ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และพระราม 3

 มีบริการที่หลากหลาย อาทิ ตัดผมชาย สระผม โกนหนวด สปาผม และนวดหน้า ดัดผม (สร้างวอลุ่มเส้นผม) และทำสีผม ซึ่งบางบริการไม่มีในร้านตัดผมชายที่อื่นๆ

♦ มีแพ็กเกจให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความต้องการ มีราคาตั้งแต่ 500 - 2,000 บาท

♦ ลูกค้าแต่ละคนจะได้รับการบริการอย่างพิถีพิถัน โดยใช้เวลาในการให้บริการลูกค้าแต่ละคนประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง แล้วแต่รูปแบบแพ็กเกจที่ลูกค้าเลือก

♦ รายได้ของช่างตัดผมของ The Barber & Shop ถัวเฉลี่ยประมาณ 25,000 - 35,000 บาทต่อคน และสูงสุด 50,000 บาท

“ปัจจุบันเรามีช่างประมาณ 20 คน อบรมมาแล้ว 4 รุ่น คือ สาขาละ 1 รุ่น ช่างทุกคนจะมีรายได้เริ่มต้นที่ 12,000 บาท เป็นรายได้ที่การันตีให้กับช่างใหม่ใน 3 เดือนแรก ถัวเฉลี่ยรายได้อยู่ที่ประมาณ 25,000 - 35,000 บาทต่อคน และสูงสุด 50,000 บาท โดยรายได้มาจากเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งของค่าตัดผม คนที่ทำงานเกิน 1 ปีไปแล้วก็จะมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น เพราะได้เปอร์เซ็นต์ในอัตราที่เพิ่มขึ้น ซึ่งยังไม่รวมทิปที่ลูกค้าให้เฉลี่ยประมาณหัวละ 100 บาท อีกด้วย”

ตัวอย่างของความสำเร็จ เปลี่ยนชีวิตด้วยอาชีพ “ช่างตัดผม”

เอกพล พึ่งสุภา (ไอซ์) ช่างผม The Barber & Shop สาขาเดอะไนน์ พระราม 9 จากอดีตคนขายรถจักรยานยนต์มือสอง ก้าวสู่ตำแหน่งช่างผมผู้มีหัวใจรักงานบริการเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน วันนี้สามารถสร้างรายได้กว่า 50,000 บาทต่อเดือน นับเป็นรายได้ที่สูงที่สุดของช่างผมในร้าน

“ผมเคยเรียนตัดผมมาก่อน เพราะมีความฝันอยากเป็นนักออกแบบทรงผม ซึ่งอาชีพช่างผมสามารถต่อยอดไปได้เรื่อยๆ สามารถเลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวได้ ผมทำงานประมาณ 3 – 4 เดือน จึงเริ่มมีลูกค้าประจำ พอมีลูกค้าประจำรายได้ก็เพิ่มขึ้น ลูกค้าชอบที่ผมบริการอย่างเป็นกันเอง เหมือนเป็นพี่ เป็นเพื่อนกันมากกว่าการเป็นลูกค้า พยายามพูดคุยกับลูกค้าในทุกๆ เรื่องเพื่อให้ลูกค้าเกิดความสบายใจ ซึ่งการเป็นช่างตัดผม เป็นงานที่ค่อนข้างยากแต่ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จ เราก็ต้องสู้ ต้องพยายามทำให้ได้ อนาคตอยากมีร้านเป็นของตัวเอง แต่ตอนนี้ยังต้องหาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ก่อน เพราะยังอยากเรียนรู้ในอีกหลายๆ เรื่อง”

หิรัญย์ งามเสงี่ยม (ฮอลล์) ช่างผม The Barber & Shop สาขาเดอะพาซิโอ ลาดกระบัง เป็นคนจังหวัดชุมพร อายุ 30 ปี อดีตบุรุษไปรษณีย์ที่เคยทำหน้าที่ส่งของอยู่ถึง 6 -7 ปี ซึ่งในแต่ละวันต้องตระเวนขับรถส่งของด้วยระยะทางกว่า 150 กิโลเมตร ยอมละทิ้งเงินเดือนกว่า 14,000 บาท เพื่อเดินตามความฝัน หลังจากเกิดความสนใจในอาชีพช่างตัดผม เพราะมองว่าน่าจะเป็นงานที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ดีกว่า จึงเริ่มเรียนรู้เรื่องการตัดผม

“การเรียนตัดผม เป็นเรื่องที่ยากสำหรับตัวผม แม้ว่าจะมีความเข้าใจระดับหนึ่ง แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังรู้ไม่จริง จึงเก็บเกี่ยวความรู้จากผู้รู้อยู่นานเป็นปี ตอนนั้นฝึกตัดผมฟรีไปเรื่อยๆ รายได้ก็ไม่มีเพราะคนมองว่าเราเป็นช่างใหม่ ทางบ้านก็ไม่พอใจเพราะว่าเราทิ้งงานประจำออกมา จึงตั้งใจว่าถ้ายังเอาดีไม่ได้ก็จะไม่กลับบ้าน จนวันนี้ได้มาทำงานกับ The Barber & Shop ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น เพราะมีรายได้ประมาณ 40,000 บาทต่อเดือน ถือว่าประสบความสำเร็จกับชีวิตการทำงาน ซึ่งเป้าหมายอนาคตผมก็อยากทำร้านตัดผมของตัวเอง และอยากทำธุรกิจเหมือนคุณปั๊ม (วเรศร์)”

 

กานต์ ศรีมหาเลิศ (บอมบ์) ช่างผม The Barber & Shop สาขาพระราม 3 จบการศึกษาระดับปริญญาโททางด้าน Marketing Communication เคยทำงานอยู่กับบริษัทไอทีแห่งหนึ่ง ด้วยอัตราเงินเดือนในระดับที่ไม่ธรรมดา แต่ด้วยความสนใจศาสตร์ด้านการตัดผม เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มีเสน่ห์ ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องใช้ฝีมือตัวเองในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และเป็นอาชีพที่หุ่นยนต์ทำไม่ได้ จึงเบนเข็มเข้าสู่อาชีพช่างผมแบบเต็มตัว เพิ่งเข้าร่วมงานกับ The Barber & Shop ได้ประมาณ 6-7 เดือน 

“โดยพื้นฐานเป็นคนชอบงานด้านแฟชั่น ชอบดูแลตัวเอง จึงคิดว่าการเป็นช่างผมน่าจะเหมาะกับตัวเองมากที่สุด เคยทดสอบตัวเองด้วยการไปเรียนตัดผมตามศูนย์ฝึกอาชีพ เพื่อเช็คตัวเองว่าสนใจจริงไหม และตัวเองมีความสามารถเพียงพอหรือไม่ เมื่อผ่านหลักสูตรการตัดผมชาย 6 เดือน ตัดผมหญิง 6 เดือน จึงแน่ใจว่า ตัวเองอยากเป็นช่างตัดผมจริงๆ จึงเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อหาประสบการณ์ แต่ติดอุปสรรคในหลายเรื่องจึงกลับมาเมืองไทย จนได้มาทำงานกับร้านนี้ และเลือกร้านนี้ เพราะร้านสไตล์บาร์เบอร์มีความคลาสสิก และอนาคตก็อยากมีร้านตัดผมเล็กๆ เป็นของตัวเองเช่นกัน”

ปิดท้ายกันที่ สมศักดิ์ สุขสมบูรณ์ (อาจารย์ต้น) ผู้ฝึกสอนที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านการเป็นช่างผม ในอดีตเคยเปิดร้านตัดผม และมี “วเรศร์” เป็นลูกค้าประจำของทางร้านมาก่อน ก่อนจะตกลงปลงใจมาร่วมหัวจมท้ายช่วยกันผลักดันให้ The Barber & Shop เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ด้วยเพราะ อาจารย์ต้น รู้สึกชื่นชอบในไอเดียของวเรศร์ และเคยมีความคิดที่จะทำร้านตัดผมแนวนี้มาก่อน จึงยอมเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นช่างตัดผมมาสู่การเป็นครูเพื่อฝึกสอน และบ่มเพาะไอเดียให้กับช่างตัดผมรุ่นใหม่ๆ

อาจารย์ต้น บอกว่า รู้สึกภูมิใจมากที่มีโอกาสได้สร้างบุคลากรทางด้านช่างผมไปแล้วถึง 4 รุ่น และจะเสียใจมากเมื่อมีใครตัดสินใจลาออกจากที่ร้าน โดยเด็กๆ ที่จะนำมาฝึกอบรมเพิ่มเติมได้ต้องมีความรู้พื้นฐานในเรื่องการตัดผม และใช้ปัตตาเลี่ยนได้ ก็สามารถก้าวเข้ามาเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ต้นได้แล้ว  

“เราจะสอนตั้งแต่เรื่องเทคนิคการมองรูปหน้าเพื่อออกแบบทรงผม และสอนความคิดในการทำงาน ซึ่งการจะเป็นช่างตัดผมที่ดีได้ ต้องมีหัวใจในเรื่องงานบริการเป็นหลักเพราะจะทำให้ผลงานออกมาดี ที่สำคัญ ต้องระลึกอยู่เสมอว่า การตัดผมให้กับลูกค้าก็เหมือนการตัดผมให้กับคนในครอบครัวเพราะลูกค้าไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นเหมือนพ่อ พี่ชาย น้องชาย หรือลูกชาย และเมื่อไหร่ที่เรานึกได้อยู่เสมอว่า คนที่เราทำงานด้วยเป็นคนที่เรารัก ผลงานก็จะย่อมออกมาดีอยู่เสมอ”

มาติดตามดูกันต่อไปว่า ภายใต้แนวคิดการทำธุรกิจแบบ CSV (Creating Shared Value) จะผลักดันให้ “วเรศร์” และเหล่าผู้กล้าแห่ง The Barber & Shop สามารถก้าวไปถึงฝั่งฝันได้สำเร็จตามความมุ่งหวังได้ไกลระดับไหน

ไม่แน่ว่า ในอนาคตอันใกล้ชื่อของ The Barber & Shop จะกลายเป็นชื่อของหุ้นดาวเด่นในตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ และไม่เกินความเป็นจริง

ขอแค่มีความมุ่งมั่น อะไรก็เกิดขึ้นได้

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.