31,127
VIEWS

เทสโก้ โลตัส 4.0 Disrupt ตัวเอง ก่อนที่จะโดน Disrupt

Oct 08, 2018 R.Somboon

นัยสำคัญที่ซ่อนอยู่จากการเปิดสาขาที่ 2,000 ของเทสโก้ โลตัสที่บางกรวย – ไทรน้อยในช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมานั้น  ไม่เพียงแค่เป็นการเปิดสาขาครบ 2,000 สาขาในบ้านเราหลังการเข้ามาทำตลาดเมื่อกว่า 20 ปีที่ผ่านมา แต่สาขาที่บางกรวย – ไทรน้อย ยังถือเป็น “ต้นแบบ” ของเทสโก้ โลตัส ในการรับมือกับตลาดค้าปลีกเมืองไทยที่ผู้บริโภคไม่ได้ต้อง การแค่การช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกเท่านั้น แต่เป็นการก้าวข้ามไปสู่การใช้ชีวิต โดยเฉพาะผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียล ที่ชีวิตถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยพวกเขาต้องการประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เป็น Seamless Experience ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี และการช้อปปิ้งอย่างลงตัว

สาขาต้นแบบดังกล่าว จะเป็นการ Disrupt ตัวเองจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดค้าปลีก โดยจะหยิบเอาไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายมาเป็นตัวตั้งเพื่อดีไซน์รูปแบบของสาขาให้สอดรับกับพวกเขา โดยสาขาบางกรวย – ไทรน้อยนี้ถือเป็นสาขาที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ และเป็นสาขาที่นำเทคโนโลยีและเซอร์วิสใหม่ๆ เข้ามาทดลองใช้เป็นครั้งแรก อาทิ เทคโนโลยีสแกนสินค้า Scan as You Shop จากประเทศอังกฤษ เพื่อการช้อปปิ้งที่สนุกและสะดวกขึ้นของลูกค้า, การจ่ายเงินผ่าน QR Code ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ทุกเคาน์เตอร์ ตอบโจทย์สังคมไร้เงินสด, กรีนเลน ช่องจ่ายเงินพิเศษสำหรับลูกค้าที่ไม่รับถุงพลาสติก และสัญญาณ WiFi ฟรีเต็มพื้นที่

ไม่เพียงเท่านั้น เทสโก้ โลตัส ยังหยิบเอาเรื่องของการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของการดีไซน์สาขา โดยหลังคาลานจอดรถจะติดตั้งแผงโซล่าร์พื้นที่กว่า 450 ตารางเมตร ผลิตกระแสไฟฟ้าสาหรับใช้ในบริเวณศูนย์อาหาร ศูนย์รีไซเคิลให้ลูกค้าสามารถรีไซเคิลขยะประเภทต่างๆ อาทิ กล่องยูเอชที ซองผลิตภัณฑ์ กระดาษ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่ภายในสาขามีเครื่องรีไซเคิลที่ลูกค้าสามารถนำขวดพลาสติกและกระป๋องน้ำอัดลมมารีไซเคิล จะได้รับแต้มกรีนพ้อยท์ 50 แต้มสาหรับขวดและกระป๋องทุกใบ

สาขาที่ 2,000 ของเทสโก้ โลตัส ถือเป็นต้นแบบของสาขาในยุคใหม่ ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญของการทำตลาด โดยการพัฒนาสาขาทั้งหมดจะมองไปถึงการเข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในยุค 4.0 ที่คนรุ่นใหม่ต้องการอะไรที่มากกว่าแค่การช้อปปิ้ง

ค้าปลีกเซ็กเม้นต์ไฮเปอร์มาร์เก็ต ถูกเปิดตัวในบ้านเราด้วยคอนเซ็ปต์ของการขายสินค้าราคาถูกทุกวัน ซึ่งการเข้ามาทำตลาดเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้วนั้น สร้างความฮือฮาให้กับตลาดค้าปลีกเมืองไทยอย่างมาก

แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป เรื่องของสินค้าราคาถูกไม่ใช่ความแปลกใหม่อีกต่อไปแล้ว ประกอบกับโครงสร้างของสังคมบ้านเราเปลี่ยนแปลงไป โดยครอบครัวที่เป็นชนชั้นกลางมีเพิ่มมากขึ้น และพวกเขาก็ต้องการอะไรที่มากกว่าแค่ของถูก ยิ่งมองมาที่ปัญหาในเรื่องของรถติด ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเดินทางมาช้อปปิ้งที่สโตร์ ทำให้การมาช้อปที่สโตร์ของผู้บริโภคในปัจจุบันมีความถี่ลดลง

ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย ไม่ได้มองการมาที่สโตร์แค่การซื้อสินค้าเท่านั้น แต่มองถึงการมาใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงในเรื่องของการมาเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ทำให้ผู้เล่นในตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้ง 2 รายคือบิ๊กซี และเทสโก้ โลตัส ต้องมีการปรับกลยุทธ์กันขนานใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา ไล่ตั้งแต่ การยกระดับภาพลักษณ์จากแค่ขายของดี ราคาถูกที่เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐาน มาสู่การขายสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ “เทสต์ & สไตล์” หรือรสนิยมของคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเติมเต็มพื้นที่ในสโตร์ให้มีความหลากหลายเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าของแบรนด์ยอดนิยม ร้านอาหาร และเอนเตอร์เทนเม้นต์ต่างๆ รวมถึงการให้พื้นที่สำหรับตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่

 

สะท้อนออกมาได้จากสาขาที่บางกรวย – ไทรน้อย ของเทสโก้ โลตัส ที่นอกจากการเติมเต็มร้านค้าที่รวมถึงการดึงอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เข้ามาเปิดในพื้นที่แล้ว ยังมีการให้พื้นที่เปิดเป็นเลนปั่นจักรยานยาว 1.2 กิโลเมตร ลานอเนก ประสงค์ ศาลา ส่วนหย่อม และลานออกกาลังกาย เพื่อให้ลูกค้าและประชาชนในชุมชนสามารถใช้ออกกาลังกายและพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย โดยสาขาบางกรวย – ไทรน้อยนี้ ถือเป็นสาขาที่มีพื้นที่มากที่สุดของเทสโก้ โลตัส โดยมีพื้นที่รวม 24,000 ตร.ม. ถือเป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่มีการเปิดในรอบ 4 ปี เพราะช่วงหลัง ๆ มานี้ นโยบายของทางเทสโก้ โลตัส จะเน้นขยายสาขาขนาดเล็กและใกล้ชุมชน อย่าง เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส และตลาดเป็นหลัก

หากมองการทำธุรกิจค้าปลีกของเทสโก้ โลตัส แล้ว ต้องมองออกมาในสองมิติ มิติแรกจะเป็นเรื่องของการเป็นร้านค้าปลีกที่มีรายได้จากการขายสินค้า ซึ่งถือเป็นรายได้หลัก ส่วนในอีกมิติก็คือ การเป็นผู้พัฒนาที่ดินเพื่อการค้าปลีกในรูปแบบของพื้นที่พลาซ่าในสาขา รายได้ตรงนี้จะออกมาในรูปแบบของค้าเช่าจากร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ในช้อปปิ้งพลาซ่าของเทสโก้ โลตัส โดย เทสโก้ โลตัสจะมีโมเดลค้าปลีกในลักษณะถ้าหากร้านที่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตของตัวเองมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ที่เป็นช้อปปิ้งมอลล์ที่ให้ร้านค้าเช่า จะเรียกสาขานั้นๆ ว่าไฮเปอร์มาร์เก็ต

ขณะที่สาขาใดที่มีพื้นที่ของช้อปปิ้ง มอลล์ มากกว่าไฮเปอร์มาร์เก็ต เทสโก้ จะเรียกว่า ช้อปปิ้ง มอลล์ หรือ ศูนย์การค้า ตัวอย่าง เช่น พลัส มอลล์ ทั้งสาขาบางใหญ่ และศรีนครินทร์

ในแง่ของค้าปลีกนั้น การมีฟอร์แมตที่หลากหลายทั้งสาขาขนาดใหญ่ และสาขาขนาดเล็ก รวมถึงช่องทางขายที่เป็นช้อปิ้ง ออนไลน์ จะเป็นตัวช่วยในเรื่องของการดึงลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าได้ทางหนึ่ง แต่หากสามารถดึงลูกค้าให้มาที่สโตร์หรือที่สาขาขนาดใหญ่ได้ โอกาสในการต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้จากทั้งการขายเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้จากส่วนอื่นๆ ก็จะมีมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เทสโก้ โลตัสต้องมีการปรับเกมการทำตลาดใหม่เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในปัจจุบัน

ทั้งหมดนั้น เป็นการขยับตัวครั้งใหญ่ของยักษ์ค้าปลีกจากสหราชอาณาจักร ที่ต้องปรับให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียลที่วันนี้กลายเป็นกลุ่มที่มีบทบาทต่อตลาดค้าปลีกของบ้านเราอย่างมาก......

3 สิ่งที่ถูกพัฒนาจากตลาดไทย

เทสโก้ กลุ่มค้าปลีกจากสหราชอาณาจักร ขยายธุรกิจเข้ามาในบ้านเราเมื่อ 24 ปีที่แล้ว แม้จะมีการนำ Best Practice จากบริษัทแม่มาปรับใช้ในการทำตลาด แต่ก็มีบางกลยุทธ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากตลาดไทย ลองไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1.สโตร์ที่มีพื้นที่ในส่วนของช้อปปิ้ง พลาซ่า และร้านอาหาร โดยในเมืองไทยมีการพัฒนาฟอร์แมตที่เรียกว่าคอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในการทำตลาดที่ยุโรป

 2.คูปองลดราคาในโฆษณาที่ลงหนังสือพิมพ์รายวันอย่างไทยรัฐ และเดลินิวส์ ซึ่งเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้วถือเป็นเรื่องฮือฮา เพราะแม่บ้านต่างก็รอซื้อหนังสือพิมพ์ทั้ง 2 ฉบับเพื่อตัดคูปองส่วนลด ก่อนที่กลยุทธ์นี้จะหายไป เมื่อคลับการ์ด และมือถือสมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาท และทำหน้าที่ในเรื่องของการให้คูปองส่วนลดแทนที่รูปแบบเดิม

3.สโตร์ 4.0 ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดค้าปลีกในบ้านเรา

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.