18,915
VIEWS

วัดชีพจรห้างภูธร อยู่อย่างไรในสงครามชิงพื้นที่ของยักษ์ใหญ่

Oct 09, 2018 R.Somboon

เชื่อว่าคนต่างจังหวัดที่มีอายุเกินเลข 3 ไปแล้ว น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักห้างสรรพสินค้าประจำจังหวัดของตัวเอง เพราะห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่ในแต่ละจังหวัด จะเป็นช่องทางขายสมัยใหม่ในช่วงนั้นที่เข้ามาเกี่ยวพันกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนต่างจังหวัด ทั้งสินค้าในส่วนที่เป็นเสื้อผ้า แฟชั่น ของใช้ส่วนตัว และสินค้าในแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต

ห้างภูธรเหล่านั้น กลายเป็นสัญลักษณ์คู่กับจังหวัดแต่ละจังหวัดไปแล้วในช่วงเวลากว่า 30 ปีที่แล้ว โดยในช่วงเวลานั้น เส้นแบ่งระหว่างห้างสรรพสินค้าภูธร กับห้างในส่วนกลาง มีออกมาอย่างชัดเจน ผ่านไลฟ์สไตล์หรือพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้ง 2 กลุ่ม ที่มีความแตกต่างเป็นตัวแบ่ง และห้างในต่างจังหวัดที่เรารู้จักจึงมีออกมาในลักษณะของการเป็นห้างของคนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น ห้างตันตราภัณฑ์ แห่งเชียงใหม่ เจริญศรี พลาซ่า จังหวัดอุดรธานี หรือยิ่งยง จังหวัดอุบลราชธานี

แต่เมื่อต่างจังหวัด มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ผู้คนมีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งจากผลผลิตทางการเกษตร ราคาที่ดิน ทำให้เกิดคนชั้นกลาง  ที่มีการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับสังคมเมืองทั่วไป ทำให้มุมมองของกลุ่มทุนค้าปลีกจากส่วนกลาง ที่มีต่อคนต่างจังหวัดเปลี่ยนไป

ยิ่งความเป็น Urbanization หรือความเป็นอยู่แบบสังคมเมือง แผ่ขยายไปอย่างรวดเร็วเท่าไร ก็ยิ่งเป็นตัวที่เข้ามากวักมือเรียกให้ยักษ์ค้าปลีกเหล่านี้ เร่งขยายการลงทุนเข้าไป เพื่อรองรับกับการเติบโตดังกล่าว

ที่เห็นภาพชัดเจนสุดก็มีกลุ่มเซ็นทรัล ที่มีการขยายสาขาของตัวเองออกไปยังจังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการแข่งขันครั้งใหญ่ จากเดิมที่ห้างภูธรเหล่านั้นจะแข่งขันกันเอง หรือไม่ก็แข่งกับผู้ประกอบการที่เป็นร้านค้าปลีกรูปแบบเดิมที่อยู่ในพื้นที่

ก่อนปี 2540 ภาพการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นนั้น ทำให้ห้างภูธรหลายรายมีการเร่งการเติบโตผ่าน Financial Forceโดยใช้วิธีการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าในประเทศมาขยายการลงทุนของตัวเองให้เป็นห้างขนาดใหญ่แบบวัน สต็อป ช้อปปิ้ง ที่มีทั้งตัวห้างสรรพสินค้า และช้อปปิ้งพลาซ่า

ทำให้เกิดปัญหาตามมา เพราะหลังค่าเงินบาทลอยตัวในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ทำให้ต้นทุนเงินกู้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เข้ามาทำให้ห้างภูธรบางห้างต้องหายไปจากตลาด

 

สงครามระลอก 2

ผลกระทบที่ตามมาหลังวิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540 ก็คือ เป็นช่วงเวลาที่เกิด “โมเดิร์นเทรด เอฟเฟกต์” เพราะการเร่งขยายสาขาของยักษ์โมเดิร์นเทรดอย่างบิ๊กซี และเทสโก้ โลตัส  เข้ามาส่งผลกระทบไม่น้อยต่อการดำเนินธุรกิจของห้างภูธร เพราะมีบางส่วนที่ต้องแข่งขันกับยักษ์ใหญ่เหล่านั้น โดยเฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ต

ทำให้เราได้เห็น การปรับตัวของห้างภูธรหลายๆ ห้างที่รอดจากวิกฤตต้มยำกุ้ง ไล่ตั้งแต่

1.การโฟกัสไปที่จุดแข็งของความเป็นห้างสรรพสินค้าของตัวเอง ที่ขายสินค้ามีแบรนด์ แตกต่างจากไฮเปอร์มาร์เก็ต

2.ในส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ต ก็เร่งสร้างความต่างด้วยสินค้าประเภทอาหารสดที่มีคุณภาพเหนือกว่า ในราคาที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

3.มีบางราย อาทิ แฟรี่แลนด์ นครสวรรค์  แฟรี่ พลาซ่า ขอนแก่น และไดอาน่า หาดใหญ่ ที่มีมุมมองแตกต่างออกไป โดยแทนที่จะแข่งขัน ก็ดึงมาเช่าพื้นที่ในห้างของตัวเองเสียเลย ซึ่งยักษ์ใหญ่เหล่านั้นต้องการอยู่แล้ว เพราะโลเกชั่นของห้างภูธรแต่ละรายส่วนใหญ่จะอยู่ในใจกลางเมือง

 

ระลอก 3

 

สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ เมื่อคนในต่างจังหวัดเริ่มมีไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองมากขึ้น จึงกลายเป็นโอกาสของการขยายสาขาเข้าไปในต่างจังหวัดของผู้ประกอบการรายใหญ่อย่างกลุ่มเซ็นทรัล ที่มีการสร้างฟอร์แมตของศูนย์การค้าให้มีความหลากหลายเพื่อให้ลงตัวกับแต่ละจังหวัด ไล่ตั้งแต่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างเซ็นทรัล พลาซ่า และเซ็นทรัล เฟสติวัล สำหรับหัวเมืองขนาดใหญ่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สำหรับจังหวัดขนาดกลาง และท็อปส์พลาซ่า ซึ่งเป็นศูนย์การค้าขนาดเล็กสำหรับจังหวัดเล็ก หรืออำเภอขนาดใหญ่

สังเกตให้ดี การเข้าไปในแต่ละจังหวัดของกลุ่มเซ็นทรัล โดยเฉพาะจังหวัดขนาดกลาง และเล็ก จะเป็นการเข้าไปรองรับการยกระดับไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งของคนในพื้นที่ จากแค่การช้อปสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มาสู่การตอบโจทย์ในเรื่องของ “เทสต์ & สไตล์” หรือเรื่องรสนิยมของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ ซึ่งเป็นการยกระดับการช้อปปิ้งจากการช้อปในไฮเปอร์มาร์เก็ต มาสู่การใช้ชีวิตประจำวันในศูนย์การค้าแทน

แล้วห้างภูธรจะอยู่อย่างไร....

อย่างไรก็ตาม หลังผ่านการแข่งขันมาอย่างยาวนาน ทำให้ห้างภูธรหลายราย เริ่มที่จะปรับตัวได้ และมีที่ยืนของตัวเอง แม้จะไม่ใช่ที่ยืนที่จะทำให้สามารถสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้มากมายก็ตาม โดยจะออกมาในลักษณะ

1.เรื่องของโลเกชั่นที่อยู่ในเมือง ซึ่งเป็นทำเลที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า

2.การมี Positioning และกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โอเวอร์แล็บกับค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือไฮเปอร์มาร์เก็ตไม่มากนัก

3.ทำตลาดบนความเป็นท้องถิ่นนิยม ที่มีเครื่องมืออย่าง CRM เข้ามาเป็นตัวช่วย

4.การสนับสนุนจากซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้า ที่ต้องการใช้ห้างภูธร เป็นช่องทางขายหนึ่งเพื่อบาลานซ์กับค้าปลีกยักษ์ใหญ่ ทำให้เราได้เห็นการใส่เงินเข้ามาเพื่อทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างที่ยกมาให้เห็น คือบางห้างของภูธรที่ยังยืนหยัดได้จนถึงทุกวันนี้....

 

กนกกาญจน์ ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ /กาญจนบุรี

ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ในจังหวัดกาญจนบุรี เป็นห้างที่ยังคงความแข็งแกร่งของห้างภูธรที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเมืองกาญจน์ที่ต้องการสินค้าแฟชั่นแบรนด์ยอดนิยม เป็นห้างท้องถิ่นที่สามารถทำยอดขายของยีนส์ลีวายได้เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ  ปัจจุบันคู่แข่งขันหลักๆ ในตลาดค้าปลีกเมืองกาญจน์จะมีเพียงเทสโก้ โลตัส บิ๊กซี และ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของตลาดค้าปลีกเมืองกาญจน์ 

ห้างสรรพสินค้าโวค / กระบี่

เป็นห้างสรรพสินค้าภูธรอีกแห่งของภาคใต้ ที่วันนี้ยังคงยืนหยัดอยู่ได้เพราะยังไม่ได้เผชิญกับคู่แข่งที่แท้จริงในเซ็กเม็นต์เดียวกัน

สิริบรรณ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์/ ตรัง

ตรัง เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่กลุ่มเซ็นทรัล เข้าไปเปิดโรบินสัน ไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ (ห้างโรบินสันรวมกับช้อปปิ้งมอลล์และเอนเตอร์เทนเม้นต์เข้าไป แต่สำหรับสิริบรรณก็เป็นห้างท้องถิ่น 1 ใน 3 ที่ปรับตัวได้ และยังคงยืนหยัดอยู่ได้ ด้วยคนท้องถิ่นและทุนท้องถิ่น เพื่อคนท้องถิ่น ในการปรับเอาไลฟ์สไตล์มอลล์ใส่เข้าไปจนดูทันสมัยเหมือนกรุงเทพฯ

สหไทย ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์/นครศรีธรรมราช

ห้างเก่าแก่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่สมัยก่อนมีห้างท้องถิ่นอยู่ 2 ห้างคือ ลัคกี้ กับสหไทย แข่งขันกันอย่างรุนแรงผ่านสงครามราคา ทำให้ในยุคนั้นเพื่อนผู้ประกอบการในชมรมห้างสรรพสินค้าภูธร เข้าไปไกล่เกลี่ยเพื่อยุติสงครามราคา ถัดจากนั้นมีห้างจากส่วนกลางคือโรบินสันเข้าไปเปิดสาขา ด้วยการร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่นจนกลายเป็นศึก 3 เส้า ตามมาด้วยปี 2559 ที่กลุ่มเซ็นทรัลจะเข้าไปเปิดเซ็นทรัล พลาซ่า

โอเชี่ยนช้อปปิ้งมอลล์ / ชุมพร

ห้างเก่าแก่อายุ 31 ปี ปรับตัวเองมาตลอด ครั้งหนึ่งเคยลงทุนกว่า 300 ล้าน เพื่อปรับแต่งรองรับความทันสมัย ที่ชุมพรยังไม่มีศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าจากส่วนกลางเข้าไปเพราะเป็นจังหวัดทางผ่าน

แฟรี่แลนด์ สรรพสินค้า/นครสวรรค์

ห้างเก่าแก่ 1 ใน 2 ห้างของนครสวรรค์ ที่ต่อสู้ขับเคี่ยว รู้จักกับคำว่าการแข่งขันตั้งแต่แรกเริ่มเข้ามาทำธุรกิจโดยเริ่มจากการแข่งขันกับห้างท้องถิ่นด้วยกันอย่างวิถีเทพ สรรพสินค้า ก่อนที่คู่แข่งขันรายเดิมจะขยายการลงทุนมาทำศูนย์การค้าภายใต้ชื่อ วีสแควร์ ที่มีโรงหนังในเครือเมเจอร์และไฮเปอร์มาร์เก็ต บิ๊กซี มาเป็นแม่เหล็ก และด้วยการเป็นเมืองชุมทางสู่ภาคเหนือที่สำคัญทำให้เป็นที่หมายตาของค้าปลีกจากส่วนกลาง สตาร์ทด้วย The Walk ของ Index Living Mall  

วิถีเทพ สรรพสินค้า/ นครสวรรค์

หากถามคนนครสวรรค์ว่าห้าง 1 ใน 2 ของคนนครสวรรค์คือห้างใด วิถีเทพ สรรพสินค้า เป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน ปัจจุบันวิถีเทพมี 2 สาขา คือวิถีเทพในเมือง และวีสแควร์ ที่ถนนพหลโยธิน ภาพการแข่งขันที่ชินตาระหว่างศรีเทพ กับแฟรี่แลนด์อาจจะเปลี่ยนไปเมื่อมียักษ์ใหญ่ยาตราทัพมา

ซุ่นเฮง พลาซ่า/ ศรีสะเกษ

ห้างสรรพสินค้าซุ่นเฮงพลาซ่า เป็นห้างสรรพสินค้าเก่าแก่แห่งหนึ่งของภูมิภาคอีสานใต้ ตั้งอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ ก่อตั้งและเริ่มดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2514 ด้วยการเป็นธุรกิจร้านจำหน่ายของชำขนาดเล็ก ก่อนที่จะเริ่มพัฒนาขยายกิจการเข้าสู่ธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภค บริโภค จนกระทั่งพัฒนาเข้าสู่ธุรกิจห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า ตามลำดับ ซุ่นเฮงพลาซ่า นับว่าเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่ให้บริการครบวงจรเป็นแห่งแรกของจังหวัดศรีสะเกษ และภูมิภาคอีสานใต้

เสริมไทย คอมเพล็กซ์/ มหาสารคาม

เสริมไทย คอมเพล็กซ์ ห้างเดียวในมหาสารคามที่เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเด่นชัดในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ โดยเฉพาะการเติมเต็มความเป็นศูนย์การค้าเข้าไปเพื่อตอบโจทย์ศูนย์การค้ารุ่นใหม่ มีการดึงแฟชั่นแบรนด์เข้าไปเปิดในส่วนพื้นที่ศูนย์การค้า รวมถึงร้านอาหาร และเอนเตอร์เทนเม้นต์ต่างๆ เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของคนมหาสารคามให้มีความเป็นคนเมืองมากขึ้น

 

แฟรี่ พลาซ่า / ขอนแก่น

เริ่มตำนานห้างเมื่อปี 2509 ขยายตัวและพัฒนามาเรื่อย จนในปี 2530 ก็ได้เปิดเป็นศูนย์สรรพสินค้าแฟรี่ พลาซ่า แต่ก็พบอุปสรรคไฟไหม้เมื่อปี 2538 และก็ต่อสู้จนยืนยงในจังหวัดขอนแก่นมาจนทุกวันนี้

เซ็นโทซ่า / ขอนแก่น

เปิดมากว่า 30 ปี ขณะนี้มี 3 สาขา คือสาขากลางเมือง สาขามะลิวัลย์ และเซ็นโทซ่ามาร์เก็ต หลังจากที่ต้องแข่งขันกับห้างท้องถิ่นด้วยกันเองอย่าง แฟรี่ พลาซ่า มาเนิ่นนาน ปัจจุบันที่ขอนแก่นมีทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต และยักษ์ใหญ่อย่างเซ็นทรัล พลาซ่า

ห้างแหลมทอง/ บางแสน, ศรีราชา, ระยอง

ห้างเก่าแก่ของภาคตะวันออก โดย สมควร นกหงส์ ที่สร้างอาณาจักรสรรพสินค้าขยายไปทั่วภาคตะวันออก แต่ชีพจรการแข่งขันในขณะนี้ก็ค่อนข้างจะดุเดือดไปตลอกแนวรบด้านตะวันออก ที่ศรีราชาต้องเจอกับโรบินสันไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ ที่บางแสนต้องเจอกับเซ็นทรัล พลาซ่า ชลบุรี ที่ระยอง มีการรีแบรนด์เป็นแพชชั่น บาย แหลมทอง เมื่อปี 2558 โดยทุ่มงบถึง 600 ล้านบาท เพื่อปรับโฉมหลังจากอยู่ในตลาดมานานร่วม 20 ปี การปรับโฉมครั้งนั้น เป็นการรับมือกับการเข้ามาเปิดของเซ็นทรัล พลาซ่า ระยอง  

ไดอาน่า หาดใหญ่

ห้างเก่าแก่ของคนหาดใหญ่ ที่ยังคงเป็น 1 ในผู้เล่นสำคัญในตลาดค้าปลีกของหาดใหญ่ โดยทำตลาดผ่านความเป็นท้องถิ่นนิยม ที่ได้ใจคนใต้ค่อนข้างมาก สิ่งที่ไดอาน่า พยายามทำก็คือ การสร้างจุดยืนที่ชัดเจน และมีความแตกต่างจากคู่แข่งขัน ในเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคา และความสนุกในการช้อปปิ้ง โดยจะนำเสนอผ่านโปรโมชั่น บรรยากาศ และ เมอร์ชันไดซิ่ง ที่จะมีการนำเสนอแบรนด์สินค้าที่แตกต่างและสะท้อนถึงคาแร็กเตอร์และจุดยืนของห้างไดอาน่า

 

Retail

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.