16,212
VIEWS

แม็คโครในมือกลุ่มซีพี วันนี้ ก้าวไปถึงไหนแล้ว

Oct 19, 2018 R.Somboon

ย้อนไปในช่วงกว่า 2 ทศวรรษที่แล้ว หลังการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ภาพที่ชินตาคนไทยก็คือ การเข้ามาซื้อกิจการคนไทยของยักษ์ต่างชาติ ที่กระจายไปในทุกวงการ โดยเฉพาะในแวดวงการเงิน และวงการค้าปลีกที่เกิดดีลใหญ่ขึ้นมากมาย

แต่สถานการณ์กลับพลิกตรงข้ามกันในช่วงไม่ถึง 10 ปีมานี้ ที่เศรษฐกิจของโลกส่งผลกระทบอย่างหนักกับบรรดายักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ทำให้ต้องมีการขายธุรกิจในบางประเทศของตัวเองออกไป เพื่อช่วยพยุงบริษัทแม่ มีไม่น้อยเช่นกัน ที่เมื่อทำกำไรจากการซื้อได้แบบอิ่มเต็มพุงแล้ว ก็หาทางออกจากตลาดด้วยการขายธุรกิจที่ซื้อมานั้นทิ้งไป

ทำให้เราได้เห็นบริษัทคนไทยที่มีสถานะที่แข็งแกร่งขึ้น พากันไล่ช้อนซื้อธุรกิจเหล่านั้น และดีลใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมานี้ คงหนีไม่พ้นการซื้อแม็คโครของกลุ่มซีพี ที่ใช้ซีพี ออลล์ เป็นคนซื้อ

เหตุการณ์ครั้งนั้น จะเป็นอย่างไร และซีพีเองจะสามารถต่อยอดการซื้อไปได้มากน้อยแค่ไหน อุบัติเหตุแบรนด์เนมวันนี้ มีให้อ่านกัน

 

แม็คโครในมือซีพี

 

นับเป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาของปี 2556 โดยเฉพาะวงการค้าปลีก – ค้าส่ง และตลาดทุน เมื่อ “ซีพี ออลล์” บริษัทในเครือซีพี ประกาศซื้อกิจการ “สยามแม็คโคร” ธุรกิจค้าส่งสมัยใหม่ ในรูปแบบ Cash & Carry จากกลุ่ม SHV ประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.88 แสนล้านบาท ผ่านการกู้จากสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ 90% และจากกระแสเงินสดของซีพี ออลล์ 10% ซึ่งถือเป็นการกลับมาอยู่ภายใต้ร่มเงาของเครือซีพีอย่างเต็มตัว

เพราะนับตั้งแต่ปี 2532 เครือซีพีเป็นผู้เอ่ยปากชักชวนกลุ่ม SHV Holding เจ้าของแม็คโคร จากประเทศเนเธอร์แลนด์เข้ามาร่วมทุนเปิดแม็คโครในประเทศไทย โดยเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เครือซีพีได้ไลเซ่นร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น อีเลฟเว่น” ในประเทศไทย

ในช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจแม็คโคร ถือว่าเติบโตได้ด้วยดี และเป็นอีกหนึ่งผู้สร้างจุดเปลี่ยนให้เกิดการปฏิวัติวงการค้าส่งของไทย ดังจะเห็นได้จากการปรับตัวของบรรดายี่ปั๊วรายใหญ่ทั่วประเทศ ใช้แนวทางการบริหารจัดการของแม็คโครในสไตล์ Cash & Carry เป็นต้นแบบ จนสามารถยืนหยัดต่อสู้กับเชนโมเดิร์นเทรดต่างประเทศที่เข้ามารุกตลาดในไทย

กระทั่งต่อมาในช่วงภาวะวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง เครือซีพีตัดสินใจเฉือนบางธุรกิจออกไป หนึ่งในนั้นคือ การขายหุ้นส่วนใหญ่ในสยามแม็คโคร

แต่แล้วเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2556 ได้เกิด “ดีลประวัติศาสตร์” ที่หลายฝ่ายให้ความสนใจและเฝ้าจับตามอง นั่นคือ ซีพี ออลล์ประกาศซื้อกิจการแม็คโคร

ดีลนี้ใช้เวลาเจรจา 10 กว่าวันเท่านั้น ซึ่งการตกลงดีลที่รวดเร็วเช่นนี้ เป็นเพราะสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี กรุ๊ป กับอดีตประธานของกลุ่ม SHV Holding ที่มีมากว่า 20 ปีแล้ว ทำให้ในวันที่ SHV ตัดสินใจขายแม็คโคร จึงถามไถ่เครือซีพีก่อน ขณะที่เครือซีพี มองว่ากิจการแม็คโครมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จึงตอบตกลงซื้อทันที !

ถึงแม้จะถูกมองว่าการซื้อกิจการครั้งนี้ มีราคาค่อนข้างแพงก็ตาม แต่สำหรับเครือซีพีแล้ว สิ่งที่ได้มาจากการซื้อแม็คโคร ถือว่าคุ้ม เพราะเป็นการได้ทีมงานที่เก่ง ยี่ห้อการค้า เทคโนโลยีที่ดี แผนการขยายธุรกิจทั้งในไทยและภูมิภาคอาเซียน ขณะที่ฐานลูกค้าของเซเว่น อีเลฟเว่น และแม็คโครเป็นคนละกลุ่ม ดังนั้นไม่ได้เป็นการแย่งลูกค้ากัน แต่สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กันและกัน

 

ซีพีเชื่อว่าแม็คโครจะเข้ามาเติมเต็มการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ – กลางน้ำ – ปลายน้ำของเครือซีพี ทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับตลาดต่างประเทศ ที่ผ่านมาเครือซีพีนำร่องด้วยธุรกิจต้นน้ำ และกลางน้ำ นั่นคือ มีทั้งรูปแบบการลงทุนในส่วนการผลิต และการส่งสินค้าจากประเทศไทยไปจำหน่าย แต่สำหรับธุรกิจปลายน้ำ หรือธุรกิจร้านค้าปลีกของเครือซีพี ในตลาดต่างประเทศยังคงไม่ปรากฏเด่นชัดมากนัก เนื่องจากปัจจุบันเครือซีพีมีการลงทุนธุรกิจรีเทลเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น ภายใต้แบรนด์ Lotus SuperCenter และ Super Brand Mall

ในขณะที่การจะนำเซเว่น อีเลฟเว่นขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศ เวลานี้ซีพี ออลล์ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก   ซีพี ออลล์ได้สิทธิ์เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ทว่าขณะนี้ได้มีการยื่นขอไลเซ่นกับบริษัทแม่ เพื่อดำเนินธุรกิจในบางมณฑลของประเทศจีน

นอกจากการลงทุนธุรกิจปลายน้ำในต่างประเทศแล้ว การดำเนินธุรกิจค้าปลีกในประเทศ ซีพี ออลล์ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแข่งขันในปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากผู้เล่นรายใหญ่ ทั้งสัญชาติไทยด้วยกันเอง และเชนโมเดิร์นเทรดจากต่างประเทศ ที่เปิดศึกค้าปลีกทุกเซ็กเม้นต์

ดังนั้น เพื่อต่อยอดการดำเนินธุรกิจปลายน้ำของเครือซีพีให้ขยายการเติบโตอย่างรวดเร็ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้วิธี Shortcut ด้วยการซื้อกิจการ

ความได้เปรียบทางการแข่งขันของแม็คโครที่ทำให้ซีพี ออลล์ตัดสินใจซื้อกิจการ คือ มีผลการดำเนินงานดี ปลอดภาระหนี้สิน โดยก่อนหน้าที่จะเกิดดีลนี้ในปี 2555 แม็คโครสามารถทำยอดขายได้กว่า 1 แสนล้านบาท และเมื่อรวมกับยอดขายของซีพี ออลล์ ที่มีอยู่เกือบ 2 แสนล้านบาทต่อปี รวมกันไม่ต่ำกว่า 300,000 ล้านบาท ผลักดันให้กลุ่มซีพี ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่ทำยอดขายได้เป็นอันดับต้นๆ อีกทั้งเป็นการสร้างอำนาจการต่อรองกับ Supplier ทำให้เกิดการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่เราได้เห็นจากแม็คโครในปัจจุบันนี้ ก็คือ การเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญให้กับกลุ่มซีพีในการเป็นช่องทางขายสินค้าประเภทอาหารของตัวเอง การมีแผนรุกขยายสาขาในรูปแบบของแม็คโครฟู้ดเซอร์วิสอย่างต่อเนื่อง ทำให้เข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

ในปี 2560 มีการเปิดสาขาใหม่ประมาณ 7 แห่ง โดยแนวโน้มการขยายสาขานั้น จะขยายสาขาขนาดย่อมหรือโมเดลฟู้ดเซอร์วิสและฟู้ดช็อปมากขึ้น เพราะมีความคล่องตัวในการหาทำเลขยายสาขาได้เร็วและเข้าถึงลูกค้าได้ดี อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าร้านอาหาร ส่วนสาขาขนาดใหญ่ค่อนข้างครอบคลุมทั่วประเทศแล้วโดยปีนี้จะเปิดสาขาใหญ่ 2 แห่ง ใช้งบลงทุนประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท

โมเดล "ฟู้ดเซอร์วิส" นี้ จะเป็นตัวช่วยชั้นดีในการขยายฐานลูกค้าของแม็คโครในส่วนที่เป็น HoReCa หรือโฮเทล เรสเทอรองต์ และแคทเทอริ่ง ขายสินค้าที่สามารถนำไปใช้ประกอบธุรกิจร้านอาหารทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กได้ทันที โดยสาขาในรูปแบบนี้มีพื้นที่ตั้งแต่ 800-5,000 ตร.ม. ทั้งนี้ บางทำเลมีกลุ่มลูกค้าร้านอาหารจำนวนมาก แต่ไม่มีพื้นที่ขนาดใหญ่จึงพัฒนาโมเดล "ฟู้ดช็อป" ขึ้นมารองรับ มีขนาดไม่เกิน 1,000 ตร.ม. ใช้งบลงทุน 100 ล้านบาท อาทิ สาขาทาวน์อินทาวน์

ที่น่าสนใจก็คือ แม็คโคร เริ่มขยายสาขาของฟู้ดเซอร์วิส เข้าไปในโลเกชั่นที่ไม่ได้มีแค่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ แต่ยังเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็กที่เป็นฟู้ดสตรีท โดยนำเสนอโซลูชั่นที่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการขาย อาทิ การขายหมูปิ้ง ที่ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเสียบหมูเอง สามารถนำไปปิ้งขายได้ทันที เป็นต้น

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ ในปีที่แล้ว แม็คโครมีการการเข้าไปซื้อหุ้นใน Indoguna (Singapore)Pte Ltd  บริษัทจดทะเบียนในสิงคโปร์ และการตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ที่อินเดียใช้ชื่อว่า CP Wholesale India Private Limited เพื่อรองรับความต้องการขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสทั้งรูปแบบสโตร์และนอนสโตร์ โดยแม็คโครมีการออกมาให้ข่าวถึงการเข้าไปเปิดสาขาในประเทศอินเดียแล้ว  บริษัทที่เข้าไปซื้อนี้ แม้จะเป็นบริษัทฟู้ดเซอร์วิสขนาดเล็ก แต่มีธุรกิจอยู่ในสิงคโปร์ ดูไบ และฮ่องกง ซึ่งจะมีทั้งนำสินค้าของแม็คโครไปขายในตลาดดังกล่าวและนำสินค้าจากบริษัทเหล่านั้นเข้ามาขายในแม็คโคร ส่วนในอินเดียเป็นการลงทุนในอนาคต มองเห็นศักยภาพของตลาดที่มีขนาดใหญ่และอยู่ระหว่างศึกษา      

ถือเป็นการต่อยอดจากการซื้อที่เห็นเป็นรูปธรรมจากดีลประวัติศาสตร์ในครั้งนั้น.....

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.