4,589
VIEWS

เปิดกลยุทธ์ “เทสโก้ โลตัส” แข่งขันอย่างไร!!! ในตลาดศูนย์การค้า

Oct 25, 2018 R.Somboon

บทบาทของเทสโก้ โลตัส ในตลาดค้าปลีกของบ้านเรา มีด้วยกัน  2 บทบาทสำคัญ บทบาทแรก ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกรายนี้จะเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกที่มีฟอร์แมตสโตร์หลากหลาย ทั้งที่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์คุ้มค่า ร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่เป็นซูเปอร์ คอนวีเนียนสโตร์ และค้าปลีกออนไลน์ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มให้        เทสโก้ โลตัส เป็นออมนิชาแนล อย่างสมบูรณ์แบบ

ส่วนอีกบทบาทของเทสโก้ โลตัส ก็คือผู้พัฒนาที่ดินเพื่อการค้าปลีก ที่ทำพื้นที่ช้อปปิ้งพลาซ่าให้กับผู้ประกอบการค้าปลีกทั้งรายใหญ่ รายเล็ก และรายย่อย รวมถึงเชนร้านอาหารเข้ามาเช่าพื้นที่

โดยปกติ เทสโก้ โลตัส จะมีโมเดลค้าปลีกในลักษณะถ้าหากร้านที่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตของตัวเองมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ที่เป็นช้อปปิ้งมอลล์ที่ให้ร้านค้าเช่า จะเรียกสาขานั้นๆ ว่าไฮเปอร์มาร์เก็ต

ขณะที่สาขาใดที่มีพื้นที่ของช้อปปิ้งมอลล์ มากกว่าไฮเปอร์มาร์เก็ต เทสโก้ จะเรียกว่า ช้อปปิ้งมอลล์ หรือ ศูนย์การค้า ตัวอย่าง เช่น พลัส มอลล์ ทั้งสาขาบางใหญ่ และศรีนครินทร์

 

ปรับพื้นที่ศูนย์

จากช้อปมาสู่การใช้ชีวิต

อาจจะเรียกได้ว่า การปรับโฉมพลัส มอลล์ บางใหญ่ เมื่อ 3- 4 ปีที่แล้ว ให้ออกมาเป็นคอนเซ็ปต์ ศูนย์การค้าแห่งแรกของเทสโก้ โลตัส นั้น ถือเป็นการก้าวข้ามจากการเป็นแค่กลุ่มค้าปลีกที่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต มาสู่การนำเสนอประสบ การณ์ในการช้อปปิ้ง ผ่านศูนย์การค้าที่เข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

ถือเป็นการก้าวข้าม และเปลี่ยนจากแค่การขายสินค้า มาสู่การขายไลฟ์สไตล์ ที่เทสโก้พยายามที่จะเข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวชนชั้นกลางที่มีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ก่อนหน้านั้น  เราจะคุ้นเคยกับการเป็นร้านค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่เน้นขายสินค้าราคาถูก มากกว่าการมอบประสบการณ์ด้านค้าปลีกที่มีภาพเกี่ยวข้องกับการเป็นศูนย์การค้ารูปแบบใหม่ที่มีเรื่องของการใช้ชีวิตของคนที่เป็นกลุ่มครอบครัวชนชั้นกลางอย่างพลัส มอลล์ ที่เทสโก้ โลตัสนำเสนอให้              

แต่ที่ผ่านมา พื้นที่ในส่วนของช้อปปิ้งมอลล์ ของเทสโก้ โลตัส ไม่ได้เข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของครอบครัวรุ่นใหม่เท่าไรนัก

เทสโก้ จึงมองถึงการทยอยปรับเปลี่ยนสาขาที่มีพื้นที่ที่เป็นช้อปปิ้งมอลล์ ที่รวมถึงตัวพลัส มอลล์ ที่ศรีนครินทร์ ซึ่งเทสโก้ โลตัส จะมีสาขาที่มีพื้นที่ช้อปปิ้ง มอลล์ รวมอยู่กว่า 160 สาขา มีพื้นที่รวมกว่า 2 ล้านตารางเมตร ให้สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตพักผ่อน และ ช้อปปิ้งในคราวเดียวกันได้

ส่วนเหตุผลของการปรับในครั้งนั้น มาจากการที่ลูกค้ากลุ่มหลักของเทสโก้ โลตัส คือกลุ่มครอบครัว โดยจากการศึกษาของเทสโก้ โลตัส พบว่าผู้บริโภคยุคปัจจุบันต้องการศูนย์การค้าที่มีสินค้าและบริการที่ครบถ้วนในแห่งเดียว นอกจากนี้ การเดินทางมาศูนย์การค้าคือการมาพักผ่อนและรับความบันเทิง ศูนย์การค้าจึงต้องมีบรรยากาศดี และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ดังนั้นเราจึงได้คัดสรรร้านค้าและบริการที่ตอบรับความต้องการของทุกคนในครอบครัวมาไว้ที่ พลัส มอลล์ บางใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Food, Fun and Family” อสังหาริมทรัพย์ ของเทสโก้ โลตัส กล่าว

 

ตอบโจทย์

Urbanization

แรงผลักดันที่ทำให้เกิดการปรับตัวของผู้บริโภค น่าจะมาจากเรื่องของกระแส Urbanization ที่เข้ามายกระดับ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้บริโภค ที่ไม่ได้ต้องการแค่สินค้าที่เข้ามาตอบโจทย์ความจำเป็นในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังต้องการสินค้าและบริการที่ช่วยยกระดับทั้งในเรื่องของรสนิยม และสไตล์ของพวกเขา

ช้อปปิ้งมอลล์ ที่เทสโก้ มีการปรับรูปแบบใหม่นั้น ก็สามารถแมตช์เข้ากับส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองรุ่นใหม่ที่ขยายออกไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว ได้ค่อนข้างจะลงตัว

ในคอนเซ็ปต์ใหม่ของช้อปปิ้งมอลล์ ที่เทสโก้ โลตัส ทำจะเป็นการยกระดับศูนย์การค้า หรือช้อปปิ้งมอลล์ ของตัวเองใหม่หมด โดยมีการเติมในส่วนของเอนเตอร์เทนเม้นต์ ร้านอาหาร และส่วนที่ตอบโจทย์ลูกน้อย หรือเด็กๆ ในบ้าน ทั้งโรงเรียนสอนพิเศษ โรงเรียนสอนดนตรี เต้น หรือ สถานที่รับฝากเด็กๆ สำหรับรองรับพ่อแม่ ที่ต้องการมาที่ศูนย์ทีเดียว แล้วจบทุกอย่าง

ตัวอย่างที่ลงมือทำอย่างพลัส มอลล์ บางใหญ่ นั้น จะประกอบไปด้วย คอนเซ็ปต์ 3 F ไล่ตั้งแต่ Food: รวมร้านอาหารยอดนิยมมาให้เลือกกว่า 30 ร้าน โดยมีร้านอาหารสำหรับครอบครัวมากที่สุดในย่านบางใหญ่ และแบรนด์ดังของเครือเอ็มเค ทั้งเอ็มเคสุกี้ ยาโยอิ ลและมิยาซากิ  ซึ่งมาในมุม London Town ร้านเบเกอรี่ Mont Blanc ร้านอาหารทะเล The Crape ของแหลมเจริญซีฟู้ด รวมถึงแบรนด์ใหม่ อย่างร้านกาแฟ Costa ร้านอาหารญี่ปุ่น Nikuya  นอกจากนี้ ยังมี    ‘ฟู้ดมอลล์’ ที่รวมร้านอร่อยในบรรยากาศที่นั่งสบายกว่า 500 ที่นั่ง 

Fun: สวนน้ำ “Water Playground” (จะเปิดให้บริการต้นปีหน้า) โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ระดับพรีเมียม 8 โรง พร้อมโซนแฟชั่น “Trendy Plaza” และโซนอุปกรณ์และเสื้อผ้าชุดกีฬาชั้นนำ “Sports Dome”

 Family: “Tesco Lotus Extra” จำหน่ายอาหารสดและสินค้าอุปโภคบริโภคระดับพรีเมียมบนพื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังมี “Kidzoona” โซนเครื่องเล่นสำหรับเด็กชื่อดังจากญี่ปุ่น รวมถึงโรงเรียนสอนดนตรี สอนภาษาและกีฬา นอกจากนี้ยังมี “ห้องเรียนชุมชน” สอนวิชาชีพและทักษะต่างๆ แก่คนในชุมชนทุกเพศทุกวัย ทั้งการพักผ่อน หรือ ช้อปปิ้ง

การรีโนเวทพลัส มอลล์ ในช่วงที่ผ่านมา จะเป็นการลดพื้นที่ของไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่เดิมมีพื้นที่ถึง 12,000 ตารางเมตร ให้เหลือเพียง 8,000 ตารางเมตร ซึ่งเทสโก้ โลตัสมองว่า เป็นพื้นที่ขายที่เหมาะสมแล้ว เพราะปัจจุบัน เทสโก้ โลตัสมีฟอร์แมตของร้านค้าปลีกของตัวเองที่หลากหลาย ทำให้ไม่จำเป็นจะต้องมีฟอร์แมตของร้านค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่เหมือนในอดีต เพราะมีฟอร์แมตสโตร์ที่สามารถรองรับทุกความต้องการได้อยู่แล้ว

เทสโก้ โลตัส เป็นผู้บริหารพื้นที่ศูนย์การค้ารายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในประเทศไทย ที่มีขนาดพื้นที่รวมมากกว่า 2 ล้านตารางเมตร รวมพื้นที่ขายและพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า รวมถึงพื้นที่ของศูนย์การค้าที่อยู่ในกองทุนรวม TLGF เมื่อผู้บริโภคชาวไทยมีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป เทสโก้ โลตัส จึงได้วางมาตรฐานใหม่ของศูนย์การค้าสำหรับครอบครัว โดยเปิด ‘พลัส มอลล์ บางใหญ่’ ตามโมเดลนี้เป็นแห่งแรก และทยอยนำไปปรับใช้กับสาขาอื่นๆ โดยที่เห็นชัดเจนถึงการปรับวิธีการนำเสนอของสาขาก็คือ การเปิดเทสโก้ โลตัส สาขาบางกรวย - ไทรน้อย ที่ถูกใช้เป็นต้นแบบของการขยายสาขาใหม่ๆ ของเทสโก้ โลตัส

สาขาดังกล่าว ไม่เพียงแค่มีการเติมเต็มประสบการณ์ในการช้อปปิ้งใหม่ๆ ของคนชั้นกลางรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่สำหรับตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต อาทิ การมีพื้นที่ที่เป็นลู่ขี่จักรยาน หรือการเน้นพื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

 

ทศวรรษ ที่ 3 ของเทสโก้ โลตัส

กลุ่มเทสโก้ เข้ามาทำธุรกิจในบ้านเรา เมื่อปี 2537 ด้วยการเข้าซื้อหุ้นของเอกชัย ดิสทริบิวชั่น ของกลุ่มซีพี 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เทสโก้ เข้ามานำเสนอประสบการณ์ในการช้อปปิ้งในคอนเซ็ปต์ที่เน้นเรื่องของการขายสินค้าราคาถูกทุก วัน ซึ่งเทสโก้ เอง สามารถสร้างการรับรู้ในส่วนดังกล่าวได้สำเร็จแบบ 100%

ในทศวรรษ ที่ 3 นี้ ภาพของเทสโก้ โลตัส พยายามที่จะมอบประสบการณ์ค้าปลีกใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่การเป็นร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าราคาถูกเท่านั้น แต่ยังเป็นค้าปลีกที่ครบวงจร ทั้งเรื่องของไลฟ์สไตล์ และการช้อปปิ้ง โดยกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้ประกอบไปด้วย

1.การลงรายละเอียดในการสร้างแบรนด์สินค้าแต่ละหมวดอย่างชัดเจน ไล่ตั้งแต่ อาหารสด เครื่องใช้ไฟฟ้า แฟชั่น เพอร์ซันนัล แคร์ และสินค้าเด็ก เพื่อใช้ตัวสินค้าเป็นตัวสร้างความแตกต่าง

2.ให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์สินค้าเฮ้าส์แบรนด์ เพื่อสร้างความแตกต่างและสร้างสโตร์ลอยัลตี้จากตัวสินค้าเฮ้าส์แบรนด์

3. ปรับในส่วนของพื้นที่ช้อปปิ้งมอลล์ โดยเติมเต็มสิ่งที่สามารถเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบสังคมเมืองรุ่นใหม่ โดยเพิ่มพื้นที่ในส่วนช้อปปิ้งมอลล์ และลดพื้นที่ในส่วนของไฮเปอร์มาร์เก็ตลง เพราะมองว่าผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการซื้อสินค้าผ่านฟอร์แมตสโตร์ที่มีหลากหลายได้ตลอดเวลา

4.เพิ่มน้ำหนักในการทำตลาดช้อปปิ้ง ออนไลน์ เพื่อรับกับเทรนด์การขยายตัวของตลาด

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.