3,302
VIEWS

6 ด่านอรหันต์ที่ตลาดออนไลน์ SEA ต้องฝ่าไปให้ได้

Jul 13, 2017 A.kanitha

จากการวิจัยร่วมกันของเทมาเส็ก และกูเกิ้ล เกี่ยวกับโอกาสการเติบโตของตลาดออนไลน์ใน SEA ที่คาดการณ์ว่าภายในปี 2025 จะมีมูลค่า 2 แสนล้านเหรียญนั้น ในเวลาเดียวกันก็มีอุปสรรคสำคัญที่ท้าทายอยู่เบื้องหน้า เพราะขุมทรัพย์ตลาดออนไลน์ 2 แสนล้านเหรียญนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

1.บุลากร+วิศวกรสตาร์ทอัพ

SEA จัดได้ว่าเป็นภูมิภาคที่ขาดแคลนบุคลากร นักพัฒนา รวมถึงผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ทางด้านสตาร์ทอัพ ที่ผ่านมาสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักจะพึ่งพาบุคลากรจากจีน หรือสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มยังมีความได้เปรียบจากพื้นฐานคอนเนคชั่นในการหา VC ได้ดีกว่า ดังนั้นหาก SEA จะเติบโตต่อไปสู่ 2 แสนล้านเหรียญในอีก 7 ปีข้างหน้า จำเป็นต้องพัฒนา Talent ใหม่ๆ โดยเฉพาะ CXO หรือ Chief Experience Officer ซึ่งตำแหน่งนี้เป็นอะไรที่มากกว่า CEO หลายช่วงตัว

2.แหล่งเงินทุน

แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับสตาร์ทอัพระดับ Seed มากกว่า Early stage และน้อยกว่า 7% ที่มี VC สนใจลงทุนในระดับ Post seed

3.ระบบเพย์เมนท์

60-70% ของจำนวนประชากรในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนามยังไม่มีบัญชีธนาคาร  นี่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกรรมออนไลน์ พอหันมาจะทำ e-payment ก็ไม่มีสเกลที่ใหญ่พอเหมือน Ali-Pay ในจีน เมื่อสเกลไม่ใหญ่ ต้นทุนการทำธุรกรรมผ่านช่องทางนี้จึงสูง พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จึงเลือกที่จะใช้วิธีเก็บเงินสดปลายทาง ซึ่งวิธีนี้ยิ่งทำให้ mobile banking และ e-payment ไม่สามารถแจ้งเกิดได้

4.โครงสร้างพื้นฐาน

SEA ยังมีอัตรา Internet Penetration ต่ำ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นประเทศหมู่เกาะ ประชากรจึงกระจัดกระจาย ที่สำคัญทุกประเทศยกเว้นสิงคโปร์ มีความเร็วอินเตอร์เน็ตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก (23.3 Mbps) เชื่อไหมว่าฟิลิปปินส์มีความเร็วอินเตอร์เน็ตต่ำที่สุดใน SEA

5.ระบบการขนส่ง

นอกจากสิงคโปร์แล้ว ทุกประเทศใน SEA มีทางเลือกของการบริการจัดส่งสินค้าในช่วงสุดท้าย หรือ Last-mile delivery   น้อยมาก และยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ที่เห็นได้ชัดคือประเทศที่เป็นหมู่เกาะ ยกตัวอย่างการขนส่งในหมู่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซียต้องใช้เวลาถึง 10 วัน ซ้ำต้องใช้ค่าระวางทางเรือมากกว่า 1,000 เหรียญสำหรับตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต

6.ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น

ในประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย พบอาชญากรรมไซเบอร์ในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมออนไลน์ และยังขาดการกำกับดูแลที่รัดกุมจากหน่วยงานภาครัฐในกรณีพิพาทต่างๆ ในการทำธุรกิจออนไลน์

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.