แสนสิรินับถอยหลังสู่การเป็นโกลบอลแบรนด์เต็มตัว เตรียมเปิดรร.บูทีค The Standard พร้อมแอพ One night

Nov 07, 2018 A.Kanitha

เมื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทยได้หลายปีแล้ว เป้าหมายของแสนสิริในวันนี้จึงใหญ่ขึ้นด้วยการเทียบชั้นเป็นโกลบอลแบรนด์ มูลค่าที่เพิ่มให้กับแบรนด์ตัวเองในโมเดลนี้ นอกจากจะทำให้คู่แข่งในไทยวิ่งตามจนเหนื่อยแล้ว ยิ่งจะดึงดูดนักลงทุนให้ SIRI พุ่งทะยานในกระดานหุ้นยิ่งขึ้น

หลังจากการสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับวงการอสังหาเมื่อปลายปีก่อน ด้วยการลงทุนทุ่มเงิน 80 ล้านดอลลาร์ ใน 6 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Standard International One Night Hostmaker JustCo Farmshelf และ Monocle เราก็เริ่มเห็นการขยับตัวที่จะทำอะไรกับแบรนด์ที่เข้าไปร่วมลงทุนมากขึ้น โดยในปี 2560 หลังประกาศลงทุน 6 แบรนด์ชั้นนำไปได้ไม่นาน แสนสิริ ก็เริ่มนำ Farmshelf  นวัตกรรมการปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่โดยใช้ IoT ในการควบคุมและติดตามการเจริญเติบโตผ่านแอพ มาไว้ในคอนโดอย่าง The Line Sathorn และ OKA Haus ซึ่งเปิดตู้เด็ดผักมาปรุงที่ Co-kitchen ข้างๆ ได้ทันที

ส่วนปีนี้เริ่มจากเดือนพฤษภาคม แสนสิริได้เปิดตัวแบรนด์ JustCo ผู้ให้บริการ Co-working Space สัญชาติสิงคโปร์ มาเปิดอีกสาขาในประเทศไทย ที่ชั้น 9 อาคาร AIA สาทรทาวเวอร์ มี 2 ชั้น กินพื้นที่รวม 3,200 ตารางเมตร ถือเป็น Co-working Space ขนาดใหญ่ที่สุดในไทยตอนนี้ ตามมาด้วย Hostmaker ที่เพิ่งลอนช์แพลตฟอร์ม Stayy with Hostmaker ไปเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแพลตฟอร์สำหรับให้ผู้เช่าจองห้องได้โดยตรงกับบริษัทผ่านระบบออนไลน์ที่เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย โดยตอนนี้มีให้บริการให้เช่าแล้ว 50 Properties ในคอนโดของแสนสิริ และ The Standard กับแอพพลิเคชั่น One night ก็เป็นแบรนด์ล่าสุดที่แสนสิริแถลงความคืบหน้าในการลงทุน โดยมีแผนจะเปิดโรงแรม The Standard และ The Standard Residences ในประเทศไทย 2 แห่ง ได้แก่ ภูเก็ต และหัวหิน และโรงแรม The Standard 1 แห่งที่กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ตามโมเดลการทำงานของ The Standard มักจะใช้ตึกเก่าในโลเกชั่นรองๆ ซึ่งไม่แพงมากมารีโนเวทใหม่ โดยลดพื้นที่ในห้องพัก เพื่อนำไปเพิ่มพื้นที่ส่วนกลาง ร้านอาหาร และไนท์คลับ เป็นการสร้างคอนเทนต์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ และสร้างวัฒนธรรม The Standard Night Life ของตัวเองขึ้นมาให้แตกต่างจากโรงแรมอื่นๆ สอดรับเทรนด์นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ชอบผจญภัย และอยากมีประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบ Extreme

เช่นเดียวกันกับการเข้ามาลงทุนเปิดโรงแรมในไทย The Standard ก็จะมีการซื้อโรงแรมเก่าที่ภูเก็ต และริมชายหาดหัวหินมารีโนเวทใหม่ แต่จะก่อสร้างตึกใหม่ขึ้นมาเสริมเพื่อทำเป็น The Standard Residences ไว้ขายกับลูกค้าด้วย ส่วนที่กรุงเทพฯ นั้นจะเป็นการสร้างโรงแรมใหม่ขึ้นมาทั้งตึก

อภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า The Standard ที่แสนสิริเข้าถือหุ่นในสัดส่วน 35% คิดเป็นมูลค่า 58 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1,900 ล้านบาทนั้น มีแผนจะขยายสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 20 แห่งในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยจะเน้นเปิดในเมืองใหญ่ อาทิ ปารีส ลิสบอน เบอร์ลิน ลอนดอน ดูไบ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน จากาตาร์ บาหลี ชิคาโก ลาสเวกัส นิวออร์ลีน แอตแลนต้า ปราก และมิลาน  จากปัจจุบันมีอยู่ 6 แห่งทั่วโลก คือ ไฮท์ไลน์นิวยอร์ก อีสวิลเลจนิวยอร์ก ไมอามี ฮอลลีวู้ด และแอลเอ

โดยโมเดลการลงทุนของ The Standard จะเป็นการหากับพาร์ทเนอร์ที่เป็นคนโลคอลเพื่อลงทุนในธุรกิจโรงแรม ส่วน The Standard จะเป็นคนครีเอทคอนเทนต์ และบริหารงาน เหมือนกับในเมืองไทยที่แสนสิริจะเป็นคนลงทุนซื้อตึกเก่ามารีโนเวท และก่อสร้างตึกใหม่ทำโรงแรม เป็นต้น

ขณะเดียวกันก็ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น One Night ถือเป็นการขยายธุรกิจสู่เอเชียเป็นครั้งแรก ซึ่ง One Night จะเป็นแอพ Last Minute โดนใจกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการบริการที่สั่งได้ทันทีอย่างใจ (On-demand Service) โดยปัจจุบันได้รวบรวมโรงแรม 16 แห่งในกรุงเทพฯ ให้สามารถจองผ่านแอพได้แล้ววันนี้    

อสังหา

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.