สูตรสำเร็จ Digital Transformation ปรับธุรกิจอย่างไร? ให้รอดในยุค 4.0

Nov 08, 2018 -None-

ปัจจุบันการทำธุรกิจในศตวรรษที่ 21 อยู่ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ Industry 4.0 จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโลกของเราก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นทางการแล้ว อันเนื่องมาจากการแข่งขันการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ หากการดำเนินธุรกิจไม่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย ย่อมส่งผลเสียต่อองค์กรและผลประกอบการทั้งปัจจุบันและอนาคต

เมื่อดิจิทัลเป็นปัจจัยใหม่ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ ในขณะเดียวกัน ธุรกิจดั้งเดิมก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าไม่ปรับตัว ธุรกิจอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกคู่แข่งแซงหน้าหรือถูกแทนที่ได้อย่างไม่ทันตั้งตัว

เมื่อเราไม่ต้องการให้เทคโนโลยี มาแทนที่หรือบีบคั้นให้เราต้องเปลี่ยนแปลง จึงมีคำถามขึ้นมาว่าจะดีกว่าไหม หากผู้ประกอบการหรือนักบริหารองค์กร จะมาเรียนรู้พร้อมปรับกรอบความคิด วางกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อก้าวไปสู่ Digital Transformation ซึ่งหมายถึง การเปลี่ยนแปลงธุรกิจเป็นองค์กรดิจิทัล (Digital Enterprise) เพื่อนำประโยชน์จากดิจิทัลเทคโนโลยี เช่น AI, Blockchain, 3D Printing ที่ไม่ใช่แค่เครื่องมือแต่เป็นยุทธศาสตร์สมัยใหม่ที่จะช่วยให้ธุรกิจสร้างความเติบโตครั้งใหม่ได้  ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัลนั้น ไม่ได้มีแต่ในเฉพาะองค์กรเอกชนขนาดใหญ่เท่านั้น หากแต่ยังมีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในระดับประเทศ หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

Digital Transformation คือ บทสรุปของการขับเคลื่อนองค์กรในยุคปัจจุบัน ที่ไม่ใช่แค่เรื่องการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที หรือการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กรเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริหารอย่างมีกลยุทธ์อย่างถึงแก่น เริ่มจากรากของธุรกิจ ด้วยการ Transform รูปแบบธุรกิจจากเดิมสู่ Digital Business ในยุคดิจิทัล เป็นการคิดใหม่ในทุกมิติ โดยการมีส่วนร่วมจากทุกคนในองค์กรรวมถึงผู้นำองค์กรด้วยเช่นกัน

ธนพงศ์พรรณ ธัญญรัตตกุล กล่าวว่า “เมื่อการดำเนินธุรกิจเริ่มมีปัญหา เพราะดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การทำ Digital Transformation จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถพลิกเกมได้ในกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ดังนั้น ผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจหลายท่านอาจมีความสงสัยว่า ที่ผ่านมา ธุรกิจก็เคยทำ Digital Marketing หรือมีการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้ในปัจจุบันกลับไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเช่นเคย ซึ่งสาเหตุสำคัญล้วนมาจากวิธีคิดและความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของผู้บริหารและพนักงานในองค์กร”

“ผู้บริหารหลายๆ องค์กรถามผมว่า “ทำไมต้องเปลี่ยนเป็นดิจิทัล” ผมกล้าพูดได้เลยว่าหากไม่เปลี่ยน “บริษัทเจ๊งแน่นอน”เพราะหลายๆ สิ่งเปลี่ยนแปลงไปทั้งบริบทการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภค ยกตัวอย่างเช่น สมัยก่อนแต่ละเดือนเราจ่ายเงินค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือเป็นค่า Voice ผ่านทางเคาร์เตอร์เซอร์วิส ปัจจุบันเราจ่ายเป็นค่าบริการ Data ผ่านทางช่องทางออนไลน์หรือโมบายแอพพลิเคชั่นโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการชำระเงินเหมือนแต่ก่อน ซึ่งในอนาคตเราอาจจะเปลี่ยนเป็นการจ่ายเป็นค่าใช้บริการเครือข่ายระบบIoT (Internet of Things) ในการใช้บริการเพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่ง IoTก็เป็นหนึ่งในดิจิทัลเทคโนโลยีในยุค Industry 4.0ดังนั้น การทำ Digital Transformation ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาด แต่จะเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ

 

ในเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน การตลาดก็ต้องเปลี่ยนตาม ผู้บริหาร นักการตลาด และผู้ประกอบการต้องสร้างประสบการณ์กับผู้บริโภค ให้เกิดการซื้อ ซื้อซ้ำและบอกต่อ ดังนั้น การปรับตัวเท่านั้นถึงอยู่รอด และต้องไม่เพียงแค่การทำการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management)ซึ่งเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำ Digital Transformation เท่านั้น แต่ต้องทำ Digital Transformation คือการเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจทั้งหมด รวมถึง mindset หรือวิธีคิดของผู้นำในการทำธุรกิจอีกด้วย

ยกตัวอย่าง Airbnb เปลี่ยนโมเดลทางธุรกิจใหม่ จากเดิมที่ว่า การให้บริการที่พักโดยผู้ให้บริการจะต้องเป็นเจ้าของที่พักเอง เปลี่ยนมาเป็นผู้ให้บริการในที่นี้คือ Airbnb ให้บริการการแบ่งปันที่พักด้วยแนวคิดที่ให้เจ้าของที่พัก ไม่ว่าจะเป็นที่พักแบบใดก็ตาม สามารถเปิดห้องให้ผู้อื่นมาเช่าได้ เจ้าของที่พักหรือผู้ให้เช่าจะมีรายได้จากการให้เช่าที่พัก โดยแบ่งรายได้ให้กับทาง Airbnb ในฐานะเป็นคนกลางที่คอยอำนวยความสะดวกสบายระหว่างผู้เข้าพักกับผู้ให้เช่าประโยชน์ที่ผู้เข้าพักจะได้รับคือ มีตัวเลือกมากขึ้นจากการเข้าพักตามโรงแรมแบบเดิม ๆ และหาที่พักราคาประหยัดและถูกกว่าโรงแรมได้ โดยเข้ามาเลือกและจองที่พักผ่านทางเว็บไซต์และโมบายแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนของ Airbnb

ปัจจุบัน Airbnb เป็น Startup ให้บริการการแบ่งปันที่พักที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกAirbnbจัดอยู่ในธุรกิจประเภท OTA(Online TravelAgency)คู่แข่งโดยตรงคือ Pricelineแม้ว่าธุรกิจ Airbnb จะ Disrupt ธุรกิจโรงแรมเองก็ตาม แต่Airbnb ไม่ได้จัดอยู่ในธุรกิจประเภทโรงแรม หากจัดอยู่ในธุรกิจประเภท OTA (Online Travel Agency หรือตัวแทนออนไลน์ที่เป็นหนึ่งในช่องทางการขายห้องของโรงแรม) ซึ่งคู่แข่งโดยตรงและเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงเป็นอันดับ 1 ของโลกมากกว่า Airbnb กว่า 2 เท่านั้นก็คือ Priceline ปัจจุบันคือ BookingHolding มีธุรกิจในเครือ เช่น Booking.com, Priceline.com,Agoda.com, Kayak.com, Rentalcars.com, OpenTable เป็นต้น

ในกรณีของ Airbnb นั้นชัดเจนว่า Airbnb ได้เข้าไปทำการตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ถูกละเลยจากบริษัทใหญ่ที่มีอยู่เดิม (ในที่นี้คือ โรงแรม) เมื่อ Airbnb ได้ครองกลุ่มนักท่องเที่ยวซึ่งถือว่าเป็นตลาดล่างกว่าของธุรกิจนี้แล้ว จึงเริ่มเจาะกลุ่มตลาดที่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่และกลุ่มตลาดบน ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดที่เคยเป็นของบริษัทใหญ่ที่มีอยู่เดิม ในกรณีนี้ถือได้ว่าAirbnb เป็นธุรกิจ Disruptive Innovation

ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ ผู้บริหารและผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนว่าปัจจุบันมีดิจิทัลเทคโนโลยีอะไรบ้าง และเทคโนโลยีอะไรที่เหมาะสมกับธุรกิจของเรา ให้หยิบเอาตัวนั้นมาปรับใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันครั้งใหม่ให้กับธุรกิจของเรา และศึกษาการแข่งขันให้ชัดเจน ต้องรู้เข้าใจด้วยว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปในทางทิศทางไหน และที่สำคัญคือการเปลี่ยนทัศนคติ วิธีคิด วิถีและวัฒนธรรมการทำงาน ของผู้บริหารและพนักงานให้ปรับตัวรู้เท่าทันสิ่งเปลี่ยนที่กำลังจะเกิดขึ้น

ธนพงศ์พรรณ ธัญญรัตตกุลกล่าวเพิ่มเติมว่า “หนังสือ เปลี่ยนธุรกิจในยุคดิจิทัลStep by Step Digital Transformation In Action” เล่มนี้ ผู้อ่านจะได้เห็นและเข้าใจการแข่งขันในแต่ละอุตสาหกรรมที่ไม่เหมือนเดิม และได้ทราบว่าดิจิทัลเทคโนโลยีอะไรที่จะเข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนรูปแบบในการแข่งขัน และส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไรอีกด้วยในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเองก็ต้องตระหนักว่า ธุรกิจของเราจะถูกเทคโนโลยีบังคับให้เปลี่ยนแปลงหรือจะเป็นผู้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างโอกาสครั้งใหม่ในยุคดิจิทัล สำหรับผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ ในทุกอุตสาหกรรม ในทุกช่วงของวงจรธุรกิจ เมื่อพร้อมที่จะปรับธุรกิจเพื่อการเปลี่ยนแปลงให้ก้าวทันตามโลกแล้ว ย่อมประสบความสำเร็จครั้งใหม่อย่างแน่นอน”

หนังสือ เปลี่ยนธุรกิจในยุคดิจิทัล Step by Step Digital Transformation In Action จึงเป็นดั่งคู่มือของธุรกิจยุคใหม่ที่ผู้บริหารและผู้ประกอบการจะได้มีโอกาสเรียนรู้จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง และเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในยุคดิจิทัลให้ดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจ ทั้งขนาดเล็กไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ราคา 295 บาท วางจำหน่ายที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 418 2885 และที่ Facebook @digitaltransformationinaction

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.