6,883
VIEWS

What’s Next ? อสังหาไทย สู่ยุคบ้านเดี่ยวติดรถไฟฟ้าแทนที่คอนโด

Nov 12, 2018 M.Pussapol

สมาคมศิษย์เก่าโครงการปริญญาโทสำหรับผู้บริหาร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU X-MBA) ร่วมกับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมูลนิธิศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ร่วมกันจัดงานสัมมนาอสังหาริมทรัพย์ไทยในยุค 4.0 ด้วยแนวคิด “Estate Revolution สกรัมความคิด ธุรกิจอสังหา”

เพื่อให้ความรู้แก่สมาชิกและผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และสามารถพัฒนาธุรกิจและรวมถึงตัวเองต่อไปในอนาคต การเสวนาพิเศษ What’s Next อสังหาไทย โดยวิทยากรรับเชิญ ประกอบด้วย ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควอลิตี้เฮาส์ จำกัด (มหาชน) วงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ดร.ทวิชา ตระกูลยิ่งยง Chief Technology Officer บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) อัญชนา วัลลิภากร Co-Founder & Chief Executive Officer บริษัท บาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด และวรัทภพ  แพทยานันท์ Vice President CC Group เป็นผู้ดำเนินรายการ

ข้อสรุปที่มีนัยสำคัญจากการเสวนา ประกอบด้วย

  1. ปี 2562 จะเป็นปีที่ยากลำบากอีกครั้งสำหรับผู้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นผลจากปัจจัย 4  เรื่อง ประกอบด้วย การใช้มาตรการ Loan to Value (LTV) หรืออัตราสวนการใหสินเชื่อเพื่อซื้อบานเทียบกับมูลค่าบ้านของธนาคารแห่งประเทศไทย อัตราดอกเบี้ย ราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
  2. การขยายเมืองตามแนวคิดเรื่อง Urbanization ไม่ง่าย ด้วยข้อเท็จจริงว่า ทั้งเรื่องจำนวนประชากร GDP ของจังหวัด GDP ต่อหัวของประชากร ทำให้กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคง เป็นศูนย์กลางการเติบโตของธุรกิจอสังหาฯ
  3. หัวใจของการเกิด  Urbanization คือ การสร้างงาน ซึ่งต้องเปลี่ยนวิธีคิด ทำงานเกี่ยวกับดิจิทัล หรือเป็น Bit Byte มากขึ้น โดยขยายโครงสร้างพื้นฐานอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
  4. แนวคิดเดิม ที่ปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจอสังหามาจาก Location Location Location เปลี่ยนเป็น Transportation Transportation Transportation โดยมีเส้นทางรถไฟฟ้า เป็นองค์ประกอบสำคัญในการตัดสินใจที่ต้องพิจารณาว่า นำคนเข้าเมือง หรือ Feeder เป็นสายอ้อมเมือง
  5. ผังเมืองในอนาคต จะเน้นเรื่องความหนาแน่น และการกระจุกตัว เพื่อสะดวกในการบริหารจัดการสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไฟฟ้า การกำจัดขยะ การรักษาความปลอดภัย ทำให้ที่ดินในเมืองมีราคาสูงขึ้น  ในอดีต คอนโดมิเนียมจะสร้างชิดสถานีรถไฟฟ้า เพื่อให้คุ้มค่าการลงทุน  ในอนาคต เมื่อการคมนาคมสะดวกขึ้น  บ้านเดี่ยว หรือโครงการแนวราบใกล้รถไฟฟ้าชานเมืองจึงมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่า
  6. การนำเทคโนโลยีบางอย่างของเรื่องสมาร์ทซิตี้ สามารถนำมาใช้ในโครงการจัดสรรได้เลยไม่ว่าจะเป็น  Security Bike Sharing Shuttle Bus ฯลฯ เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่เหมาะสม ราคาไม่แพง  ให้เลือกมากมาย
  7. ปัจจุบัน ผู้บริโภคเป็น Smart Buyer สามารถเข้าถึงข้อมูลหลายรูปแบบ สามารถเปรียบเทียบได้โดยอัตโนมัติทางออนไลน์ รวมถึงในอนาคตอันใกล้   ระบบจะเป็น Recommendation System  สามารถแนะนำสิ่งที่ตรงกับความต้องการของเขามากขึ้น
  8. ผู้บริโภคปัจจุบัน ไม่ต้องการข้อมูลเชิง  Mass ต้องการความเป็น Personalization ขณะที่ระบบสามารถส่งต่อเรื่องการขอสินเชื่อให้กับเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินได้เลย 
  9. มองเรื่องข้อมูลอยู่บนแพลตฟอร์ม  หมายถึง ความลับไม่มีในโลก  ความดีความเลว จะปรากฏอยู่บนแพลตฟอร์ม ถ้า Branding ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่อยู่บนแพลตฟอร์ม แบรนด์ก็อยู่ไม่ได้ เทคโนโลยี ทำให้เห็นความเป็นตัวตนมากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค จึงไม่ได้ตัดสินใจด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว มีเรื่องอารมณ์เข้ามาด้วย  การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอยู่ที่เรื่องความเชื่อมั่นในแบรนด์  การสร้าง Branding ในโลก อนาคตจะมีความสำคัญ ไม่ใช่โลกออฟไลน์อย่างเดียว เป็นโลกออนไลน์ด้วย  ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ ธุรกิจที่คุ้นเคยกับออฟไลน์มา ต้องหา Online Identity  ให้พบ
  10. ในอดีต  Developer  ทุ่มเททั้งเวลา และงบประมาณเพื่อสร้างแบรนด์   แต่ปัจจุบันในยุคที่มีโซเชียลมีเดีย เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องบอบบางมาก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่  หรือ  Gen Y  การรักษาแบรนด์ให้อยู่ในใจคนกลุ่มนี้เป็นเรื่องยากมาก

Trend

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.