เปิดประสบการณ์ชีวิต ทุกเรื่องราว 15 ปีเต็ม ในนิวยอร์ก เมืองที่ ไอเดีย ไม่มีวันตาย

Jul 19, 2017 S.Worapol

ถ้าใครเป็นแฟนคลับของนิตยสารแบรนด์เอจ คงจะต้องรู้จักกับคอลัมน์ Letter from New York เรื่องราวของความคิดสร้างสรรค์ ไอเดีย ความไม่หยุดนิ่ง วัฒนธรรม ตลอดจนการใช้ชีวิต ที่ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด

คอลัมน์นี้ถูกถ่ายทอดโดย นุวีร์ เลิศบรรณพงษ์ ผู้คร่ำหวอดในแวดวงโฆษณา มาอย่างยาวนาน ผู้ที่ใช้ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ผ่านผลงานต่างๆ อย่างมากมาย 

มาถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 15 ปีกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ของเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่งอย่างมหานครนิวยอร์ค ทางแบรนด์เอจก็ได้ถือโอกาส รวมเรื่องทุกเรื่องราว เเละการเปลี่ยนแปลงมานำเสนอเป็นหนังสือพ๊อคเกตบุ๊คในชื่อ PASSION CRAZY STARTUP IDEAS เพื่อให้ผู้อ่านได้รับอรรถรสกันแบบเต็มๆ

ตอนนี้ พ๊อคเกตบุ๊ค เล่มนี้ก็ได้วางแผงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางทีมงาน BrandAge Online ก็เลยถือโอกาสเข้าพูดคุยกับคุณนุวีร์ เลิศบรรณพงษ์ ถึงเรื่องราว และแนวคิดต่างๆ เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักคอลัมน์ Letter from New York หรือยังไม่เคยเห็นหนังสือเล่มนี้ ลองอ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้วคุณอาจจะต้องรีบไปจับจองแน่ๆ 

Q : จุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้ คืออะไร ?

A: ตอนนั้นผมชื่นชอบการอ่านหนังสือมากเลยซื้อนิตยสารแบรนด์เอจมาอ่านในสมัยนั้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ฉบับที่หน้าปกเป็นรูปก้นผู้หญิงเป็นหนังสือการตลาดที่ไม่เหมือนกับหนังสือการตลาดเล่มอื่นๆ ผมซื้ออ่านแล้วผมชอบว่าเป็นหนังสือที่เขียนแล้วไม่น่าเบื่อ สนุก แล้วผมก็อ่านมาตลอดจนกระทั่งผมได้ไปเรียนที่นิวยอร์ก ผมเห็นอะไรแปลกที่นิวยอร์กเยอะแยะมากมายก็เลยส่งจดหมายมาหาคุณธนเดช (บรรณาธิการบริหาร) บอกว่าผมเห็นไอเดียที่นิวยอร์กเยอะแยะมากมายอยากจะส่งไอเดียมาลงในนิตยสาร คุณธนเดชก็ให้ให้โอกาสเลยตั้งเป็น Column Letter from New York ตั้งแต่เมื่อ 15 ปีที่แล้ว

จนถึงวันนี้ก็ถือว่าเป็นคอลัมน์ที่ยาวนานอีกหนึ่งคอลัมน์ที่ เกิดจากการเห็นไอเดียแปลกๆ ทางด้าน Marketing และไอเดีย จนเวลาล่วงผ่านมา 15 ปี ก็ถึงเวลาที่จะเอาคอนเทนต์ทั้งหมดมาเรียบเรียงเป็นเล่มใหม่ เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ต้องบอกก่อนว่าหนังสือเล่มนี้เป็นการนำเอาเรื่องเมื่อ 15 ปีที่แล้วมาเขียนก็จริงแต่พออ่าน ก็ยังสามารถที่จะใช้ในปัจจุบันได้เพราะมันเป็นคอนเทนต์

Q : คุณนุวีร์ กำลังจะบอกว่า เเม้ว่าจะเขียนเมื่อ 15 ปีที่แล้ว วันนี้เนื้อหาก็ยังสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตได้อยู่ ?

A : ถึงแม้ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปแต่ Content ก็ยังทันสมัยและประยุกต์ใช้ได้ในปัจจุบัน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในนิวยอร์กคือความไม่หยุดนิ่ง เป็นเมืองที่พัฒนาทุกปีผมจะเดินทางไปนิวยอร์กปีละ 2 ครั้ง คือช่วงเมษากับช่วงธันวา ความเปลี่ยนแปลงของนิวยอร์กคือเป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่ง มีไอเดียเกิดขึ้นตลอดเวลา ธุรกิจอะไรที่หยุดนิ่งพอผ่านไปปี 1 คือเจ๊งไปแล้ว ธุรกิจที่อยู่ได้คือธุรกิจที่ไม่หยุดพัฒนา

ผมจะบอกว่าที่จริงแล้วนิวยอร์กเป็นเมืองที่ Turn Over สูงมากธุรกิจไหนที่เปิดปุ๊บแล้วไม่มีการใส่ไอเดียไม่มีการพัฒนาไม่ปังจริงเจ๊งแน่นอน

การเปลี่ยนแปลงของมหานครนิวยอร์กมันสะท้อนมาถึงการสร้างแบรนด์การทำการตลาดในรูปแบบใหม่ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่อย่างนี้แน่นอนก็คือไอเดียที่ไม่มีทางหมด แม้ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปขนาดไหน แต่พื้นฐานตัวไอเดียมีความสำคัญมาก เพราะถ้าไม่มีไอเดียคุณจะไปทางไหนไม่ได้ ไม่ว่าจะทาง online หรือ offline และที่สำคัญคือต้องเป็นไอเดียที่ไม่ได้อยู่ในตำรา เพราะตำรามีอยู่เล่มเดียวกันคน 10 คนอ่านเหมือนกันหมื่นคนก็อ่านเล่มเดียวกัน เราต้องอ่านตำราแล้วเอาไปประยุกต์

Q : ผู้อ่านจะได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้ ?

A : ผู้อ่านหนังสือเล่มนี้จะได้มุมมองธุรกิจหรือมุมมองอื่นๆ ที่แตกต่างกัน  มันมีบทหนึ่งในพ๊อคเกตบุ๊คฉบับนี้ที่ผมเขียนได้ชัดเจนมาก คือคนส่วนใหญ่มักจะมองว่าประเทศเราเป็นประเทศที่สุดยอดในทุกๆ ด้านแต่จริงๆ แล้วถ้าเกิดคุณยิ่งเดินทางมากๆ คุณจะรู้ว่าประเทศเราอยู่กับตัวเรามากเกินไป ปัญหาของเราคือเราต้องพัฒนาประเทศของเราให้ดียิ่งขึ้น จริงๆ แล้วประเทศของเราในเป็นประเทศที่ดีในทุกด้าน แต่คนบางกลุ่มมักจะมองว่าประเทศเราเป็นประเทศที่ดีที่สุดในโลก เราต้องรู้จักการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ถ้าเราบอกว่าเราดีที่สุดเราจะหยุดพัฒนาทันที

แม้ว่าจะเป็นประเทศชาติเราก็ต้องมองว่าเราเป็นน้ำครึ่งแก้วพร้อมที่จะเติมสิ่งใหม่ๆ เข้าไปอยู่เสมอ ที่จริงแล้วทั้งหมดเกิดจากการดูโลกดูการเปลี่ยนแปลงของโลกให้มากๆ แล้วก็ย้อนกลับมาดูที่ประเทศของเรา เพียงแต่อย่าเพิ่งทำให้น้ำเต็มแก้วก็จะทำให้เราหยุดการพัฒนา

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผมได้เขียนและพยายามจะบอกทุกคนซึ่งจริงแล้วในพ็อกเก็ตบุ๊คฉบับนี้มีความหลากหลายค่อนข้างมาก ทั้งมุมมองทั้งแง่คิดทั้งการใช้ชีวิต ทั้งแนวทาง แต่ต้องบอกก่อนว่าเล่มนี้เป็นเล่มที่ผมเขียนตั้งแต่ผมไปเรียนนิวยอร์กเมื่อ 15 ปีที่แล้วมันจะมีวิวัฒนาการของไอเดียที่ค่อนข้างแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ที่ทำให้ผู้อ่านได้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน แต่ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในแต่ละช่วงเวลาก็คือเรื่องของไอเดียที่ไม่วันตาย  เพียงแต่ไอเดียมันย้ายไปอยู่ที่แพลตฟอร์มไหนเท่านั้นเองจะไปทางออนไลน์พื้นฐานของไอเดียก็ยังอยู่ในพื้นฐานเดียวกัน

Q: ที่นิวยอร์ก พฤติกรรมของคนในการอ่านหนังสือ และอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์เป็นอย่างไรบ้าง?

A: ธุรกิจสิ่งพิมพ์ หรือหนังสือที่นิวยอร์ไม่มีทางตาย เพราะคนที่นิวยอร์กมองว่าการอ่านเป็นสิ่งที่ Cool มาก เป็นสิ่งที่เท่ เป็นสิ่งที่ทำให้ดูแล้วว่าคนๆ นั้นมีของอะไรบางอย่าง

จริงๆแล้วมันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของประเทศนั้นด้วย เพราะสภาพแวดล้อมของนิวยอร์กมันส่งเสริมให้ประชาชนคนที่อยู่รักการอ่านให้อ่านมากๆ ยิ่งอ่านเยอะคุณยิ่งได้เปรียบ

มีคนเปรียบเทียบการอ่านหนังสือ กับการอ่านในออนไลน์ไว้ว่า Online reading is just only masturbation but reading book is your extremely love มีการเปรียบเทียบกันถึงขนาดนี้ การอ่านหนังสือคือความรักความใส่ใจแต่การอ่านในออนไลน์เหมือนกันช่วยตัวเอง คุณค่ามันต่างกัน นี่แหละทำไมหนังสือมันถึงเจ๋ง

แต่ประเทศไทยสภาพแวดล้อมค่อนข้างที่จะแตกต่าง ที่นิวยอร์กใครขึ้น subway  เสร็จแล้วถือหนังสืออ่านโคตรเท่ โครตเจ๋ง ทำให้รู้ว่าคนๆ นั้นคิดยังไงเป็นคนยังไง ในโลกออนไลน์คือคนเขาอ่านแบบผ่านๆ อ่านเพื่อจับใจความแต่ไม่ได้อ่านเพื่อลึกซึ้ง ทำให้วัฒนธรรมการอ่านของนิวยอร์กค่อนข้างดีมากๆ ร้านหนังสือศุกร์เสาร์อาทิตย์นี่นั่นคนแน่นมากๆ สภาพแวดล้อมค่อนข้างมีส่วนสำคัญมากๆกับเรื่องของวัฒนธรรมการอ่านหนังสือ

Q: มีหนังสือมากมายบนแผง ทำไมเราถึงต้องหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน ?

A: หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือปริญญาชีวิตไม่จำกัดเฉพาะธุรกิจมัน คือเส้นทางของชีวิตของคนคนหนึ่งที่ไม่จำเป็นจะต้องทำธุรกิจ อ่านเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้แบบมีไอเดียเป็น หนังสือที่ทุกคนอ่านได้ได้รู้วิวัฒนาการของไอเดียเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาจนถึงปัจจุบันเมืองนี้ก็ยังมีไอเดียอยู่เพียงแต่ความต่างมันอยู่ที่แพลตฟอร์มของสื่อโฆษณา

หนังสือเล่มนี้เขียนจากประสบการณ์จริงไม่ได้เขียนจาก Google หนังสือเล่มนี้ไม่สามารถหาข้อมูลจากใน Google ได้มันเกิดจากการที่ผมไปผจญภัยด้วยใจด้วยขา 2 ข้าง นี่คือจุดเด่นที่สุดของหนังสือเล่มนี้เขียนจาก Passion 15 ปีเต็ม

หนังสือทั่วไปที่มีไอเดียอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนกับเรา อาจจะหาข้อมูลใน google หาข้อมูลจากที่ต่างๆ แต่เล่มนี้คือหาจากชีวิตจริงเพราะฉะนั้นหนังสือเล่มนี้คือชีวิตจากประสบการณ์ล้วนๆ ที่ไม่มีใน Google

Q: ทำไมต้องเป็นที่นิวยอร์ก

A: ทำไมต้องไปนิวยอร์กเพราะจริงๆ แล้วผมจะเดินทางไปค่อนข้างหลายประเทศไปเกือบทั่วทุกมุมโลก มันไม่มีที่ไหนเหมือนที่นิวยอร์กญี่ปุ่นอิตาลีหรืออังกฤษ ผมก็อยากจะพิสูจน์เหมือนกันว่าแต่ละที่มันให้ไอเดียว่าให้ Inspiration ที่แตกต่างกันยังไง แต่ก็ไม่มีที่ไหนเหมือนนิวยอร์ก เพราะว่านิวยอร์กมันคือเมืองที่ Mix Culture ของทุกชนชาติจากทั่วทุกมุมโลกมารวมอยู่ในมหานครแห่งนี้ คือทั่วโลกเท่ากับนิวยอร์ก ทางลัดที่ไม่ต้องไปทั่วโลกคือมาที่นิวยอร์ก โซนหนึ่งก็คือประเทศหนึ่งคือชนชั้นหนึ่งคือวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง แล้วแมนฮัตตันตรงกลางคือรวมทุกประเทศเกิดความแตกต่างของวัฒนธรรม ทั้งอาหาร ทั้งศิลปะดนตรี การใช้ชีวิต ธุรกิจ ทุกอย่างถูก Mix เข้าด้วยกัน

Q: คุณนุวีร์ อยากฝาก หรือแนะนำอะไรเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้

A: ในแต่ละบทของหนังสือจะมีความแตกต่างไม่เหมือนกัน ผมว่าทุกหมวดที่เขียนที่เลือกมาให้แง่คิดในแต่ละบทที่แตกต่างกัน แต่เมื่ออ่านทั้งเล่มจะได้คมความคิดบางอย่างที่ทำให้คุณรู้สึกว่าคุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีไอเดีย แต่ละบทจะมีคาแร็กเตอร์ที่ไม่เหมือนกันไม่มีคาแร็กเตอร์ตั้งแต่คิดบวกคิดบวกมากๆ คิดลบ ความจริงที่ไม่กล้าพูดหรือเรื่องราวต่างๆ ซึ่งทั้งหมดได้ถูกรวบรวมอยู่ใน pocket book ฉบับนี้

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอก คือ อาวุธที่ดีและทรงอานุภาพมากที่สุดที่จะแข่งขันกับนานาชาติได้ คืออาวุธทางปัญญา ที่ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ให้กับคนรุ่นใหม่ๆ เด็กๆ ได้มีอาวุธสมองที่จะไปสู้กับคนอื่นได้

มันก็เหมือนกับการใส่เสื้อ ถ้ากระดุมเม็ดแรกติดผิด มันก็ผิดไปยันเม็ดสุดท้าย การใส่เสื้อตัวนั้นก็ผิดรูปแบบไป !!!! 

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.