เทสโก้ โลตัส X เอสซีจี เขย่าพฤติกรรม “No Bag”

Nov 26, 2018 R.Somboon

แม้ความพยายามในการสร้างพฤติกรรมการงดใช้ถุงพลาสติกของค้าปลีกรายใหญ่อย่างเทสโก้ โลตัส ที่เดินหน้าสร้างพฤติกรรมกับผู้บริโภคให้ตระหนักถึงผลกระทบขยะพลาสติกที่มีต่อสิ่งแวดล้อมจะเริ่มได้ผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่การทำวิจัยแบบโฟกัส กรุ๊ป กับลูกค้าตัวเอง กลับพบว่า แม้ผู้บริโภคจะรู้ว่าการลดการใช้ถุงพลาสติกจะดีต่อโลกอย่างไร แต่ส่วนใหญ่ที่ตอบก็ยังยืนยันว่ายังคงขอถุงพลาสติกเพื่อใส่สินค้าเมื่อซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกของเทสโก้ โลตัส

การคิกออฟแคมเปญ ลดการให้ถุงพลาสติกในวันที่ 4 ธ.ค.ซึ่งตรงกับวันสิ่งแวดล้อมโลก จึงเป็นเสมือนบททดสอบว่า แคมเปญที่ทำขึ้นนี้จะได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะเป็นแนวทางในการปฏิบัติหลังการคิกออฟแคมเปญดังกล่าว

สลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส บอกกับเราว่า การทำแคมเปญในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ น่าจะมีผลกระทบในด้านบวกกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการงดรับถุงพลาสติกจากร้านค้าปลีก เพราะในครั้งนี้จะเป็นการร่วมมือกันของผู้ประกอบการค้าปลีกรายอื่น ๆ ในการงดให้ถุงหูหิ้วพลาสติกที่ร้านค้าทุกรูปแบบ ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยรณรงค์ให้ลูกค้านำถุงผ้ามาใช้ นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐอย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการร่วมกันรณรงค์เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเรื่องดังกล่าวนี้

ก่อนหน้านั้น ความพยายามในการสร้างการตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากปัญหาขยะพลาสติกของบรรดาผู้ประกอบการค้าปลีกมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการสร้างพฤติกรรมไม่รับถุงพลาสติกนี้ จะมีทั้งที่เป็นการให้รางวัลผ่านการสะสมแต้มจากบัตรสมาชิกของร้านค้าปลีกเอง รวมถึงการมอบส่วนลดเป็นเงินสด นอกจากนี้ ยังทำผ่านการลงโทษ ที่ไม่ให้ถุงพลาสติกเลย ถ้าหากไม่มีถุงผ้ามาก็ต้องจ่ายเงินซื้อถุงผ้าหรือถุงใส่ของเอง ซึ่งในบ้านเราจะออกมาในรูปแบบของการให้รางวัลมากกว่าที่จะลงโทษ

 

สำหรับเทสโก้ โลตัสเอง สลิลลา บอกกับเราว่า ในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีก เทสโก้ โลตัส มีบทบาทในการรณรงค์เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกของลูกค้า ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านความยั่งยืนของกลุ่มเทสโก้ หรือที่เรียกว่า  The Little Helps Plan โดยเทสโก้ โลตัส ได้เริ่มรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เป็นห้างค้าปลีกรายแรกที่นำระบบการให้แต้มเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าไม่รับถุงพลาสติกมาใช้ในประเทศไทย ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สามารถลดถุงพลาสติกไปได้แล้วอย่างน้อย 100 ล้านใบ โดยเทสโก้ โลตัส ได้เพิ่มความเข้มข้นของการรณรงค์ขึ้นทุกปี และตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เพิ่มแต้มกรีนพ้อยท์ 5 เท่า จากเดิม 20 แต้มเป็น 100 แต้มทุกวัน ส่งผลให้จำนวนลูกค้าที่ไม่รับถุงพลาสติกเพิ่มขึ้นถึง 70%

“เทสโก้ โลตัส ใช้กลยุทธ์ 5R ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คือ Reduce - การลดการใช้ถุงพลาสติก ไม่ซ้อนถุง ใช้เท่าที่จำเป็นหรือไม่รับถุงพลาสติกเลย Reuse - การนำถุงกลับมาใช้ซ้ำหรือใช้ถุงผ้า Recycle - การนำกล่องกระดาษกลับมาแปรรูปเป็นถุงกระดาษ Reward – การสร้างแรงจูงในเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมลดการใช้ถุงพลาสติกด้วยการมอบแต้มกรีนพ้อยท์ และ Rebate - การให้ส่วนลด 1 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ เมื่อลูกค้านำถุงผ้าเทสโก้ โลตัส ที่มีบาร์โค้ดพิเศษมาใช้ซื้อสินค้า ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2561 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีถุงผ้าหลากหลายดีไซน์ ราคา 89 และ 99 บาท ผลิตขึ้นโดยมีบาร์โค้ดพิเศษติดอยู่ด้านข้างถุง เพื่อให้ลูกค้าไม่ลืมที่จะนำถุงผ้ากลับมาใช้ทุกครั้งที่มาซื้อของที่เทสโก้ โลตัส”

ว่าไปแล้ว การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อให้เกิดการตระหนักถึงเรื่องนี้ จะเริ่มจากการให้รางวัล ก่อนที่จะขยับไปสู่การลงโทษ ซึ่งหลังวันที่ 4 ธ.ค.ที่จะเป็นการคิกออฟแคมเปญงดให้ถุงนี้ จะเป็นบททดสอบแรกว่า การรณรงค์ในรูปแบบของการลงโทษนี้จะได้รับการตอบรับมากน้อยแค่ไหน ซึ่งผลที่ได้จะถูกนำมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การหักดิบในครั้งนี้ เทสโก้ โลตัสเตรียมทางออกไว้ให้กับผู้บริโภค โดยร่วมมือธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ครบวงจร ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นำกล่องกระดาษใช้งานแล้วในธุรกิจของเทสโก้ โลตัส มารีไซเคิลเป็นถุงกระดาษใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าแทนการใช้ถุงพลาสติก สร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติก และมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืนโดยจะเริ่มใช้ในวันสิ่งแวดล้อมไทย 4 ธันวาคมนี้ ที่เทสโก้ โลตัส 2,000 สาขาทั่วประเทศ

 

ธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้ร่วมมือกับเทสโก้ โลตัส นำกล่องบรรจุสินค้าที่ใช้แล้ว จากเทสโก้ โลตัส กลับสู่โรงงาน เพื่อรีไซเคิลเป็นกระดาษใหม่ ด้วยกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการควบคุมการใช้ทรัพยากรและการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นนำกระดาษไปเข้ากระบวนการแปรรูปเป็นถุงกระดาษที่มีคุณภาพแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี  ซึ่งถุงกระดาษที่ใช้งานแล้ว ยังสามารถนำกลับมารีไซเคิลในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ได้อีกด้วย

“การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค จำเป็นต้องมีเรื่องของนวัตกรรมเข้ามาเป็นตัวช่วย เอสซีจีเองจะสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาเพื่อดึงภาคส่วนต่างๆ เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อน ซึ่งเอสซีจี ได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปใช้ในการดำเนินธุรกิจทั้ง ในด้านการออกแบบสินค้าและบริการ เน้นการออกแบบให้สินค้าให้ใช้งานง่าย ใช้ทรัพยากรน้อย คงทนแข็งแรง นำมาใช้ซ้ำและนำกลับมารีไซเคิลง่าย หรือการออกแบบให้กระดาษนำมาผลิตเป็นสินค้ารูปแบบต่างๆ ที่ใช้ทดแทนวัสดุอื่น รวมถึงการพัฒนากระดาษให้มีสัดส่วนวัตถุดิบรีไซเคิลที่สูงขึ้นในขณะที่กระดาษยังคงแข็งแรงและผิวสะอาด เป็นต้น และในด้านกระบวนการ มีการปรับปรุงการผลิตและการดำเนินการให้เกิด Circular Economy ตลอดทั้ง Supply Chain เช่น การลดการใช้น้ำและพลังงานในกระบวนการผลิต และยังมีการนำระบบดิจิทัล หรือ Application Tool เข้ามาช่วยในการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างเอสซีจี และคู่ค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ Value Chain ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งเอสซีจี พร้อมที่จะขับเคลื่อน Circular Economy จากภายในองค์กรไปสู่สังคมภายนอก ลูกค้า และผู้บริโภค เพื่อให้ทุกส่วนเห็นคุณค่าและขับเคลื่อนไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดความร่วมมือ และเกิด Platform ใหม่ ๆ ที่จะช่วยกันทำให้สังคมและสิ่งแวดล้อมดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน”

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.