3,053
VIEWS

Trash to Treasure เมื่อ GC สร้างมูลค่าให้ Plastic Waste

Nov 30, 2018 -None-

ที่ผ่านมา พลาสติกมักถูกผลักให้เป็นผู้ร้ายที่ก่อให้เกิดปัญหาและสร้างผลกระทบมากมายต่อสภาพแวดล้อม ทั้งๆที่ในความเป็นจริงพฤติกรรมของมนุษย์ที่ทิ้งขยะไม่ถูกที่ ใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองต่างหากที่ก่อให้เกิดปัญหาสำคัญซึ่งทุกคนในโลกต้องตระหนักอย่างจริงจัง

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC (จีซี) ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและเคมีภัณฑ์ของประเทศตระหนักถึงผลกระทบที่มาจากการใช้พลาสติกจึงร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมูลนิธิอีโค อัลฟ์ หรือ Ecoalf  จัดทำโครงการ Upcycling The oceans, Thailand ขึ้นตั้งแต่ปี 2560 เพื่อรณรงค์การจัดการขยะบริเวณชายฝั่งและในทะเลไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพื่อลดปัญหาขยะในทะเลควบคู่ไปกับการสนับสนุนการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของไทยให้คงความสวยงามเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของ GC ในการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่าและยาวนานจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยตามแนวคิด “Circular Living…ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก” ด้วยการนำอาสาสมัครที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว หน่วยงานรัฐและประชาชนในพื้นที่ร่วมกันจัดเก็บขยะพลาสติกบริเวณชายฝั่งและในทะเลจากพื้นที่นำร่องเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง และภูเก็ต ซึ่งในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี 2560-2561 สามารถรวบรวมขยะพลาสติกได้กว่า 20 ตัน และปัจจุบันขยะพลาสติกเหล่านั้นถูกนำกลับมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นและของใช้

ล่าสุด GC ได้เปิดตัว Thailand Collection สินค้าชุดแรกที่ทำจากขยะพลาสติกที่งาน “Circular Living Festival” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Gift to Circular Living #ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก ซึ่งในงานนอกจากจะมีการเปิดตัวต้นคริสต์มาสที่ผลิตจากกล่องใส่ซีดีเหลือใช้ สูง 10 เมตร เพื่อแต่งแต้มความสุขผ่านพลาสติกเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์จนกลายเป็นผลงานที่สวยงาม แล้วยังเปิดตัวคอลเลคชั่นรักษ์โลก ที่อัพไซคลิ่งจากขยะพลาสติกในเมืองไทยเป็นครั้งแรกจากโครงการ Upcycling the Oceans, Thailand โดยสินค้าในคอลเลคชั่นแรกจะประกอบไปด้วยเสื้อยืดที่ทำจากขวดพลาสติกใส 14 ขวด มีทั้งหมด 3 ดีไซน์ 3 สี ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงินและสีเทา วางจำหน่ายทั้งสำหรับไซส์เด็ก S-xxl ราคา 249 บาท และผู้ใหญ่ไซส์ S- xxxl ราคา 299 บาท นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าเป้ที่ทำจากขยะขวดพลาสติกใส 14 ขวด ที่จะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ 5 สี ได้แก่ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีดำและสีชมพู

ผลิตภัณฑ์แฟชั่นจาก Thailand Collection ทั้งหมดจะวางจำหน่ายที่ร้าน Ecotopia ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม ร้านภัทรพัฒน์ทุกสาขา และทาง Facebook ชื่อ Upcycling The Ocean Thailand โดยรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปใช้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา

GC ได้เริ่มต้นดำเนินโครงการ Upcycling the Oceans, Thailand ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์  2560 เพื่อส่งเสริมการจัดการปัญหาขยะในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของไทย โดยการดำน้ำและเก็บขยะพลาสติกในทะเลและชายหาดที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง และจังหวัดภูเก็ต พร้อมรณรงค์การเก็บและแยกขยะในพื้นที่ต่างๆ  จนสามารถรวบรวมขยะพลาสติกจำนวนทั้งหมดถึง 20 ตัน เข้าสู่กระบวนการอัพไซคลิ่ง ผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ แปลงร่างขยะพลาสติกเหล่านั้นด้วยนวัตกรรม กลายเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นและกระเป๋า ในชื่อว่า ไทยแลนด์ คอลเลคชั่น” คุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยว่า

โดยเสื้อยืดมีทั้งหมด 3 ลาย แต่ละตัวทำจากขยะขวดพลาสติกใส 14 ขวด ดีไซน์ที่ 1 Upcycling the Oceans, Thailand บ่งบอกถึงพลังใจของผู้คนที่ร่วมกันเก็บขยะขวดพลาสติกในทะเล ดีไซน์ที่ 2 From Trash to Trashion ได้แรงบันดาลใจจากคำว่า ‘Trash’ และ ‘Fashion’ หรือขยะกับแฟชั่นมาผสานกันอย่างลงตัว และ ดีไซน์ที่ 3 Trash to Treasure ดีไซน์พิเศษ ลิมิเต็ด อิดิชั่น จาก “เจมส์” จิรายุ ตั้งศรีสุข ถ่ายทอดผ่านการวาดลวดลายนาฬิกาทรายที่สะท้อนถึงการนำขยะพลาสติกมาแปลงร่างเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่เพิ่มมูลค่าอย่างลงตัว

“วันนี้เราได้รับความร่วมมือจากสยามพิวรรธน์และสยามดิสคัพเวอรี่ให้มาร่วมจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนคนไทยได้ทราบว่าทุกคนมีส่วนร่วมในการที่จะแก้ปัญหาขยะโดยเฉพาะขยะทะเล ซึ่งประเทศไทยถูกกล่าวหาว่าเรามีขยะเหล่านี้มากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก ถ้าเรามาร่วมมือกัน เราสามารถช่วยกันแก้ไขปัญหาได้โดยการนำขยะพลาสติกเหล่านี้กลับมาปรับเปลี่ยนเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าได้ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดคือการพยายามอย่าให้พลาสติกที่ถูกใช้แล้วกลายเป็นขยะ

สำหรับ GC มีนโยบายที่ชัดเจนว่าในปีหน้าเราจะเริ่มสร้างโรงงานรีไซเคิลขนาดใหญ่ 40,000 ตันที่จะนำพลาสติกใช้แล้วกลับมารีไซเคิล มาทำเป็นเม็ดพลาสติกอีกครั้ง เพราะเราตั้งใจที่ต้องการให้ประชาชนคนไทยได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมดีๆ แยกขยะเอาไว้ที่บ้าน แล้วนำไปส่งยังจุดที่เหมาะสม หลังจากนั้นพลาสติกเหล่านี้จะถูกส่งมอบไปที่โรงงานรีไซเคิลซึ่งเราจะสร้างขึ้นมาใหม่คาดว่าจะเริ่มผลิตเม็ดพลาสติกได้อย่างจริงจังในอีก 2 ปี”

ปัจจุบันมีการประเมินไว้ว่าขยะที่ถูกทิ้งออกไปสู่ทะเล แม่น้ำ หรือแม้กระทั่งตามถนนทั่วไปในประเทศไทยมีอยู่มีประมาณ 5 แสนตันต่อปี คุณสุพัฒนพงษ์เสริมให้ฟังว่า GC มีเป้าหมายที่ต้องการจะลดขยะเหล่านี้โดยเริ่มต้นที่อย่างน้อย 10% ด้วยโรงงานรีไซเคิลแห่งใหม่ที่กำลังจะสร้าง ซึ่งโรงงานนี้จะทำเป็นต้นแบบเพื่อให้มีผู้สนใจและอยากทำโรงงานในลักษณะเดียวกัน ซึ่งนั่นจะช่วยให้ปัญหาของขยะที่ถูกทิ้งออกไปสู่ระบบ 5 แสนตันหมดไปเร็วขึ้น

ภายในงานมีการประกาศผลการประกวด Sustainable Designer’s Contest ชุบชีวิตใหม่ให้พลาสติกกลายเป็นสินค้าที่มีค่า โดยการประกวดครั้งนี้เพื่อกระตุ้นและเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาได้มีพื้นที่แสดงฝีมือ และเล็งเห็นคุณค่าพลาสติกเหลือใช้ให้นำกลับมาทำประโยชน์ได้ใหม่ ซึ่งผู้ชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 100,000 บาทได้แก่ทีมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยน.ส.ชัญญ์ชนพร นาทพัฒนพงศ์ และน.ส.ศิรดา ไทยสมบูรณ์ กับผลงานชื่อว่า The Skin(เดอะสกิน) ชุบถุงขนมให้มีชีวิตใหม่ด้วยการนำถุงขนมที่ถูกทิ้ง มาพลิกด้านในที่เป็นสีเงินแล้วมาพับและรีดผ่านความร้อน ทำให้ถุงขนมมีเอฟเฟคเกิดลวดลายคล้ายลายกระเป๋าหนังจรเข้ เมื่อนำมาลงสีจึงเกิดลวดลายที่สวยงามยิ่งขึ้น จึงนำมาผลิตเป็นกระเป๋า เพราะเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันได้ 

“สำหรับพลาสติกที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ต้องยอมรับว่าเป็นพลาสติกประเภทที่ใช้แล้วทิ้ง หรือ Single Use Plastic  เช่น ถุงพลาสติก หลอด เป็นต้น ซึ่งถือเป็นส่วนน้อยของการใช้พลาสติกทั้งหมด GC ของเราก็มีสินค้าประเภทนี้อยู่ปริมาณหนึ่ง และเรามีเป้าหมายว่าภายใน 5 ปีเราจะลดและเลิกการผลิตสินค้าประเภทนี้ โดยเราจะทยอยลดเนื่องจากเรามีลูกค้าที่เขาใช้ถุงพลาสติกอยู่ เราจำเป็นต้องร่วมมือกับเขาเพื่อหาทางออกให้เขาไปอยู่ในธุรกิจใหม่ ใกล้เคียง หรือดีกว่าเดิมได้ เช่น อาจจะเป็นการทำพลาสติกถนอมอาหารใช้ได้หลายครั้งเป็นสินค้าที่ดีขึ้น ทนทานขึ้น และสามารถเก็บได้นานหน้าที่ของเราก็คือการดูแลลูกค้าของเราให้ผ่านภาวะความท้าทายเหล่านี้ไปด้วยกัน”

สิ่งที่ GC พยายามทำอย่างต่อเนื่องมาตลอดก็เพื่อสร้าง Awareness ให้ผู้บริโภคตระหนักรู้การใช้งานทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ไม่สิ้นเปลือง ไม่ก่อให้เกิดขยะที่จะกลับมาทำลายโลกที่เราอยู่ เพราะโลกเรามีแค่ใบเดียวเท่านั้น ถ้าไม่ร่วมมือกันแก้ปัญหาในวันนี้อาจจะส่งผลกระทบเกินกว่าที่เราจะคาดคิดในอนาคต

Sustainable Development

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.