เทรนด์ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และการช้อปปิ้งช่วงเทศกาล

Nov 30, 2018 -None-

โทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นแหล่งให้ผู้คนได้ค้นหา พิจารณา และตัดสินใจซื้อสินค้าในที่เดียว และพฤติกรรมเช่นนี้จะพบได้มากขึ้นในช่วงเทศกาลวันหยุดซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ และเส้นทางการซื้อสินค้าอาจเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบเพียงครั้งเดียวภายในช่วงเวลาเดียวกัน
ผู้บริโภคชาวไทยส่วนมากใช้งานโทรศัพท์มือถือเป็นหลักอยู่แล้ว

  • 97 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตชาวไทยเป็นผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน
  • 84 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากที่สุด
  • ผู้บริโภคชาวไทยใช้งานโทรศัพท์มือถือโดยเฉลี่ย 4.53 ชั่วโมงต่อวัน
  • ผู้บริโภคชาวไทยใช้งานโซเชียลมีเดียโดยเฉลี่ย 3.06 ชั่วโมงต่อวัน[1]

สำหรับนักช้อปชาวไทยช่วงเทศกาลแล้ว การค้นหาสินค้าจะเกิดขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ซึ่งช่วยให้พวกเขาได้รับข้อมูลและเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

  • ในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา คนไทยจำนวน 2 ใน 5 คนเป็นนักช้อปที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์หลักโดย 60 เปอร์เซ็นต์ ของคนเหล่านั้นเป็นคนกลุ่มมิลเลนเนียล
  • 42 เปอร์เซ็นต์ ของนักช้อปช่วงเทศกาลชาวไทยกล่าวว่าถ้าไม่ใช่เพราะการใช้งานโทรศัพท์มือถือพวกเขาก็คงไม่สามารถช้อปปิ้งในช่วงเทศกาลอย่างที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จ
  • จำนวน 2 ใน 3 คนคิดว่าการช้อปปิ้งช่วงเทศกาลเป็นเรื่องง่ายขึ้น
  • 55 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยว่า พวกเขาใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อการช้อปปิ้งในช่วงเทศกาลเพราะสะดวกกว่าการเดินทางไปช้อปปิ้งที่หน้าร้าน
  • จำนวน 2 ใน 3 คนของนักช้อปช่วงเทศกาลเห็นด้วยว่า โทรศัพท์มือถือช่วยพวกเขาในการตัดสินใจซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลเพราะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนชัดเจนมากขึ้น
  • 44 เปอร์เซ็นต์ ของกลุ่มคนที่เห็นด้วยว่าพวกเขามีพฤติกรรมการช้อปปิ้งใหม่ๆในช่วงเทศกาล ระบุว่าพวกเขาเปลี่ยนมาช้อปปิ้งผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
  • 72 เปอร์เซ็นต์ ของนักช้อปชาวไทยที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์หลักกล่าวว่าพวกเขาสนใจเป็นอย่างยิ่งในการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์แล้วจึงค่อยไปรับสินค้าที่หน้าร้าน
  • นักช้อปช่วงเทศกาลกล่าวว่า Facebook และ Instagram มีผลต่อพวกเขาสำหรับการช้อปปิ้งในช่วงเทศกาล 91 และ 70 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ[2]

ด้วยความกระตือรือร้น มีความเป็นผู้ประกอบการ และผลักดันตัวเอง ทำให้คนไทยกลายเป็นผู้นำของโลกในด้านโซเชียลคอมเมิร์ซและนวัตกรรม โดยประเทศไทยเป็นตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีลักษณะที่สำคัญต่างๆ ดังนี้

  • 67 เปอร์เซ็นต์ ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ในเดือนที่ผ่านมา
  • 52 เปอร์เซ็นต์ พิจารณาโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางอันดับแรกในการค้นหาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ[3]
  • 51 เปอร์เซ็นต์ของนักช้อปออนไลน์เคยซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียโดยตรง[4]
  • 44 เปอร์เซ็นต์ใช้บริการการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือในเดือนที่ผ่านมา[5]

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยกำลังเติบโตบน Facebook และหลายธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลและสร้างประโยชน์จากการใช้งานเครื่องมือและทรัพยากรต่างๆ บน Facebook เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจทั้งหมด ตั้งแต่การค้นหาสินค้า การสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้า ไปจนถึงการชำระเงิน

  • ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยบน Facebook จำนวน 4 ใน 5 ราย เริ่มต้นก่อตั้งธุรกิจของพวกเขาจาก Facebook
  • 87 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่าสร้างธุรกิจให้เติบโตได้จากการใช้งาน Facebook
  • 73 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าธุรกิจของพวกเขาแข็งแกร่งมากขึ้นในปัจจุบันเพราะ Facebook
  • 93 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยว่าแพลตฟอร์ม Facebook ช่วยให้พวกเขาสามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ได้สำเร็จในขณะที่ 89 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่า Facebook ช่วยพวกเขาในการติดต่อกับลูกค้า
  • 83 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยว่า Facebook ช่วยสร้างโอกาสเชิงเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อชุมชนท้องถิ่นของพวกเขา[6]

Facebook ในประเทศไทย

  • มีผู้ใช้งาน Facebook มากกว่า 52 ล้านคนต่อเดือน
  • มีผู้ใช้งานที่เข้า Facebook ผ่านโทรศัพท์มือถือมากกว่า 51 ล้านคนต่อเดือน
  • 98 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนผู้ใช้งาน Facebook ต่อเดือนทั้งหมด
  • มีผู้ใช้งาน Facebook มากกว่า 36 ล้านคนต่อวัน[7]

กรณีศึกษา
พุงกลมซึ่งก่อตั้งในปี พ.ศ. 2553 โดยสามีภรรยาคู่หนึ่ง เป็นร้านค้าปลีกออนไลน์ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กระดับพรีเมียม พร้อมบริการจัดส่งในประเทศ แบรนด์พุงกลมต้องการที่จะเปลี่ยนความสนใจของลูกค้าให้กลายเป็นยอดขายด้วยการใช้โฆษณาบน Messenger ที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มคนที่เคยมีส่วนร่วมกับโพสต์และเพจของแบรนด์ผ่านการแสดงความคิดเห็น กดไลค์ แชร์ เป็นต้น นอกจากนี้ พุงกลมยังมีวิสัยทัศน์ที่เหนือกว่าความสนใจของลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน และได้ใช้กลยุทธ์การหากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันจากฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่ของเขา เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนใหม่ๆ ที่มีแนวโน้มจะสนใจผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ผ่านโฆษณาบน Messenger พุงกลมได้ใช้ Messenger เป็นจุดหมายที่ครบวงจรที่ลูกค้าสามารถพูดคุยกับธุรกิจ สอบถามคำแนะนำเพิ่มเติม และทำการซื้อสินค้า โดยในระยะเวลาไม่กี่เดือน พุงกลมสามารถบรรลุเป้าหมายต่างๆ ดังนี้

  • ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าจากการลงทุนด้านโฆษณา
  • จำนวนการติดต่อสอบถามผ่าน Messenger เพิ่มขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์
  • อัตราการเปลี่ยนแปลงสู่ยอดขายผ่าน Messenger ที่เพิ่มขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์

 

[1]รายงานเกี่ยวกับตลาดในประเทศไทยประจำปี 2561 โดย Global Web Index

[2]รายงาน “Facebook 2018 Holiday Study” ณ เดือนมกราคม 2561 โดย Facebook IQ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเก็บข้อมูล:การศึกษาดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นผ่านการสำรวจข้อมูลจากกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 18 ปีในประเทศไทยจำนวน 1,508 คน เกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งในช่วงเทศกาลและทัศนคติต่อ Facebook และ Instagram โดยระยะเวลาการสำรวจข้อมูลเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560

[3]รายงานเกี่ยวกับตลาดในประเทศไทยประจำปี 2561 โดย Global Web Index

[4]ที่มาจาก Facebook IQ: “ความนิยมและวิธีการเกี่ยวกับการสื่อสารจากแพลตฟอร์มสู่ธุรกิจระดับโลกโดย FactWork

[5]รายงานเกี่ยวกับตลาดในประเทศไทยประจำปี 2561 โดย Global Web Index

[6]รายงานด้านผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ โดย Morning Consult ณ เดือนกันยายน พ.ศ. 2561

[7]ข้อมูลภายในจาก Facebook ณ เดือนกันยายน 2561

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.