3,769
VIEWS

สรุปไฮไลท์ และรถใหม่ในงาน Motor Expo 2018

Dec 01, 2018 S.Meenarat

งาน Thailand International Motor Expo 2018 หรือมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” เปิดเผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “ขับสนุก ! ก่อนยุคไร้คนขับ-Enjoy Driving! Before Driverless Era” โดยได้รับเกียรติจาก วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน มีผู้ผลิตรถยนต์ร่วมงานจำนวน 36 ผู้ผลิต จาก 9 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 23 ผู้ผลิต จาก 7 ประเทศ

ในงานมีการจัดแสดงรถแนวคิด 5 คัน และเปิดตัวรถใหม่มากกว่า 20 รุ่น พร้อมมีพรีโปรโมชั่น พิเศษมากมาย สำหรับยอดจองรถภายในงานคาดว่าจะสูงถึง 45,000 คัน รถจักรยานยนต์ 8,000 คัน และผู้ชมงาน 1.5 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 55,000 ล้านบาท

รถแนวคิดที่จัดแสดงในงาน ได้แก่ คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ คอนเซ็ปต์ อีคิวเอ, มาสด้า วิชั่น คูเป, เอ็มจี อี-โมชั่น คอนเซ็ปต์, มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี คอนเซ็ปต์ และปอร์เช่ มิชชั่น อี 

นอกจากคอนเซ็ปต์คาร์ที่นำมาจัดแสดงแล้ว ยังมีรถที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมายในงาน BrandAge Online รวบรวมไฮไลท์ของงานนี้มาให้แล้ว

 

Aston Martin

Aston Martin The New Vantage มาพร้อมรูปลักษณ์น่าตื่นตาตื่นใจ กับแนวทางการออกแบบ อันเป็นเอกลักษณ์ ดุดันแบบนักล่า ทะยานแรงด้วยเครื่องยนต์เบนซิน วี 8 สูบ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 503 แรงม้า พร้อมเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่า ที่เตรียมขย้ำเหยื่ออย่างดุดัน ส่วนฝีเท้าก็คมกริบ เป็นผลจากช่วงล่างหน้า ดับเบิ้ลวิชโบน หลังมัลติ-ลิงค์ พร้อมโช้กอัพปรับความหนืดอิสระควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า และเฟืองท้าย อิเล็กทรอนิกส์ (E-Diff) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากสนามแข่ง ที่สามารถกระจายกำลังสู่ล้อคู่หลังอย่างเหมาะสม และปลอดภัย

นอกจากนั้นก็ยังมี แอสตัน มาร์ติน อีกหลายสายพันธุ์ให้สัมผัส เช่น ดีบี11 วี8 (DB11 V8, แวนเทจ เอส วี 8 (Vantage S V8) และ แวนควิช (Vanquish) ที่สุดแห่งรถสปอร์ตแกรนทัวเรอร์ ที่ใช้ตัวถังผลิตจากคาร์บอน ไฟเบอร์ พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน วี12 สูบ

 

Audi

Audi A6 Avant รถยนต์ครอบครัวที่เน้นความสปอร์ต หรูหรา ดีไซน์ล้ำสมัยแบบ Avant ซึ่งเป็น อัตลักษณ์ของ Audi ที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างสูงในยุโรป นับเป็นยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ เป็นรถที่ขับสนุกทุกสภาพถนน มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro แฝงด้วยความหรูหรา ความสะดวก สบายทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางท่องเที่ยว หรือกิจกรรมสันทนาการ

Audi  A6  Avant  ได้รับการออกแบบภายนอกให้โดดเด่น สวยงาม  สะท้อนถึงความเป็นดีเอ็นเอของ Audi เป็นการออกแบบยุคใหม่ที่ก้าวล้ำนำสมัยและมีสมรรถนะการขับขี่ที่พร้อมให้ประสบการณ์ความมั่นใจ ดีเยี่ยม ภายใต้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการพัฒนาล่าสุดแบบ Quattro with Ultra Technology ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนที่สามารถเปลี่ยนการขับในโหมด 4 ล้อ หรือ 2 ล้อ ภายใน เสี้ยววินาที ทั้งเกาะถนน และช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น

ขุมพลังใน  Audi A6  Avant  ใหม่ มาพร้อมทุกด้านทั้งพละกำลัง ความนุ่มนวล ความประหยัด และการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยี Mild Hybrid (MHEV) ที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ เบนซิน วี 6 ขนาด 3.0 ลิตร กับระบบไฟฟ้า 48 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด  340 แรงม้า และอัตราเร่งที่เร้าใจ 0-100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 5.3 วินาที ทั้งนี้รุ่นที่อาวดี้ ประเทศไทย นำเข้ามาจะเป็นรุ่น  Audi A6  Avant  55  TFSI quattro  S line ราคา Audi A6 Avant : 4,999,000 บาท

BENTLEY

BENTLEY Bentayga V8 ใหม่ คือ ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน V8 บล็อกล่าสุด ขนาดความจุกระบอก สูบ 4.0 ลิตร 32 วาล์ว เสริมด้วยระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่แบบ Dual Twin-scroll ติดตั้งบริเวณกึ่ง กลางระหว่างฝาสูบเครื่องยนต์รูปตัว ‘V’ สร้างสรรค์พละกำลังสูงสุด 550 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลกว่า 770 Nm ทำความเร็วสูงสุดถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลา 4.5 วินาที พิสัยการเดินทางสูงสุดเป็นระยะทางกว่า 746 กิโลเมตร ปล่อยไอเสีย CO2 เพียง 260 กรัมต่อกิโลเมตร ประสิทธิภาพการทำงานที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 24.8 mpg หรือ 11.4 ลิตร/100 กิโลเมตร คือผลลัพธ์ที่ได้จากการปฎิบัติงานของระบบควบคุมเครื่องยนต์อัจฉริยะ ซึ่งสามารถตัดการทำงานของ เครื่องยนต์ลงถึง 4 กระบอกสูบจากทั้งหมด 8 กระบอกสูบ โดยขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่ที่เหมาะสมในขณะนั้น เสริมด้วยเทคโนโลยี Stop-Start ซึ่งทำหน้าที่ตัดการทำงานเมื่อขับขี่ในสภาวะ “Near-to-stop” หรือลดความ เร็วจนใกล้หยุดนิ่ง

มาพร้อมระบบสุดล้ำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Bentley Dynamic Ride ระบบ Bentley  Adaptive และ Reactive ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control ระบบ ช่วงล่างและระบบควบคุมการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC) ผสานการทำงานกับระบบ Multi-mode Traction Control (TCS) ยิ่งไปกว่านั้น Bentayga ยังได้รับการติดตั้งระบบช่วยเหลือเมื่อขับขี่บนทาง ลาดชัน Hill Descent Control อีกทั้งยังมีระบบอัจฉริยะอื่นๆ อีกมากมาย

ภายในติดตั้งหน้าจอ Infotainment ระบบสัมผัส ความละเอียดสูง ขนาด 8 นิ้ว เชื่อมต่อกับระบบ นำทางผ่านดาวเทียม หน่วยความจำภายในขนาดความจุ 60 GB รองรับ 30 ภาษา เบาะนั่งสำหรับผู้โดยสาร ตอนหลังสามารถสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงได้อย่างอิสระผ่าน Bentley Entertainment Tablet – ด้วยหน้าจอขนาด 10.2 นิ้ว ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android พร้อมรับสัญญาณ 4G เชื่อมต่อสัญญาณ WiFi และ Bluetooth อีกทั้งยังสามารถเลือกระบบ เครื่องเสียงที่แตกต่างกันได้ถึง 3 ระบบ ได้แก่: ระบบเครื่องเสียงมาตรฐาน Bentley Standard Audio ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูง Bentley Signature Audio และระบบเครื่องเสียงสุดยอด Naim for Bentley Premium Audio

 

BMW

BMW M850i xDrive Coupe (BMW 8 Series) รถสปอร์ตคูเป้ ยนตรกรรมที่ผสานขุมพลังความสปอร์ต ปราดเปรียว หรูหรา ล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน

BMW 8 Series ถูกออกแบบให้มีรูปทรงลาดต่ำ เน้นย้ำความแข็งแกร่งด้วยเส้นสายโค้งเว้าตั้งแต่ กระโปรงหน้าและตลอดแนวตัวถัง กระจังหน้าคู่ขนาดใหญ่สองข้างเสริมสมรรถนะด้านแอโรไดนามิกของตัวรถ คู่ไปกับสปอยเลอร์หน้าที่ลดแรงยกบริเวณเพลาหน้า มาพร้อมไฟหน้า LED ที่ติดตั้งระบบ BMW Laserlight ที่เล็กและเรียวกว่าในรุ่นอื่นๆ ไฟหลังทั้ง 2 ดวงใช้งานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน สามารถควบคุมไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติด้วย High-beam Assistant

มาพร้อมเสียงเครื่องยนต์รุ่นพัฒนาใหม่ BMW TwinPower Turbo V8 ขุมพลังเบนซิน 8 สูบ ขนาด 4.4 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 390 กิโลวัตต์/530 แรงม้า ที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800-4,600 รอบต่อนาที เร่งความเร็วจากจุดกยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.7 วินาที ที่ความเร็ว สูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โครงสร้างตัวถังและระบบขับเคลื่อนทำจากวัสดุอะลูมิเนียม แมกนีเซียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ที่มีคุณสมบัติความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบาพิเศษ

เพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ด้วยโหมด ADAPTIVE รองรับการตั้งค่าในโหมด COMFORT และ ECO Pro, SPORT และ SPORT+

ตกแต่งภายในด้วยดีไซน์และคัดเลือกวัสดุพรีเมียม ตกแต่งคันเกียร์ด้วยผลึกแก้วพร้อมสัญลักษณ์เลข 8 ปุ่ม iDrive ปุ่มสตาร์ทและปุ่มเครื่องเสียงเสริมบรรยากาศความหรูหรา ตัวถังมาพร้อมกับเบาะหน้า-หลัง ดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ต หุ้มหนังแท้ Merino ตำแหน่งที่นั่งมีระดับต่ำลงซึ่งสามารถให้ความสบายได้โดยไม่มี ที่รองศีรษะ

นอกจากนี้ ยังมีระบบอัจฉริยะต่างๆ อีกมากมาย เช่น ระบบ Parking Assistant Plus ระบบช่วยเบรก อัตโนมัติที่สามารถช่วยตรวจจับรถและคนเดินถนนด้วยความเร็วต่ำ ระบบเตือนเพื่อป้องกันการชน ระบบเตือน เมื่อออกนอกช่องจราจร ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา เป็นต้น ราคาจำหน่าย 12,999,000 บาท

 

CHEVROLET

Chevrolet Colorado Midnight Edition รถรุ่นพิเศษนี้ จะเปิดให้จองในปีนี้เพียง 100 คันเท่านั้น

การออกแบบตกแต่งภายในและภายนอกด้วยสีดำที่ดูลึกลับแบบ Jet Black พร้อมเบาะนั่งหุ้มหนัง สีดำ เพิ่มความหรูหรา และกาบข้างประตูสีดำเงา พร้อมตราสัญลักษณ์ MIDNIGHT ยางออลเทอร์เรน (AT) ทั้งล้อหน้าและหลังขนาด 18 นิ้ว ใหม่, ไฟท้ายแอลอีดี ใหม่,ล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 18 นิ้ว กระจังหน้าสีดำเงา พร้อมตราสัญลักษณ์เชฟโรเลตสีดำ, กระจกมองข้าง มือจับประตู กรอบไฟหน้า สปอร์ตบาร์ ขอบหน้าต่าง กันชนหลังพร้อมมือจับฝาท้ายเและซุ้มล้อ (ทั้งหมดเป็นสีดำ)  และกระจกนิรภัยเพิ่มความเป็นส่วนตัว (Privacy Glass) สำหรับห้องโดยสารตอนหลัง 3 บาน เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร ดังเช่นนิยามของรถกระบะรุ่นพิเศษคันนี้ คือ “พลังแห่งรัตติกาล ที่ท้าทายคุณ”

Chevrolet Colorado Midnight Edition มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 4 สูบ ดีเซล เทอร์โบ 2.5 ลิตร ใช้ระบบเทอร์โบแปรผัน มีพละกำลัง 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิด 440 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที อีกทั้งยังมีอุปกรณ์ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนจากระบบขับเคลื่อน สู่ภายในห้องโดยสาร มีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่น 4X4 วางจำหน่ายในราคา 1,098,000 บาท และรุ่น 4X2 ในราคา 1,028,000 บาท

FOMM

FOMM One รถยนต์นั่งบุคคลขนาดเล็ก ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% ลอยน้ำได้

FOMM One เป็นรถที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด รองรับผู้โดยสารได้ถึง 4 ที่นั่ง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายกับอัตราสิ้นเปลืองเพียง 30 สตางค์ต่อกิโลเมตร ด้วยการชาร์จในระบบไฟฟ้า ภายในบ้านเพียง 6-8 ชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร ถูกออกแบบโดยทีมงานวิศวกรชาวญี่ปุ่น ในประเทศญี่ปุ่น

ผ่านมาตรฐานรถยนต์ขนาดเล็ก L6e จากยุโรป ซึ่งเป็นมาตรานเดียวกันกับที่ใช้ในหมวดรถยนต์ ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่ รู้สึกสบาย คันเร่งติดอยู่บนพวงมาลัย ช่วยลดการผิดพลาดขณะเบรก การออกแบบได้รับแนวคิดจากการ แต่งหน้าสไตล์ Kabuki ซึ่งผสานประโยชน์ใช้สอยเข้ากับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมได้อย่างกลมกลืน

ไฮไลท์คือ FOMM One ได้ติดตั้งระบบป้องกันน้ำเข้ารถและลอยตัวได้เมื่อมีน้ำท่วมกะทันหัน แต่ FOMM One ไม่ใช่ยานสะเทินน้ำสะเทินบก ซึ่งการออกแบบให้สามารถลอยน้ำได้ เพียงเพื่อรับมือกับวิกฤต การณ์ธรรมชาติที่ไม่อาจคาดการณ์ได้เท่านั้น

ราคาจำหน่าย FOMM One เริ่มต้นที่ 599,900 บาท และราคารวมแบตเตอรี่ที่ 664,000 บาท

 

Ford

Ford Mustang รถสปอร์ตระดับตำนาน เจ้าของฉายาม้าป่าสุดคะนอง ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ อันทรงพลัง สมรรถนะการขับขี่อันเหนือชั้น และเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ โดดเด่นที่สุดในเรื่อง ของรูปลักษณ์ ที่จะดึงดูดทุกสายตา

ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวกว่าที่เคย รวมถึงไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Full-LED ฟอร์ด มัสแตง มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตรและเครื่องยนต์ EcoBoost ขนาด 2.3 ลิตร รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด และเทคโนโลยีเหนือระดับอย่างโหมดแอพพลิเคชั่น Track AppsTM ที่ให้ผู้ขับขี่เปิดประสบการณ์การขับขี่แบบในสนามแข่ง พร้อมเทคโนโลยีเหนือระดับอย่างระบบ SYNC 3 บนแผงหน้าปัดแสดงผลดิจิทัล LCD ขนาด 12 นิ้ว

ฟอร์ด มัสแตง รุ่น GT และ EcoBoost มาพร้อมชุดแต่ง Performance Pack ที่ให้เฟืองท้ายแบบ Limited-Slip ให้การขับขี่ในโค้งสนุกสนานขึ้น และล้ออัลลอยสีดำขนาด 19 นิ้วในทั้งสองรุ่น รวมถึงระบบเบรก Brembo ในรุ่น GT และฟีเจอร์เสริมอีกมากมาย ที่เข้ากับเอกลักษณ์ในการขับขี่ที่สนุกสนาน และยังคงตำนาน อันโดดเด่นกว่า 50 ปี ในแบบฉบับของฟอร์ด มัสแตง ได้เป็นอย่างดี ราคา Ford Mustang : 3,599,000 - 4,799,000 บาท

 

Honda

New Honda Civic ที่มีการดีไซน์ภายนอกใหม่เพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวเข้าไป มาพร้อมขุมพลังแห่ง นวัตกรรมทั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC พร้อมด้วย ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้การขับขี่ที่เร้าใจแต่ยังคงไว้ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนตัวตนของคุณให้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยสีใหม่ สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

นอกจากนี้แล้วยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda Sensing) ใน ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ที่ให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง ได้แก่ ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบ ช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบ  แปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning : RDM with LDM) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam) ราคา New Honda Civic : 874,000 - 1,219,000 บาท 

HYUNDAI

HYUNDAI KONA ELECTRIC ยานยนต์ไร้ขีดจำกัด ผสมผสานความแกร่งของรถยนต์อเนกประสงค์ และพลังของระบบขับเคลื่อนทันสมัย

การออกแบบได้รับอิทธิพลเช่นเดียวกับรถยนต์ โคน่า ด้วยแนวคิด “ยานยนต์ที่จะพาคุณไปได้ทุกที่” ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบเปิด เรียบง่ายอย่างมีสไตล์ มาพร้อมไฟคอมโพสิท ที่ช่วยให้การมองเห็น ชัดเจนขึ้น ไฟส่องสว่างเวลากลางวันและไฟหน้า LED ด้านบนมาตรฐานเดียวกับรถยนต์โคน่า ภายในห้อง โดยสารตกแต่งด้วยหลากหลายออปชั่นที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกได้เอง ไม่ว่าจะเป็นภายในสีดำ เทา หรือฟ้าแบบ ทรีโทน วัสดุเบาะทำจากผ้าสลับหนังหรือหนังแท้ทั้งหมด คอนโซนกลาง Bridge-Type สามารถควบคุมการ เปลี่ยนโหมดเพียงปลายนิ้ว

HYUNDAI KONA ELECTRIC ใช้แบตเตอร์รี่ซึ่งให้พลังงานยาว 64 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขับขี่ระยะทาง มากที่สุดถึง 482 กิโลเมตร ให้พละกำลัง 204 แรงม้าต่อ 150 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 395 นิวตันเมตร อัตราเร่ง จาก 0-100 ใช้เวลาเพียง 7.6 วินาที

 

Lamborghini

Lamborghini Urus ซูเปอร์เอสยูวีคันแรกของโลกที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอของแบรนด์ Lamborghini มาอย่างเต็มเปี่ยม โดยรถซูเปอร์เอสยูวี 5 ที่นั่งนี้มาพร้อมกับความหรูหราและทรงพลังที่สุดในรถเอสยูวีระดับ เดียวกันและยังให้ประสบการณ์การขับขี่ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร การออกแบบรูปทรงและเส้นสายของตัวรถ ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นลัมโบร์กินีอย่างแท้จริง ทั้งรูปทรงด้านหน้าที่ดูปราดเปรียว ลาดลง และช่องรับอากาศ ด้านหน้าที่เป็นรูปตัว Y เข้ากันกับไฟหน้าแบบ LED ที่ดูเพรียวบาง โฉบเฉี่ยวไปกับประตูแบบไร้ขอบ ห้องโดยสาร ภายในสปอร์ตหรู สะท้อนเอกลักษณ์ลัมโบร์กินีด้วยดีไซน์ทรงหกเหลี่ยมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นช่องระบายอากาศ ที่จับประตู และที่วางแก้ว นอกจากนี้อูรุสยังขับเคลื่อนด้วยสุดยอดเทค โนโลยีแห่งการขับขี่และความสะดวก สบาย เช่น พวงมาลัยสามก้านพร้อมระบบลดการสั่นสะเทือน และระบบมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัยที่ช่วยควบคุม ระบบอินโฟเทนเมนต์เฉพาะของลัมโบร์กินี (Lamborghini Infotainment System-LIS)

Lamborghini  Urus ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ทวิน-เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 650 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตรที่ 2,250 รอบ/นาที ทำความเร็วได้ดีที่สุด ด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชั่วโมงในเวลา 3.6 วินาที อัตราเร่งจาก 0-200 กม./ ชั่วโมงในเวลา 12.8 วินาที และทำความเร็วได้สูงสุด 305 กม./ชั่วโมง ราคา Lamborghini Urus : เริ่มต้น 23.42 ล้านบาท 

Land Rover

New Range Rover Sport รถยนต์ SUV ที่มาพร้อมการออกแบบภายในที่หรูหราสะดวกสบาย ครบครันด้วยเทคโนโลยียานยนต์อันทันสมัยใหม่ ภายนอกด้วยมุมมองด้านหน้าสะดุดตา กระจังหน้าที่กลมกลืน กับฝากระโปรงทรงเปลือกหอยที่เป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงการออกแบบหลังคาลอย Floating Roof ลักษณะ เหมือนหลังคาแยกออกจากเสาหลักของรถเมื่อมองจากด้านข้าง ตลอดจนเส้นสาย Rising Beltline แนวเส้นขอบ กระจกของตัวรถกับตัวถังของรถที่เพิ่มสูงขึ้น คงลักษณะความเป็นรถยนต์ในตระกูลเรนจ์ โรเวอร์

New Range Rover Sport ใช้เครื่องยนต์ P400e ระบบไฟฟ้าปลั๊กอิน-ไฮบริด (Plug-In Hybrid Electric Vehicle :PHEV) ตัวแรกจากแลนด์โรเวอร์ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการขับเคลื่อนแบบไร้มลพิษ เมื่อขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าทั้งหมดในระยะ 51 กิโลเมตร

P400e ของ เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต ใหม่ ได้รับการพัฒนาจากการผสานเครื่องยนต์เบนซิน Ingenium 4 กระบอกสูบ 300PS กับมอเตอร์ไฟฟ้า 116PS เทคโนโลยีในการดัดแปลงนี้ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียม ไอออน ขนาด 13.1 กิโลวัตต์ชั่วโมงที่ให้กำลังไฟ 404PS ในระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อ (4WD) ซึ่งให้ผลลัพธ์ทรง ประสิทธิภาพที่น่าทึ่ง โดยสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 6.7 วินาที แรงบิด สูงสุดอยู่ที่ 640 นิวตันเมตร มีอัตราปล่อยก๊าซ CO2 อยู่ที่ 64 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลือง พลังงานเชื้อเพลิงอยู่ที่ 2.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ราคา Land Rover Discovery Sport : 3.499 ล้าน - 8.999 ล้านบาท

 

LEXUS

LEXUS RC รุ่นปรับโฉม คือ รถสปอร์ตคูเป้ที่ได้รับ แรงบันดาลใจในการพัฒนาจากรถสปอร์ตรุ่นเรือธง อย่าง LC ทำให้ RC รุ่นปรับโฉม มีความโดดเด่นรอบด้านไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่สง่างาม ด้วยการออกแบบกันชน หน้าและ คิ้วประตูหลังแบบรมดำเพิ่มอารมณ์สปอร์ต กระจกมองข้างดีไซนใหม่ เพิ่มทัศนวิศัยในการขับขี่ และล้อแม็กดีไซน์ใหม่ขนาด 18 นิ้ว มาพร้อมกับชุดไฟหน้าแบบ Ultra Compact 3-eye LED ผสานกับไฟ Day Time Running Light และไฟท้ายดีไซน์ใหม่รูปทรงตัว L สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัสได้อย่างชัดเจน ภายในสะท้อนหลักปรัชญาของเลกซัสที่ให้ความสำคัญ ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุจนถึงการ ออกแบบที่มอบสัมผัสอันหรูหราให้กับตัวรถ โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผล Electric Multi Vision (EMV) ขนาด 10.3 นิ้ว ที่มาพร้อมกับนาฬิกาบอกเวลาแบบจีพีเอส และเพลิดเพลินตลอดการเดินทางด้วยชุดเครื่องเสียงจาก Mark Levinson Surround Sound System 17 ลำโพง ราคา RC 300 รุ่น F-Sport 5,665,000 บาท

 

MASERATI

MASERATI Ghibil S GranSport ถูกยกย่องว่าเป็น “พรีเมียม ซาลูน” ด้วยตัวถังที่ผ่านการออกแบบ โดยเน้นเส้นสายที่ชัดเจน ตามแบบฉบับรถสปอร์ตอิตาเลียน เด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมแนวตั้ง สอดรับกับ สัญลักษณ์ตรีศูลอันเป็นเอกลักษณ์ของมาเซราติ

ขุมพลังเบนซิน วี 6 สูบ เทอร์โบคู่ 430 แรงม้า ที่ 5,750 รอบต่อนาที แรงบิด 580 นิวตันเมตร ที่ 2,250-4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 4.9 วินาที

ด้านในห้องโดยสารแบบ Seamless Cabin Concept ที่ออกแบบให้ดูสมมาตร กว้างขวางผสานเบาะหนังทรง สปอร์ตจากอิตาลี หรูหราสไตล์อิตาเลียน ตอบโจทย์ทุกฟังชั่นก์การใช้งานด้วยระบบอินโฟเทนเม้นต์รุ่นล่าสุด รองรับ Apple Carplay แลพ Android Auto ควบคุมผ่าน Rotary Controller ติดตั้งทัชสกรีน 8.4 นิ้ว รองรับการ สั่งงานด้วยเสียง พร้อมด้วยชุดเครื่องเสียง HARMAN KARDON

ระบบไฟ ไฟหน้า Adaptive Matrix LED ให้แสงธรรมชาติไกลถึง 195 เมตร พร้อมด้วยเทคโนโลยี ความปลอดภัยหลากหลาย เช่น  Adaptive Cruise Control แปรผันความเร็วอัตโนมัติ, Forward Collision Warning ระบบเตือนเมื่อเข้าใกล้คันหน้ามากเกินไป, Blind Stop Alert เตือนรถในมุมอับสายตา และกล้อง แสดงภาพรอบทิศทาง ราคาจำหน่าย 7,390,000-9,990,000 บาท

 

Mazda

MAZDA VISION COUPE รถต้นแบบจากประเทศญี่ปุ่น ที่นำเสนอปรัชญาการออกแบบรถยนต์ ในเจนเนอเรชั่นใหม่ จากการจัดงาน MAZDA ASEAN DESIGN FORUM 2018 ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติ เป็นศูนย์กลางในการจัดงานสำคัญระดับโลกเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ธีม CAR AS ART เพื่อถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ เจนเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งถือเป็นการเตรียมพร้อมในการก้าวสู่ รถยนต์รุ่นใหม่ในเจนเนอเรชั่นที่ 7 ของมาสด้า โดยเฉพาะรูปลักษณ์การออกแบบที่ สะท้อนให้เห็นถึงสุนทรีย ศาสตร์แบบญี่ปุ่น ที่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรูดูสง่างาม ในสไตล์ MAZDA ELEGANCE ที่สะท้อนผ่าน คาแร็กเตอร์ของรถต้นแบบ

การออกแบบใหม่ของมาสด้าสำหรับรถยนต์ในเจนเนอเรชั่นใหม่ หรือ 7th Generation ผนวกเข้ากับ สุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น

 

McLaren

McLaren 600 LT ถือเป็นรถยนต์รุ่นที่ 4 แห่งตระกูล LT (Longtail) ในกลุ่มสปอร์ตซีรีส์ (Sport Series) มุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพสูงสุด และทรงพลังสูงสุดในกลุ่มเดียวกัน พัฒนาจากวิศกรรมยานยนต์ชั้นเลิศของสาย พันธุ์รถแข่ง GT ขนานแท้ เพิ่มความแรงและน้ำหนักเบา พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิก ด้วยเครื่องยนต์ V8 ความจุ 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ ส่งมอบขุมพลัง 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร สามารถ ทำความเร็ว0-100 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที, 0-200 กม./ชม. ใน 8.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 328 กม./ชม. (204 ไมล์/ชม.)

ความแรงและเร็วเปรียบดั่งกระสุนเงิน ยกระดับตำนานตระกูล LT คลาสสิก ให้ก้าวล้ำสู่อนาคต ด้วยความเบาจากโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ รับประกันความรู้สึกร่วมของผู้ขับที่จะสัมผัส ได้ถึงการตอบสนองที่ รวดเร็วและชาญฉลาดยิ่งขึ้น เพื่อการขับบนท้องถนนที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังคงคาแร็กเตอร์เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น 570เอส คูเป้ รถแมคลาเรน 600 แอลที  มีน้ำหนักที่เบากว่าถึง 96.4 กิโลกรัม ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์  และการใช้แชสซีส์ MonoCell II คาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนัก เบาลงถึง 75 กิโลกรัม พร้อมล้ออัลลอยที่ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาพิเศษ พัฒนาระบบกันสั่นสะเทือน เพิ่ม ประสิทธิภาพ Front Track รวมถึงการปรับการตกแต่งภายในที่คำนึงถึงการใช้ประโยชน์สูงสุด พร้อมพุ่งทะยาน สู่ท้องถนนด้วยศักยภาพที่เหนือชั้นเต็มรูปแบบ ราคา McLaren 600 LT : 24.7 ล้านบาท

 

Mercedes-Benz

Mercedes-Benz Concept EQA รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบที่จะถูกนำมาใช้ในรถยนต์กลุ่มคอมแพค ในอนาคตอันใกล้นี้

การดีไซน์รถยนต์ไฟฟ้า Mercedes-Benz Concept EQA รุ่นนี้เป็นผลจากการนำปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity มาตีความใหม่ โดยลดองค์ประกอบที่เป็นสัน และเส้นออกไป เพื่อเผยสัดส่วนที่น่าตื่นตา รวมถึง พื้นผิวที่ราบลื่นไร้รอยต่อ เมื่อผสานกับกราฟิกเร้าอารมณ์ที่เกิดจากการใช้แผงด้านหลังแบบไฮเทคสีดำ ซึ่ง รถยนต์คันนี้ได้เพิ่มความสวยงามภายนอก ด้วยเทคโนโลยีไฟส่องสว่างที่โดดเด่นด้วยเลเซอร์ ไฟเบอร์ โดยที่ ตัวกลางซึ่งถูกกระตุ้นด้วยแสงเลเซอร์ได้ถูกฝังไว้ในแกนกลางของเคเบิ้ลใยแก้วไฟรูปทรงขดเกลียวเล็กๆ สวยสะดุดตาช่วยเน้นย้ำแนวคิดของรถยนต์ไฟฟ้า

รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ Concept EQA สามารถวิ่งได้เป็นระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร ทั้งนี้ขึ้น อยู่กับความจุของแบตเตอรี่ที่ติดตั้งเอาไว้ด้วย ซึ่งแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูงนี้ เป็นแบบเซลล์ กระเป๋า (Pouch Cell) ที่ผลิตขึ้นโดยบริษัทย่อยของเดมเลอร์ คือ บริษัท ดอยท์ช แอคคิวโมทิฟ ซึ่งผลจาก การออกแบบในแบบโมดูลาร์ ทำให้ระบบแบตเตอรี่ชนิดนี้มีความจุรวมเฉพาะรุ่นมากกว่า 60 kWh

MG

MG E-Motion Concept ยนตกรรมแห่งอนาคต รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบที่ผสานนวัตกรรมด้านการ ออกแบบ เทคโนโลยีที่ทันสมัยของ SAIC และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเข้าไว้ด้วยกัน

การดีไซน์รถยนต์ไฟฟ้า  MG E-Motion Concept เป็นรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู เส้นสายตามฉบับอังกฤษ ในสไตล์ Sport Back ไฟหน้าเรียว กระจังหน้าขนาดใหญ่ซึ่งเป็นดีไซน์ใหม่ของเอ็มจี เพิ่มความหรูหราด้วยการ ตกแต่งด้านข้าง ขอบหน้าต่าง ประตู ด้วยโครเมียม ทำให้มีมิติตัวถังที่โฉบเฉี่ยวและสง่างาม ตำแหน่งด้านหลัง เสาหลังคาหน้าไปจนถึงท้ายรถมีความลาดเอียง ดูปราดเปรียวแบบรถคลาสสิก มาพร้อมกับเทคโนโลยี ขับเคลื่อนระบบไฟฟ้า และเปิดทุกการเชื่อมต่อสู่โลกภายนอกห้องโดยสารผ่านอินเตอร์เน็ต สำหรับขุมพลัง ยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน แต่จากข้อมูลวันเปิดตัวระบุว่า MG E-Motion Concept สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 4 วินาที สามารถขับเคลื่อนเป็นระยะทางได้ไกลกว่า 500 กิโลเมตร ต่อการ ชาร์จหนึ่งครั้ง

 

MINI

Mini Hatch Oxford Edition 3 ประตู และ 5 ประตู เป็นมินิรุ่นพิเศษที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เพียง 60 คันเท่านั้น

Mini Hatch Oxford Edition มาพร้อมเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากรุ่นปกติ ไม่ว่าจะเป็นตัวถังสีแดง Pure Burgundy ตัดด้วยหลังคาสีดำและกระจกมองข้างสี Melting Silver มีลูกเล่นรอบคันด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ เช่น ล้ออัลลอยลายขนาด 17 นิ้ว สีดำลาย Cosmos Spoke สติ๊กเกอร์ลายทางคู่อันเป็นเอกลักษณ์ที่บริเวณด้าน หน้ารถ ด้านหลังรถ และมือจับประตู ฝาปิดถังน้ำมัน กรอบไฟหน้าหลังสี Piano Black ทำให้ตัวรถโดยรวม มีความสปอร์ตเร้าใจในสไตล์มินิ ขณะที่ไฟท้ายยังโดดเด่นด้วยรูปทรงและเส้นไฟ LED ลายธงยูเนียนแจ็ค สะท้อนความเป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษอย่างแท้จริง

นับเป็นครั้งแรกของมินิในการนำเทคโนโลยี 3D Printing หรือการพิมพ์แบบสามมิติ มาใช้เสริมสร้าง รถยนต์รุ่นนี้ให้มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น โดยบริเวณแถบด้านข้างประทับชื่อรุ่น ‘OXFORD’ ไว้อย่างเด่นชัด ภายใน ของตัวรถตอกย้ำคาแร็กเตอร์สไตล์อังกฤษด้วยไฟเรืองแสงลายธงยูเนียนแจ็คบริเวณคอนโซลด้านหน้าเบาะนั่ง และพวงมาลัย

Mini Hatch Oxford Edition มาพร้อมกับขุมพลังเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบส่งกำลังด้วยคันเกียร์ที่เป็นระบบไฟฟ้า เกียร์อัตโนมัติ Steptronic 7 สปีด คลัตช์คู่ (Double Clutch Transmission) มีอัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่มากขึ้นกว่าเดิม และระบบช่วงล่างแบบ Adaptive รองรับแรงกระแทกและเพิ่มความนุ่มนวล

นอกจากนี้ Mini Hatch Oxford Edition ยังมาพร้อมกับระบบแสดงผลด้วยจอระบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว ที่อยู่บริเวณกลางแผงคอนโซลรถ พร้อมระบบนำทางเชื่อมต่อกับกล้องมองหลัง และรองรับเทคโนโลยี MINI Connected ที่จะเชื่อมต่อฟังก์ชั่นต่างๆ บนรถยนต์กับสมาร์ทโฟนได้อย่างไร้รอยต่อ ราคาจำหน่าย: มินิ แฮทช์ 3 ประตู คูเปอร์ เอส 2,819,999 บาท, มินิ แฮตช์ 5 ประตู คูเปอร์ เอส 2,859,999 บาท

 

Nissan

Nissan Leaf รถยนต์ไฟฟ้าที่ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีพลังการขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Power) เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) และเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Integration) โดยให้ระยะการขับขี่ 311 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการวัดค่าไอเสียและอัตราสิ้นเปลืองในการ ขับขี่ของยุโรป NEDC และเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่ารุ่นก่อนถึง 60% ต่อการชาร์จ

ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e-powertrain) ใหม่ของนิสสัน ลีฟ ใหม่ ให้อัตราเร่งที่ดีขึ้น ด้วยกำลัง เครื่องยนต์สูงสุด 110 กิโลวัตต์และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 0 ถึง 100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที

อีกหนึ่งเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะที่โดดเด่นของนิสสัน ลีฟ ใหม่ คือ e-Pedal ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่เริ่มขับขี่ เร่ง ความเร็ว ลดความเร็ว และหยุดรถด้วยการใช้คันเร่งเพียงอย่างเดียว โดยการเหยียบหรือผ่อนคันเร่ง เมื่อปล่อย คันเร่งทั้งหมดรถจะชะลอและหยุดโดยอัตโนมัติ นำรถไปสู่การหยุดอย่างสมบูรณ์ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สามารถ เปลี่ยนแปลงวิถีผู้ขับขี่ได้ตลอดไปถึง 90% ของการขับขี่โดยใช้เพียงคันเร่งเดียวเท่านั้น

อีกนวัตกรรมใหม่ที่น่าสนใจที่พบได้ในลีฟ ใหม่ คือ นิสสัน เซฟตี้ ชิลด์ (Nissan Safety Shield) ซึ่งประกอบด้วยชุดเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูง ได้แก่ เทคโนโลยีช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ ด้านหน้าขณะขับขี่ (Forward Collision Warning) เทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Forward Emergency Braking) เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor) พร้อมด้วย เทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (Moving Object Detection) และเทคโนโลยีช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้า ขณะขับขี่ (Driver Alert Assist) ราคา Nissan Leaf : 1,990,000 บาท 

Porsche

Porsche New Macan ยนตรกรรมสปอร์ต SUV ขนาดคอมแพครุ่นล่าสุดนี้ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ ขนาดความจุกระบอกสูบ 2.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 252 แรงม้า อัตราการบริโภคน้ำมัน เชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 12.3 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมทั้งอุปกรณ์มาตรฐานที่ได้รับการเพิ่มเติมได้แก่ ไฟหน้า LED ระบบความบันเทิงและการติดต่อสื่อสาร Porsche Communication Management รุ่นล่าสุดพร้อมหน้าจอ สัมผัสขนาด 10.9 นิ้ว ระบบเซ็นเซอร์หน้า-หลังพร้อมกล้องช่วยเหลือในการถอย จอด เบาะนั่งแบบ Comfort ปรับได้ 14 ทิศทางที่สามารถจดจำการตั้งค่าที่นั่งได้ ระบบช่วยเหลือ การเปลี่ยนเลนหรือเปลี่ยนช่องทางการขับขี่ ระบบปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารแยกระหว่างตำแหน่งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

Macan Premium Package ซึ่งถือเป็นความพิเศษของการฉลองครบรอบ 25 ปีนี้ ประกอบด้วย ระบบเครื่องเสียง BOSE(R) Surround Sound System ระบบสั่งการด้วยเสียง Apple(R) CarPlay, ระบบ Ambient Lighting ในห้องโดยสารม่านบังแสงอัตโนมัติ (Mechanical Sunblinds) และกระจกปรับแสง อัตโนมัติ (Auto Dimming Mirrors)

New Macan ใช้ระบบขับเคลื่อน All-Wheel Drive และระบบ Porsche Traction Management (PTM) อย่างเต็มสมรรถนะ ล้อรถได้ถูกพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้เสถียรภาพการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นด้วยขนาดที่หลาก หลายตั้งแต่ขนาดมาตรฐาน18 นิ้ว ไปจนถึงขนาด 22 นิ้ว ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่สามารถเลือกปรับเปลี่ยน เพิ่มเติมได้ ราคา Porsche New Macan : เริ่มต้น4.8 ล้านบาท

 

Rolls-Royce

Rolls-Royce Cullinan เป็นเอสยูวีรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของผู้ผลิตยนตรกรรมสุดหรูจากอังกฤษ โดยชื่อ Cullina เป็นชื่อของเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบบนโลก และได้ถูกประดับอยู่บนมงกุฎของราชินี แห่งสหราชอาณาจักร

การผสมผสานระหว่างตัวถังที่ผ่านการออกแบบภายใต้แนวคิด “Architecture of Luxury” เครื่องยนต์ เบนซินเทอร์โบพลังแรง ห้องโดยสารสุดหรูที่มีโปรแกรม Bespoke ที่สามารถรังสรรค์การตกแต่งให้เหมาะกับ ผู้ครอบครอง และช่วงล่างอันนุ่มสบายในทุกสภาพถนน ราวกับอยู่บนพรมวิเศษออฟ-รด (Magic Carpet Ride Off-Road) ล้วนส่งผลให้ “คัลลิแนน” เป็นเอสยูวีที่มีสมรรถนะดีและหรูหราที่สุดในโลก

Rolls-Royce Cullinan มีความโดดเด่น หรูหรา และสง่างามทั้งภายในและภายนอกตัวรถ ไม่ว่าจะเป็น ไฟรถและกระจังหน้าที่ถูกจัดวางไว้อย่างกลมกลืน มีความแข็งแกร่งทนทาน ภายในห้องโดยสารของ Rolls-Royce Cullinan มาแบบ 4 ที่นั่ง แผงคอนโซลหน้ารถที่ถูกตกแต่งด้วยหนัง Box Grain สีดำที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นวัสดุหนังที่ทนทานและกันน้ำแบบเดียวกับหนังที่ถูกใช้ในการทำกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าถือแบรนด์ ไฮเอนของอิตาลี เบาะนั่งยาวแบบเลานจ์ด้านหลัง ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยมากกว่าด้วยพื้นที่สำหรับผู้โดยสาร 3 คน ด้านหลังตัวเลือกนี้จึงเหมาะกับครอบครัวชาวไทยนอกจากนั้นเบาะหลังยังสามารถพับด้วยไฟฟ้าได้ทั้งหมด เพื่อ เพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระหรือพับลงแบบ2/3 หรือ1/3 ตามความต้องการและความเหมาะสมในการใช้งาน แม้จะมีสัมภาระผู้โดยสารด้านหลังยังคงสามารถเดินทางได้อย่างสบาย หรือจะใช้พื้นที่ด้านหลังเบาะเป็นโต๊ะ ชั่วคราวในการวางข้าวของมีค่าส่วนตัวก็ได้

 

Subaru

The All-New Forester 2019 รถ SUV รุ่นล่าสุดที่ยังคงความสามารถในการขับขี่และเทคโนโลยี อันยอดเยี่ยม ด้วยระบบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) ส่งพลังขับ เคลื่อนสู่ล้อทั้งสี่แบบตลอดเวลา ช่วยให้รถเกาะถนน และช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยสูงสุด มาพร้อมเครื่องยนต์ Boxer แบบไดเร็กต์อินเจ็กชั่น ขนาด 2.0 ลิตร ระบบเกียร์ CVT 7 สปีด และโครงสร้างรถ ที่ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยและราบรื่นยิ่งขึ้น ลดแรงสั่นสะเทือน การแกว่งของตัวรถ และเสียงรบกวน

New Forester นี้ยังมีฟังก์ชั่น X-MODE ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย มีระบบกระจายแรงบิด (Active Torque Vectoring) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมยานพาหนะได้อย่างมั่นใจ เมื่อเข้าโค้ง มีระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง (Auto Vehicle Hold)

 

Suzuki

Suzuki เน้นจุดเด่นกับแฮตช์แบ็คคันเก่งของค่าย กับ Swift รุ่นใหม่ล่าสุด เปิดตัวไปในช่วงปีที่ผ่านมา เสริมสีสันด้วยรถตกแต่งตัวถังหลากหลายรูปแบบที่ชนะการประกวด มาดูสเปกเพิ่มเติมกัน

Suzuki Swift ก้าวเข้าสู่มาตรฐาน อีโคคาร์ เฟส 2 เครื่องยนต์รหัส K12M มีขนาด 1,197 ซีซี แต่มีฝาสูบ ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ฉีดเชื้อเพลิงด้วยระบบ Dualjet มี 2 หัวฉีดต่อลูกสูบ กระบอกสูบxช่วงชัก 73.0×71.5 มม. อัตรา ส่วนกำลังอัด 11.5:1 ผลลัพธ์ คือ กำลังสูงสุด 83 แรงม้า 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 11.0 กก.-ม. ที่ 4,400 รตน.

Suzuki Swift ใหม่ มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย แผงคอนโซลกลางด้านหน้าเอียง เข้าหาคนขับ เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น มาตรวัดทรงกลมสไตล์สปอร์ทที่ตกแต่งด้วยลายเส้นสีแดง จอแสดงข้อมูลขับขี่แบบ LCD มาพร้อมกับจอสัมผัส Suzuki Smart Connect ขนาด 7 นิ้ว ที่ควบรวมระบบ นำทาง กับฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth พร้อมโปรแกรมสุดล้ำ Apple CarPlay สำหรับ iOS ในรุ่น GLX-NAVI รวมถึงพวงมาลัยที่ออกแบบใหม่เป็นรูปตัว D เพื่อเพิ่มพื้นที่วางเท้าระหว่างเบาะ และ พวงมาลัย

Suzuki ได้นำแพลตฟอร์มใหม่ Heartect มาใช้กับ Suzuki Swift มีน้ำหนักน้อยลง แต่คงความ แข็งแกร่ง และช่วยประหยัดน้ำมัน รวมถึงโครงสร้างตัวถังแบบ Tect พร้อมระบบกันการสั่นสะเทือน ระบบเบรก แบบจาน 4 ล้อ (ในรุ่น GLX และ GLX-NAVI) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS ช่วยในการควบคุมรถขณะขับขี่ บนถนน ลื่นหรือในทางโค้ง และที่เป็นจุดเด่นใน Suzuki Swift ใหม่ ก็คือ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ในกรณีล้อหน้าลื่นเลี้ยวไม่เข้า Understeer ระบบจะช่วยเบรกหรือเพิ่มแรงเบรกล้อหลังด้านใน เพื่อดึงให้รถ ยังอยู่ในการควบคุม และในกรณีล้อหลังลื่นท้ายปัดออกไป Oversteer ระบบจะช่วยเบรกหรือเพิ่มแรงเบรก ล้อหลังด้านนอก เพื่อรักษาการทรงตัว เป็นระบบมาตรฐานในทุกรุ่น ราคา Suzuki Swift : 499,000 - 629,000 บาท

 

TOYOTA

The All-New CAMRY รถยนต์ซีดานขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุด ดีไซน์สปอร์ต หรูหรา เด่นชัดด้วย เส้นสายรอบคัน ภายในกว้างขวางทันสมัย รายละเอียดการตกแต่งจากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA เครื่องยนต์ Dynamic Force เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด จอแสดงข้อมูลบนกระจกหน้าแพดเดิล ชิฟต์หลังพวงมาลัย ขุมกำลังไฮบริด เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง 2.5 ลิตร 178 แรงม้า กับมอเตอร์ไฟฟ้า 119.6 แรงม้า (88 กิโลวัตต์) ครบครันด้วยอุปกรณ์ตกแต่งและอำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ของรถโตโยต้า ให้ความมั่นใจในทุกการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมปรับลดความเร็วอัตโนมัติ ระบบเบรก อัตโนมัติ และ 2.5 ลิตร 209 แรงม้า กับ 2.0 ลิตร 167 แรงม้า ราคา The All-New CAMRY : 1,445,000-1,799,000

 

Volvo

Volvo XC40 คอมแพคเอสยูวีใหม่ที่สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม CMA หรือ Compact Modular Architecture ซึ่งพัฒนาโดยวอลโว่ ทำให้นักออกแบบสามารถผสานองค์ประกอบสไตล์สแกนดิเนเวียนที่ หลากหลายได้อย่างลงตัว นำเสนอห้องโดยสารที่เรียบหรูเป็นระเบียบสวยงาม พร้อมการใช้วัสดุตกแต่ง คุณภาพสูงที่เน้นความหรูหรามีระดับความปลอดภัย และประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียมในหนึ่งเดียว

Volvo XC40 ยังมีรุ่นสปอร์ต T5 R Design ซึ่งนับเป็นรถยนต์ที่นำเสนอการตกแต่งแบบ R Design รุ่นแรกใน เมืองไทย โดยมอบกำลังเครื่องถึง 252 แรงม้า สำหรับคนที่ชื่นชอบความเร็ว ราคา Volvo XC40 : 2.09 - 2.39 ล้านบาท

 

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn