3,432
VIEWS

แกะสูตรสำเร็จการผลิตคอนเทนต์ละครช่องวัน 31 ความลงตัวของ On Air และ Online

Dec 03, 2018 S.Worapol

ดูเหมือนว่าสนามการแข่งขันของทีวีที่เริ่มจะมีความชัดเจนของผู้เล่นในแง่ของ Positioning ว่าช่องไหนเด่นเรื่องอะไร แต่เมื่อมีความชัดเจนสิ่งท้าทายเรื่องใหม่ก็เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน คือคู่แข่งนอกสนาม

ทำไมถึงบอกว่านอกสนาม ก็เพราะว่าคนดูมีสิทธิ์ที่จะเลือกได้ว่าจะดูอะไร ผ่านช่องทางไหน ผ่านอุปกรณ์ไหนอย่างอิสระ ทำให้ทีวีที่เคยเป็นช่องทางหลักในการรับชมสื่อและความบันเทิงไม่ใช่ช่องทางหลักอีกต่อไป นั่นจึงเรียกได้ว่าเป็นคู่แข่ง นอกสนามได้อย่างแท้จริง

เดียว วรตั้งตระกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ช่องวัน 31 อธิบายว่า "วันนี้คอนเทนต์ต่างๆ กลายเป็นเครื่องมือที่สามารถ ลิงค์ผ่านจอใน Platform ไหนก็ได้ เราสามารถดูหนังเรื่อง A ผ่านการสมัครอันนี้อันนั้นเพื่อดูผ่านบนจอใหญ่ ตรงนี้เป็นข้อได้ เปรียบ ส่วนข้อเสียเปรียบเป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจต้องเข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้อย่างชัดเจน

วันนี้เราก็มีคำถามว่ามีการประมูล Digital TV มาในราคาเป็นพันล้านบาท ในขณะเดียวกัน คู่แข่งเราก็สามารถที่จะทำ Online Content อะไรก็ได้ ไม่มีการควบคุมด้วย แต่เราก็อยู่ในกรอบเป็นเด็กดีแล้วเราก็ถูกควบคุมทุกอย่าง บางทีการแข่งขันถ้าอยู่ในสนาม และกติกาเดียวกันเราจะไม่กลัวเลย"

แต่ถึงอย่างไรก็ตามทุกอย่างก็ต้องเดินหน้าต่อไป การแข่งขันก็คือการแข่งขัน การปรับตัวเท่านั้นที่จะทำให้สามารถยืนหยัด เเข่งขันอยู่ได้

สำหรับคอนเทนต์ชิ้นนี้มีความน่าสนใจอยู่ที่วิธีคิดและวิธีการทำงานของช่องวัน 31 ต่อการผลิตคอนเทนต์ละคร เพื่อต่อสู้ และเเย่งชิงผู้ชม

สำหรับปีนี้ก็ต้องยอมรับว่า ช่องวัน 31 เป็นอีกหนึ่งช่องที่พิสูจน์และสร้างปรากฏการณ์หลายครั้งบนหน้าจอทีวีในการ กระชากใจให้คนดูกลับมาดูที่หน้าจอทีวีได้สำเร็จ

อย่างกรณีศึกษาของละครเรื่อง ล่า ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งช่องทาง On Air และ Online

สำหรับละครเรื่อง “ล่า” เดียว อธิบายว่า ในแง่ของการแย่งชิงคนดูในช่วงเริ่มต้น คนดูจะมีช่องทางในแง่ของ On Demand คือ อยากดูย้อนหลัง อยากดูเมื่อไรก็ได้ แต่สุดท้ายถ้าหากว่า Content ดีจริง เป็นจริตของเขา เป็นสิ่งที่เขายอมรับโดยหัวใจแล้วว่ามันใช่ มันจะพาไปจุดจุดหนึ่งที่ Online กับ On Air มาเจอกัน แล้วจะทำให้ Online เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ดีมาก ในการส่งเสริมให้ คนกลับมาดู On Air เพราะว่าคนไม่อยากถูกสปอย คนอยากจะดูพร้อมกันแบบ Real Time ในการรับชมช่วงนั้น

ทำให้เห็นว่าช่วงแรก "ล่า" อาจจะมีเรตติ้งที่ไม่หวือหวามากนัก แต่กระแสพูดถึงใน Online เยอะมาก ถือเป็น Marketing Tool ที่มาส่งเสริม ที่เมื่อคนพูดถึงเรื่อยๆ ทำให้คนที่ไม่เคยดูก็จะเฮ้ย! เกิดอะไรขึ้น ไหนลองเข้าไปดู พอดูก็เฮ้ย...ใช่ชอบ

พอชอบก็ดูต่อและถึงจุดที่ไม่รอให้คนอื่นสปอยละ ขอกลับมาดูที่หน้าจอทีวี เมื่อถึงจุดนั้นเส้นบนกราฟก็จะมาตัดกัน เรตติ้ง ของล่าบนจอทีวีเริ่มไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ และพอมาตัดกันทำให้หลังจากนั้นเรตติ้งของหน้าจอมันพีคมากกว่าออนไลน์ แต่ก็ยังคู่ขนานกันไปเรื่อยๆ

"สิ่งที่เราศึกษาจากตรงนั้นก็จะเห็นว่า ถ้าหาก Content ของเราใช่ สามารถตอบพฤติกรรม ตอบรสนิยมได้ ก็สามารถสร้าง กลยุทธ์ในการ Cross Platform ให้ไปด้วยกันได้ มันก็กลายเป็นเครื่องมือซึ่งกันและกัน"

ส่วนเมีย 2018 ที่อาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จบนทีวีในช่วงแรก แต่ช่วงปลายและท้ายสามารถโกยเรตติ้งให้กับช่องได้มิน้อย

เมีย 2018 มีเนื้อหาที่ดัดแปลงมาจากซีรีส์เรื่อง The Fierce Wife ของไต้หวัน มีเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัว การใช้ชีวิตของคู่รัก ซึ่งเนื้อหา ที่ถูกนำเสนอออกมานั้นมีความแตกต่างจากละครตบตี แย่งชิง พระเอก นางเอกทั่วไป คือ ความเข้มแข็งของผู้หญิง ซึ่งตัวละคร หลักอย่าง อรุณา ค่อยๆ ถ่ายทอดความรู้สึกของผู้ถูกกระทำออกมาทีละนิด โดยแต่ละตอนก็จะมี Key Message ที่ผู้หญิงอยากพูด และอรุณา ก็ได้พูด จนสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว

ความเข้าใจในบริบทของสังคมแล้วนำเสนอออกมาแบบตรงๆ ไม่ได้มีการประดิษฐ์ให้ผิดธรรมชาติ เมื่อกระเเสเริ่มจุดติด เริ่มเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย หลังจากนั้นไม่นานก็มีการพูดถึง บอกต่อ จน เมีย 2018 กลายเป็นอีกหนึ่งวาระแห่งชาติในที่สุด

แต่ละครสมัยนี้ใช่ว่าเนื้อหาดีอย่างเดียวแล้วจะทำให้เปรี้ยงได้ตลอด ถ้าเรามองเข้าไปในมุมของวิธีคิดการนำเสนอละครเรื่อง หนึ่งนั้น การสื่อสารก็สำคัญไม่แพ้กัน ช่อง ONE 31 ก็ได้วางแผนในการสร้างกระเเสของละครแบบผสมผสานเครื่องมือทั้ง ออนไลน์คือการสร้าง Event ให้คนมีส่วนร่วมกับการถ่ายทำอย่างในตอนจบที่มีการจัดกิจกรรม ร่วมกับแฟนละครที่บริเวณ หอศิลปะวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

หรือแม้แต่ฉากที่มีการไปดูละครเวทีแฟนจ๋า The Musical ที่ไม่เพียงแค่เมีย 2018 แต่ยังเชื่อมโยงกับละครเรื่องอื่นๆ นับว่าเป็น อีกขั้นของการสร้าง Storytelling ให้กับละครไทยเลยก็ว่าได้

ส่วนช่องทางออนไลน์เราก็ได้เห็นในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพไฮไลท์ ประโยคเด็ด วิดีโอ ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้ง Facebook และ Twitter  หมุนวนเวียน เพื่อให้คนดูเกิดการบอกต่อไปยังฐานผู้ชมใหม่ๆ

ทำให้เราเห็นกลุ่มคนดูหน้าใหม่ๆ ที่ไม่เคยดูทีวีตามเข้ามาดู ซึ่งทางช่อง ONE 31 ก็ได้วางแผนรองรับเรื่องนี้ไว้อย่างรัดกุมด้วยการ รีรันคอนเทนต์เมีย 2018 ใน LINE TV ซึ่งนับว่าเป็นช่องทางที่มีจำนวนผู้รับชมค่อนข้างสูง สำหรับตัวเลขยอดวิวรีรันของละคร เรื่องนี้ขึ้นสูงกว่า 460 ล้านวิว ถือเป็นยอดวิวสูงที่สุด ทุบทุกสถิติบน LINE TV

“สำหรับ เมีย 2018 เป็นอีก 1 ตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง Online จะทำหน้าที่ส่งเสริม On Air เป็นเครื่องมือที่ทำการตลาด ได้เป็นอย่างดี เมีย 2018 เรตติ้งช่วงแรกไม่ได้ดีเลย แต่เมื่อมีจุดพีคของเรื่อง มีคำตอบที่สำคัญของเรื่อง มีรอยยิ้มวศินออกมา ทำให้ เป็นที่พูดถึงใน Social Media ทันที คนถามว่าคนๆ นี้คือใคร มันเกิดอะไรขึ้น เริ่มไปดูย้อนหลัง และเมื่อไล่เรื่องทันกันหลังจากนั้น ก็มาดูบนจอ สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือทั้ง 2 Platform มันรับใช้ซึ่งกันและกัน เพียงแต่ว่าเราต้องอ่านพฤติกรรมของธรรมชาติคนยุคนี้ ให้ออกว่าเขาต้องการอะไร”

จากสองกรณีศึกษาของช่องวัน 31 ก็ทำให้เราเห็นแนวทางการทำงานของละครในหลายๆ เรื่องของช่องวันที่จะมีแนวคิด การทำงานบนพื้นฐานชุดความคิดเดียวกัน คือไม่ได้ละทิ้งช่องทางหลักคือทีวี แม้ว่าออนไลน์จะมามีบทบาทมากขนาดไหน ก็ต้องใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อทำให้คนกลับมาดูที่หน้าจอทีวีให้ได้

“ถ้าเรามองว่าเราเป็นช่องทีวีเราจะเหนื่อย แต่ถ้าเรามองว่าเราเป็น Content Creator มันหมายความว่า ไม่ว่าจะเป็น Platform ไหนที่มีคนดูเราจะไปทุกที่ นั่นคือวิธีการคิดที่จะทำให้การทำงานของเราเปลี่ยนไป”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.