ย้อนดู 10 เทรนด์ในรอบ 10 ปี อันไหนเกิด – อันไหนดับ

Dec 04, 2018 R.Somboon

เจ.วอลเตอร์ ธอมสัน บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารการตลาดระดับโลกในเครือดับบลิวพีพี กรุ๊ป เคยออกมาพยากรณ์ทิศทางการตลาด “10 Years of 10 Trends” หรือ 10 แนวโน้มที่จะส่งผลในระดับมหภาคที่สำคัญที่สุด ที่จะหล่อหลอมพฤติกรรมและทัศนคติทางสังคม รวมไปถึงจะกำหนดทิศทางธุรกิจในปัจจุบัน  โดยแนวโน้มเหล่านี้ได้มีการพัฒนาจนถึงปัจจุบันได้อย่างไร และมุ่งหน้าไปในทิศทางใดต่อไป รวมทั้งส่งผลต่อแง่มุมของการใช้ชีวิตของผู้บริโภค และการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ต่างๆ ต่อเนื่องอีกหลายปี

1. Everything is Retail (จากรายงานฉบับ 10 Trends for 2013) :

ทุกสิ่งอย่างจะเป็นช่องทางเพื่อการค้าปลีก เนื่องจากมีการเชื่อมต่อของโทรศัพท์มือถือที่รวมการเชื่อมโยงระหว่างโลกดิจิทัลและโลกฟิสิคอลไว้ด้วยกัน และแบรนด์ต่างๆ ได้หาหนทางหลอมรวมโอกาสของการค้นพบสิ่งใหม่ๆ และการซื้อขายเข้าไว้ด้วยกันอีกด้วย ซึ่งเทรนด์นี้กำลังเกิดขึ้นผ่านการผสานกันระหว่างออฟไลน์กับออนไลน์หรือ O2O แบบกลมกลืนในโลกค้าปลีก

 

2. Food as the New Eco-Issue (จากรายงานฉบับ 10 Trends for 2012) :

“ความยั่งยืน” กำลังกลายเป็นคำที่นิยมกันมากในวงการอาหาร เนื่องจากในปัจจุบันนี้ ผู้บริโภคที่มีการศึกษาดีได้มีความเข้าใจดียิ่งขึ้นว่าอาหารที่เลือกรับประทานจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร รวมไปถึงผู้บริโภค แบรนด์ต่างๆ และภาครัฐจะขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงในทิศทางบวกได้อย่างไรบ้าง

3. Mobile Device as the Everything Hub (จากรายงานฉบับ 10 Trends for 2009) :

โทรศัพท์มือถือรวมไปถึงอุปกรณ์การสื่อสารเคลื่อนที่ต่างๆ เป็น “ศูนย์รวมของทุกอย่าง” อย่างแท้จริง เนื่องจากสิ่งต่างๆ ได้เข้าสู่รูปแบบดิจิทัลหรือเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น และผู้คนเริ่มหันมาใช้หน้าจอที่เล็กลงในการรับชมวิดีโอ จับจ่ายใช้สอย ซื้อของ ติดตามดูสุขภาพของตัวเอง รวมถึงเรียนรู้ เล่นสนุก และอื่นๆ อีกมาก

4. Going Private in Public (จากรายงานฉบับ 10 Trends for 2013) :

ความเป็นส่วนตัวกลายเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนต่างพยายามดิ้นรนหาทางรักษาอัตลักษณ์ของตนเองบนโลกดิจิทัลให้มีชีวิตชีวาอยู่เสมอ

5. Buying the Experience (จากรายงานฉบับ 10 Trends for 2007) :

เนื่องจากมีความต้องการมากขึ้นในการ “ลงมือทำ” แทนที่จะเพียงแค่ “มี” ผู้บริโภคต่างพากันเสาะหาประสบการณ์ที่สดใหม่ แบ่งปันได้ และขยายความได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับการบอกเล่าที่มาที่ไป และเป้าประสงค์ของแบรนด์ว่าทำไมผู้บริโภคถึงต้องยอมควักเงินเพื่อซื้อแบรนด์ของตัวเอง กลายเป็นแนวทางที่เห็นกันได้มากขึ้นในปัจจุบันนี้ 

6. De-teching (จากรายงานฉบับ 10 Trends for 2011) :

ในขณะที่ผู้คนต่อสู้และดิ้นรนอยู่กับบทบาทชีวิตของตัวเองบนเทคโนโลยี ซึ่งตระหนักได้ว่าผลกระทบด้านลบจะครอบงำผลกระทบในด้านบวกหากเราไม่หาวิธีที่จะใช้มันอย่างระมัดระวัง

7. Predictive Personalization (จากรายงานฉบับ 10 Trends for 2013) :

การวิเคราะห์อภิมหาข้อมูล (Big Data) รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และบรรดาเทคโนโลยีใหม่ๆ กำลังสร้างสรรค์วิธีการที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อที่จะคาดเดาและตอบสนองความต้องการของปัจเจกบุคคลได้ตรงจุดมากที่สุด ซึ่ง Big Data ได้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจไปแล้วในปัจจุบัน

 

8. Queen Trumps King (จากรายงานฉบับ 10 Trends for 2008) :

ผู้หญิงกำลังก้าวไปข้างหน้า อันเนื่องมาจากพลวัตเรื่องเพศได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และในทางวัฒนธรรม อีกทั้งคนทุกเพศยังมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

9. Retooling for an Aging World (จากรายงานฉบับ 10 Trends for 2010) :

ผลกระทบเต็มรูปแบบของลักษณะประชากรที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคประชากรหนุ่มสาวไปสู่ยุคประชากรสูงอายุอาจยังไม่ส่งผลให้รู้สึกได้ชัดเจนนัก แต่แบรนด์ต่างๆ ยังต้องปรับตัวเป็นอย่างมากเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่สูงวัยขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังรีแบรนด์เรื่องการสูงวัยด้วยเช่นกัน

10. Cooperative Consumption (จากรายงานฉบับ 10 Trends for 2008) :

เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) มีการเติบโตขึ้น และในขณะเดียวกันผลสะท้อนรุนแรงมากขึ้นด้วยเช่นกัน แม้ว่าโมเดลธุรกิจแบบใหม่นี้ได้คุกคามบางแบรนด์ แต่ยังมีแบรนด์อื่นๆ ที่กำลังหาวิธีสุดสร้างสรรค์เพื่อใช้ประโยชน์จากโมเดลธุรกิจนี้......

Research

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.