24 ชั่วโมง “โอกาส” และ “ศักยภาพ” ที่แบรนด์ต้องรู้

Feb 17, 2017 BrandAge Team

            1 วัน มี 24 ชั่วโมง ใครๆ ก็รู้ ...

            24 ชั่วโมง มี 1,440 นาที หรือ 86,400 วินาที บางคนรู้ บางคนไม่รู้ ...

            24 ชั่วโมง ในเชิงธุรกิจการค้ามี “โอกาส” และ “ศักยภาพ” มากเพียงใดนั้น หลายคนอาจยังสงสัยอยู่ ...

แต่วันนี้ 24 ชั่วโมง ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายทั้งในเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคม อีกทั้งยังก่อให้เกิดไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ที่บางอย่างก็อยู่เหนือการคาดเดา

ในความเป็นจริง สังคม 24 ชั่วโมง ไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้นแต่เกิดขึ้นมานานแล้ว สถานที่หลายแห่งกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ และแจ้งเกิดด้วยคอนเซ็ปต์ของการเป็น Day & Night Fully Utilization ด้วยเพราะเป็นย่านการค้าที่ถูกขับเคลื่อนด้วยธุรกิจตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ

“ถนนเยาวราช” แหล่งชุมชนคนจีน ย่านธุรกิจการค้า การเงิน การธนาคาร และร้านค้าทอง จนได้สมญานามว่าเป็น ถนนสายทองคำ เป็นแหล่งรวมร้านทองคำรูปพรรณเก่าแก่คุณภาพดี และร้านค้าปลีกประเภทต่างๆ ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็น ต่อเนื่องไปถึงยามค่ำคืนจะเปลี่ยนบรรยากาศไปสู่การเป็น Food Street และเป็นจุดรวบรวมสุดยอดร้านอาหารอร่อยหลากหลายร้าน และเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาตี 2 – ตี 3 ก็เป็นช่วงเวลาของตลาดค้าของสด และอาหารทะเล ซึ่งแม่ค้าพ่อค้าเริ่มตระเตรียมหน้าร้านเพื่อจำหน่ายสินค้าในช่วงฟ้าสางให้กับลูกค้าในกลุ่มร้านอาหาร ภัตตาคาร 

“สีลม และซอยพัฒน์พงศ์”  เป็นอีกหนึ่งจุดที่สะท้อนภาพของ Day & Night Fully Utilization ได้อย่างชัดเจน เพราะเป็นย่านธุรกิจการค้าสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ โดยในช่วงกลางวันจะเต็มไปด้วยบรรยากาศของโรงเรียน ร้านค้า และสำนักงานต่างๆ รวมถึงการเป็นศูนย์รวมของออฟฟิศของสายการบินต่างๆ ส่วนในช่วงกลางคืนบรรยากาศจะเปลี่ยนไปเป็นไนท์มาร์เก็ต และบาร์เบียร์ จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนไทย และชาวต่างชาติ

ที่นี่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของคอนวีเนียนสโตร์รายใหญ่อย่าง 7-Eleven ที่เปิดให้บริการสาขาแรกในเมืองไทยตรงหัวมุมถนนพัฒน์พงศ์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ปี 2532 เช่นเดียวกับยักษ์ใหญ่ด้าน QSR อย่างแมคโดนัลด์ ก็เลือกที่จะเปิดสาขา 24 ชั่วโมง สาขาแรกที่นี่เมื่อปี 2549

ความเคลื่อนไหวของโลกของธุรกิจที่กำลังขยายตัวไปสู่รูปแบบการให้บริการแบบเต็มเวลา หรือ 24 ชั่วโมง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากแรงกระตุ้นของปัจจัยหลัก 2 ตัว คือ การขยายตัวของสังคมเมืองที่กำลังยกระดับไปสู่ยุค Urbanization พร้อมด้วยการเกิดขึ้นของกลุ่ม Urbanista ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรียกร้องให้ภาคธุรกิจตอบสนองความต้องการของพวกเขาในแบบทุกที่ ทุกเวลา และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือสภาวการณ์ของโลกที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคของ 4G หรือ Digital Age อย่างเต็มรูปแบบ

เรามองเห็นภาพของสังคมที่กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่ช่วงเวลากลางคืนจะเป็นช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อนอยู่ในอาณาบริเวณที่พักอาศัย ก็เกิดคำว่า Nightlife ขึ้นมา และมีไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เกิดขึ้น ดังนั้นคำว่า 24 ชั่วโมง ที่เคยเป็นเพียงแค่ความต้องการขั้นพื้นฐาน หรือเคยปรากฏอยู่แต่เฉพาะธุรกิจบริการบางกลุ่มอย่างโรงพยาบาล ระบบขนส่ง ลอจิสติกส์ ก็จะถูกขยับขยายไปสู่กลุ่มธุรกิจอื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา กลายเป็นช่องทางของการสร้างตลาดใหม่ๆ ที่ในวันนี้ไม่ได้จำกัดเวลาขายอยู่เฉพาะแค่หน้าร้าน หรือในช่วงเวลาเปิด-ปิดทำการอีกต่อไป

ที่สำคัญ เทรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ในหัวเมืองหลักๆ เพราะปัจจุบันมีร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง เปิดให้บริการลงลึกกันไปถึงระดับตำบล ขณะเดียวกัน 24 ชั่วโมง ก็ยังคงเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นได้ทั่วโลก ที่ล่าสุด การขนส่งมวลชนลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เปิดให้บริการรถไฟใต้ดินแบบ 24 ชั่วโมง แม้ว่าในช่วงแรกจะมีการให้บริการเพียงบางสาย และในบางวัน แต่ในอนาคตก็มีแผนจะเพิ่มจำนวนสายของการให้บริการ ซึ่งการให้บริการรถไฟใต้ดินช่วงกลางคืนก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนทำงานกะกลางคืน และปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารช่วงหลัง 22.00 น. ค่อนข้างมาก

กระทั่งประเทศไทย ได้มีการจัดงานมหกรรมหนังสือ BIG BAD WOLF Bangkok งานหนังสือระดับโลกที่จัดขึ้น ณ อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมื่อวันที่ 12-24 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยในช่วงวันจันทร์ – พฤหัสบดี เปิดตั้งแต่เวลา 10.00 น.- 22.00 น. และพิเศษช่วงศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ จะเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ 10.00 น. ไปจนถึง 22.00 น. ของคืนวันอาทิตย์ ต่อเนื่อง 60 ชั่วโมง แบบ Non-stop ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมิติของงาน Event ที่เปิดบริการแบบ 24 ชั่วโมง

ด้วยรูปแบบการจัดงานดังกล่าว ทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาดูงานหนังสือได้ตามสะดวกไม่ว่าจะเป็นช่วงดึกๆ หรือแม้แต่เวลาตี 3 ตี 4 เพราะคอหนังสือจะใช้เวลากับการเลือกหนังสือค่อนข้างนาน ซึ่งในช่วงกลางคืนคนจะค่อนข้างน้อย ตรงนี้จึงกลายเป็นจุดขายที่สร้างความแตกต่างให้กับงาน และยังเป็นเพียงงานเดียวของประเทศมาเลเซียที่เคยมีการรันต่อเนื่องยาวถึง 278 ชั่วโมง แบบ Non-stop ส่วนเมืองไทยยังเป็นเพียงการหยั่งเชิงพฤติกรรมผู้บริโภคของผู้จัดงานว่าจะได้การตอบรับดีเพียงไหน จึงเริ่มทดลองจัดต่อเนื่องแค่ช่วงสั้นๆ เพียง 60 ชั่วโมง ซึ่งตรงกับช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์

วันนี้ 24 ชั่วโมง อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่ใหม่ คือ ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลาของผู้บริโภค

วันนี้ 24 ชั่วโมง จึงเป็นโอกาสสำหรับนักการตลาดที่มองเห็นช่องว่างทางการตลาดก่อนใคร และเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่หลายอุตสาหกรรมพยายามดึงเอาคำว่า 24 ชั่วโมง มาเติมเต็มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของตน

และ 24 ชั่วโมง ในวันนี้จึงแตกต่างจากยุคก่อนอย่างชัดเจน และหลังจากนี้ การรับรู้ในเรื่องของ 24 ชั่วโมง ที่ใครๆ เคยรู้จักก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ที่มาภาพ http://www.nguansoon.com/

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.