6,531
VIEWS

เปิดแผนรุกปี 62 ของ “โออิชิ” เติบโตด้วยการเพิ่มโอกาสในการบริโภค

Dec 20, 2018 R.Somboon

แม้ภาพรวมของเศรษฐกิจจะไม่เป็นใจเท่าไรนัก แต่โออิชิ กรุ๊ป ก็ยังคงสร้างการเติบโตของยอดขายในปี 2561 ได้อย่างต่อเนื่อง โดยปิดตัวเลขยอดขายได้ที่12,596 ล้านบาท มีตัวเลขกำไรอยู่ที่ 1,008 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอีกปีที่มีผลประกอบการออกมาแบบน่าพอใจ

ความท้าทายที่เปิดกว้างรออยู่ในปี 2562 ก็คือ จะทำอย่างไรให้ยังคงสามารถรักษาตัวเลขการเติบโตของยอดขายไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีหน้านี้ถูกมองว่าหลายๆ อย่างจะกลับมาเป็นใจให้ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้ง ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ถูกมองว่าหลังการเลือกตั้งจะทำให้ความมั่นใจของผู้บริโภคกลับคืนมาอีกครั้ง รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะช่วยดึงให้กำลังซื้อฟื้นตัว

สำหรับโออิชิเอง การเดินหน้าสร้างการเติบโตของยอดขายนั้น จะเป็นการวิ่งเข้าหาโอกาสทางการตลาด โดยเชื่อมโยงกับเมกะเทรนด์ใหญ่ของอาเซียน ตามแนวทางการทำตลาดของกลุ่มโออิชิที่ก้าวสู่การเป็นบริษัทระดับรีจินัลอย่างเต็มรูปแบบไปแล้วในปัจจุบัน

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มองว่า ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในตลาดอาเซียน รวมทั้งในไทยยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ที่หลากหลาย เพื่อสร้างความแปลกใหม่และความตื่นเต้น

ผู้บริหารของโออิชิ กรุ๊ป มองว่า การเติบโตของโออิชินั้น จะเป็นการสร้างโอกาสการเติบโตที่เชื่อมโยงไปกับเมกะเทรนด์ของอาเซียนที่ประกอบไปด้วย 5 เทรนด์ สำคัญๆ คือ

1. Urbanization การขยายตัวของสังคมเมือง ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป วิถีชีวิตเร่งรีบขึ้นต้องการความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

2. Growing Middle Income Class การเติบโตของประชากรผู้มีรายได้ระดับกลาง สะท้อนถึงกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น

3. Tech-Dependent Lifestyles การใช้เทคโนโลยีเป็นตัวนำ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

4. Healthy Eating/Aging Society คนรุ่นใหม่ใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น รวมทั้งอัตราส่วนผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น อาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพจึงเป็นทางเลือกสำคัญ

5. Asian Century ตลาดอาเซียนเป็นตลาดใหญ่ มีประชากรร่วม 600 ล้านคน ธุรกิจจึงต้องขยายไปในเวทีระดับอาเซียนด้วย

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นก็คือ การเติบโตเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางในบ้านเราที่ตัวเลขในปี 2515 มีสัดส่วนแค่ 20% แต่จะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ในปี 2021 ซึ่งไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้ แม้พร้อมที่จะจ่าย แต่ก็ต้องการความคุ้มค่าคุ้มราคา

ขณะเดียวกัน การเติบโตของชนชั้นกลางนี้จะมาพร้อมกับไลฟ์สไตล์ที่มีความเป็นคนเมืองที่เร่งรีบ ต้องการอะไรที่สามารถตอบโจทย์ Grab&Go จึงกลายเป็นโอกาสทางการตลาดของสินค้าประเภทแพ็กเกจฟู้ด ที่โออิชิจะมีการให้น้ำหนักในการทำตลาดมากขึ้น โดยจะมีการสร้างแบรนด์อย่างจริงจังในปีหน้านี้ พร้อมกับมองถึงการขยายช่องทางการขายให้ครอบคลุมมากขึ้นทั้งโมเดิร์นเทรด Food Service และ HORECA

“เป้าหมายในปี 2562 ของเรา จะอยู่ที่การตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดทั้งในส่วนของร้านอาหาร และชาเขียว ให้มีความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่ยังรวมถึงตลาดในอาเซียนเพื่อเชื่อมโยงกับวิชั่น 2020 ของบริษัทแม่คือไทยเบฟ โดยจะให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนาบุคลากร รวมถึงการเป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลที่ดี เพราะการจะเติบโตแบบยั่งยืนได้นั้น ต้องมีเรื่องดังกล่าวเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญ”

 

นวัตกรรมขับเคลื่อน

การเติบโตของร้านอาหาร

การสร้างการเติบโตที่เชื่อมโยงกับ 5 เมกะเทรนด์นี้ จะมีการมองหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ให้กับธุรกิจในเครือของโออิชิ กรุ๊ป ทั้งในส่วนของร้านอาหาร เครื่องดื่ม และแพ็กเกจฟู้ด โดยในส่วนของธุรกิจร้านอาหารนั้น จะทำทั้งในเรื่องของการลงทุนขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตจากสาขาใหม่ ขณะเดียวกันก็จะมีการสร้างการเติบโตเพิ่มขึ้นจากสาขาเดิมผ่านกลยุทธ์ที่เรียกว่า “พรีเมียมไมซ์” ผ่านการนำเสนอ “เทียร์ ไพร์ซ” ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้แบบลงลึก

ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พูดถึงแผนรุกตลาดในปีหน้านี้ว่า จะขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาด ทั้งในส่วนของตัวอาหาร และการนำดิจิทัล เข้ามาเอนเกจผู้บริโภค โดยเฉพาะกับการเข้ามาเป็นเครื่องมือในการทำดิลิเวอรี่ ที่ยืนยันว่าสามารถคอนโทรลเวลาในการส่งอาหารได้ไม่เกิน 30 นาที ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่ต่ำกว่าร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยกัน โดยจะมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 19 สาขา ในปีหน้านี้

“เรามองถึงการขยายสาขาของชาบูชิในไซส์ขนาด 160 ตารางเมตร เพื่อรุกเข้าไปเปิดในหัวเมืองระดับ 3 ระดับ 4 หรืออำเภอขนาดใหญ่ โดยเป็นการปรับขนาดของร้านเพื่อให้เข้ากับตลาด จากเดิมที่เรามีร้านในไซส์ 350 ตารางเมตร ในช่วงแรกๆ ก่อนที่จะมาปรับไซส์เป็น 200 ตารางเมตร เพื่อรุกหัวเมืองรอง การปรับไซส์ให้เล็กลงนี้ ส่วนหนึ่งจะมีการเปิดเป็นสแตนด์อะโลน นอกเหนือจากการเข้าไปเปิดในห้างหรือไฮเปอร์มาร์ทสาขาที่เปิดใหม่นี้ ส่วนหนึ่งจะถูกใช้เป็นเครือข่ายในการทำดิลิเวอรี่ ซึ่งเรามองเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดส่วนนี้ค่อนข้างสูง ถือเป็นการรุกเข้าไปหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ จากเดิมที่เป็นการรอให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่ร้าน

ไพศาลยังบอกกับเราอีกว่า ปี 2562 นี้ ร้านอาหารโออิชิ วางกลยุทธ์การสร้างการเติบโตไว้ทั้งที่เป็นการเติบโตจากสาขาเดิม และการเติบโตจากสาขาใหม่ๆ รวมถึงการสร้างโอกาสในการเพิ่มการบริโภคด้วยระบบดิลิเวอรี่ โดยจะขับเคลื่อนกลยุทธ์ผ่านการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ทั้งในส่วนของการพัฒนาเมนูใหม่ๆ ที่เล่นกับไลฟ์สไตล์การใส่ใจสุขภาพของคนรุ่นใหม่ การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงใช้เป็นเครื่องมือในการเอนเกจลูกค้า

ชาเขียว

จัดพอร์ต – หาโอกาสเติบโต

ผลกระทบจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในเรื่องของความหวาน เข้ามาทำให้ตลาดชาเขียวในปี 2561 มีการเติบโตติดลบถึง 20% ถือว่าติดลบมากสุดตั้งแต่เริ่มมีตลาดชาเขียวในบ้านเรา เป็นเพราะส่วนหนึ่งมีการปรับราคาขายชาเขียวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 30% ทำให้ส่งผลกระทบต่อตลาดค่อนข้างมาก

อย่างไรก็ตาม ชาเขียวโออิชิ มีการเติบโตที่ติดลบน้อยกว่าในภาพรวมของตลาด คือเติบโตติดลบประมาณ 9% แต่ในแง่ของส่วนแบ่งตลาด โออิชิ สามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดได้ด้วยแชร์ 45.4% ทิ้งห่างเบอร์ 2 คืออิชิตันถึง 16%

เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกกับเราว่า ในปี 2562 นี้ เชื่อว่าตลาดจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง จากปัจจัยบวกต่างๆ ทั้งเรื่องของการเลือกตั้ง การได้รัฐบาลใหม่ที่จะมาพร้อมกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่จะกลับคืนมาอีกครั้ง

สำหรับกลยุทธ์ในปี 2562 จะมุ่งเน้นไปที่ 1. เพิ่มการบริโภคชาเขียว (Penetration) โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของผู้บริโภค และสร้างสรรค์กิจกรรมการตลาดที่สร้างความแปลกใหม่โดนใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องล่าสุดโฟกัสผลิตภัณฑ์กลุ่ม Healthy Premiumเพื่อตอบรับแนวโน้มเครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพที่เริ่มมีมากขึ้นในปัจจุบันส่งสุดยอดชาพรีเมียมใหม่ดีต่อสุขภาพเอาใจกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพได้แก่ โออิชิ โกลด์ เก็นไมฉะ ชาข้าวคั่วญี่ปุ่นสูตรเฉพาะตั้งแต่ปี 1930โดยมีส่วนผสมจากข้าวคั่วญี่ปุ่นชั้นดีและยอดอ่อนใบชาคุณภาพนำเข้า100% จากไร่ชามัตสึดะ เมืองโอมาเอะซากิ ประเทศญี่ปุ่น ไร่ชาระดับรางวัลจักรพรรดิญี่ปุ่น The Emperor’s Cup เป็นแหล่งปลูกชาพรีเมียมมานานกว่า 100 ปี รวมทั้งโออิชิ โกลด์ คาบูเซฉะชาที่ถูกปกคลุมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนเก็บเกี่ยวเพื่อรักษารสชาติและคงคุณประโยชน์จากสารคาเทชินที่ช่วยเพิ่มการต้านอนุมูลอิสระ

2.ตอกย้ำและครองใจกลุ่มวัยรุ่นด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความแปลกใหม่และความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง อย่าง “โออิชิ รสน้ำผึ้งผสมมะนาวสูตรดับเบิ้ลเลมอน” ชูจุดเด่นด้วยความเปรี้ยวจี๊ดจากเลมอน 2 เท่าและลดความหวานลงโดยใช้ BNK48 เป็นพรีเซ็นเตอร์

ด้วยความเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีคาแร็กเตอร์ความเป็นญี่ปุ่น สนุกสนาน ตรงกับแบรนด์ดีเอ็นเอของโออิชิ จึงสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและโดนใจวัยรุ่นได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว 3.มุ่งเน้นสร้างการเติบโตในตลาดต่างประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นโดยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภคท้องถิ่น จัดกิจกรรมการตลาดแบบ Customized ให้โดนใจคอนซูมเมอร์ในแต่ละประเทศเพื่อผลักดันให้โออิชิเป็นแบรนด์ในดวงใจผู้บริโภคในต่างประเทศตอกย้ำความเป็นแบรนด์ระดับ Regional ของโออิชิ

Penetration ของตลาดชาเขียวในช่วงที่ผ่านมามีตัวเลขลดลงจาก 58% มาอยู่ที่ 54% ซึ่งเราต้องการที่จะเพิ่มตัวเลขการดื่มชาเขียวให้มีเพิ่มมากขึ้น โดยหันกลับมามองที่พอร์ตโฟลิโอของชาเขียวเพื่อจัดทัพให้แมตช์กับความต้องการของแต่ละกลุ่มโดยเชื่อมโยงกับเมกะเทรนด์ ทั้งการนำชาเขียวเลมอน ฮันนี่ ที่มีสัดส่วนการขายเป็นอันดับ 1 มาปรับโฉม และเพิ่มความเข้มข้นในการทำตลาดให้มากขึ้น และการเพิ่มน้ำหนักกับการทำชาเขียวพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใส่ใจสุขภาพของคนรุ่นใหม่”

 

แพ็กเกจฟู้ดมุ่งเน้น “One Brand”

ด้านกลุ่มอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน (Packaged Food) ปี 2562 ทางหน่วยงานพัฒนาธุรกิจอาหารจะมีการปรับโฉมและสร้างแบรนด์ครั้งใหญ่ เมขลา เนติโพธิ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจอาหารสำเร็จรูป บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงพร้อมทานได้เข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนเมืองมากขึ้น นับเป็นโอกาสและความท้ายทายของธุรกิจอาหารโดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสำเร็จรูป ทั้งแบบ Ready-To-Cook (พร้อมปรุง) และแบบ Ready-To-Eat (พร้อมทาน)

“ในปี 2562 นี้บริษัทตั้งเป้าสร้างแบรนด์อาหารสำเร็จรูป “โออิชิ” ให้แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักมากขึ้นภายใต้กลยุทธ์ “One Brand” หรือการสร้างแบรนด์ภายใต้ร่มแบรนด์ใหญ่เดียวกัน สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันให้กับแบรนด์ ควบคู่ไปกับการบริหารช่องทางการจัดจำหน่ายและการกระจายสินค้าเชิงรุกผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรกลุ่มธุรกิจในเครือโดยตั้งเป้าเพิ่มยอดขายทั้งในช่องทางหลักซึ่งได้แก่ ร้านสะดวกซื้อ และมุ่งเน้นเจาะตลาดใหม่ ได้แก่ OMT (Other Modern Trade) Food Service และ HORECA ซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนในไตรมาส 2/2562 เป็นต้นไป”

ถือเป็นอีก 1 ความท้าทายในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจในปี 2562 นี้......

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.