ทำอย่างไร ?!? ให้เกิดไอเดียภายใน 10 วัน

Jul 24, 2017 S.Worapol

เมื่อพูดถึงแผนกการตลาด จะมีบุคลากรที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ คำว่า ไอเดีย ในที่นี้ก็เปรียบเสมือน stock-in-trade เช่นเดียวกันกับแผนก R&D ที่มีการนำไอเดียเป็นหลักมาทำให้เกิดผลสำเร็จ แต่จะมีความแตกต่างกันออกไปสำหรับแผนกบัญชี หรือ แผนก HR และถ้ามองในส่วนของ partners และ suppliers พวกเขาจำเป็นต้องมีความคิดสร้างสรรค์มากน้อยเพียงใด ความจริงก็คือ ทุกคนทุกองค์กรสามารถมีความคิดสร้างสรรค์เฉกเช่น innovator ได้

ไอเดียอาจมาจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายแตกต่างกันไป แต่ก่อนอื่น แหล่งข้อมูลนั้นๆจะต้องมีประสิทธิภาพเพียงพอ จากนั้นข้อมูลก็จะได้รับการประเมินและจัดการต่อไป

Arthur C. Clarke เคยกล่าวไว้ว่า "ไอเดียใหม่ ๆ ที่ผ่านมาตลอดสามช่วงเวลา: 1) ไม่สามารถทำได้ 2) มันอาจจะทำได้ แต่ไม่คุ้มค่าที่จะทำ 3) ฉันรู้ว่ามันเป็นไอเดียที่ดีมาตลอด!"

สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายอย่างน้อยสองข้อในการสร้างไอเดีย แต่ถึงแม้ว่ามันอาจจะถูกขัดจังหวะบ้าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าจะคุ้มค่า

การมีส่วนร่วม (Getting engaged)

แน่นอนว่าไอเดียนั้นมีความสำคัญ แต่ถ้าบริษัทไม่ต้องการที่จะมีนวัตกรรมและการคำนึกถึงอนาคตข้างหน้า?

อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งนวัตกรรมที่รีบเร่งเกินไป อาจมีผลต่อวัตถุประสงค์ของบริษัทในส่วนของแผนการเติบโตและกลยุทธ์ของแบรนด์ อีกหนึ่งแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ไอเดียความคิดที่มาจากพนักงาน เพราะในขณะที่ผู้บริหารหรือผู้นำกำลังสร้างวัฒนธรรมและกำหนดขั้นตอนต่างๆในองค์กร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถเข้าถึงคุณค่าของการมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง

 

ต้องรู้ว่าคุณกำลังไปทางไหน (Knowing where you are going)

สิ่งสำคัญ คือควรพิจารณาว่าทำไมนวัตกรรมจึงเป็นสิ่งจำเป็น และผลลัพธ์ที่ออกมาควรเป็นอย่างไร ต้องทราบถึงลำดับความสำคัญไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพ หรือการแนะนำ business models ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ต่างบริษัทก็ต่างใช้วิธีการที่แตกต่างกันในการริเริ่มและใช้นวัตกรรม จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตอนแรก โดยจะต้องมีการกำหนดกลยุทธ์และเลือกเป้าหมายด้วย

กระบวนการและเครื่องมือ (Process and Tools)

ในขั้นแรกคือต้องแน่ใจว่าทุกคนในองค์กรสามารถมีส่วนร่วมได้และง่ายในการสื่อสาร ได้พบและคุยกับ Advocate การถามถึงความคิดคนอื่นอาจนำมาซึ่งปัญหา ดังนั้นบริษัทต้องพิจารณาภาษาที่ใช้ในการมีส่วนร่วมกับพวกเขา การมุ่งเน้นไปที่ข้อมูลเชิงลบ อาจจะไม่ได้ผลมากนัก อาจจะแทนที่โดยการตั้งความท้าทายและขอให้พวกเขาแก้ปัญหา เช่น หัวหน้าฝ่าย HR หนึ่งในลูกค้าของเรา ได้ตั้งปัญหาขึ้นมา และให้ช่วยกันแชร์ไอเดียความคิดที่สอดคล้อง เพื่อที่จะได้นำเอาความคิดมาปรับปรุงรูปแบบของแผนกที่ใช้อยู่

ไอเดียเหล่านี้สามารถรวบรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่สูญหายหรือไม่?

วิธีการหนึ่งคือการใช้ off-the-shelf innovation หรือ Idea Management Solution ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อจับภาพ ประเมิน จัดลำดับความสำคัญและเลือกไอเดียต่างๆ สิ่งนี้มีประโยชน์มากมาย ไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถเข้าถึงและมองเห็นการสร้างสรรค์ทางนวัตกรรม แต่ยังช่วยให้สามารถใช้แนวคิดเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว

เต็มไปด้วยความคิด (Brimming with Ideas)

Idea platforms ใช้งานง่ายและการเชิญชวนให้คนมีส่วนร่วม หมายความถึง การดึงดูดการป้อนข้อมูล ดังนั้นจึงเป็นความคิดที่ดีที่จะเริ่มต้นด้วยโครงการหรือความท้าทายที่มีการมุ่งเน้นและกำหนดเป้าหมาย องค์กรสามารถทดลองได้ โดยไม่มีอันตรายใด ๆ ถ้าเกิดความผิดพลาด ตราบเท่าที่เป็นกระบวนการเรียนรู้และแต่ละขั้นตอนจะนำไปสู่การสร้าง All-Important Innovation Culture

นอกจากนี้ ไม่ควรใช้เวลามากเกินไป การขอรับและการใช้ไอเดียจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง และต้องได้รับการจัดการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้สามารถวัดผลได้ เมื่อเลือกโครงการแรก ควรพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นเอกลักษณ์ขององค์กรว่าสนับสนุนและมีผลต่อเป้าหมายด้านนวัตกรรมโดยรวมหรือไม่? และสิ่งที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้ไอเดีย?

วิธีหนึ่งคือ "ideation challenge" ใช้ idea management platform เพื่อดึงดูดองค์กรในวงกว้าง โดยอาจมีรางวัลหรือสิ่งจูงใจสำหรับไอเดียที่ประสบความสำเร็จ อีกวิธีหนึ่งคือ 'hackathon' ซึ่งในระหว่างที่มีการพิสูจน์ concept solutions สำหรับพื้นที่เป้าหมายที่ถูกแฮ็กและออกแบบ hackathons ไม่เพียงแค่เกี่ยวข้องกับ "เทคโนโลยี" หรือผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้น แต่สามารถใช้เพื่อระบุ new marketing strategies หรือ business delivery models

การวัดผลเป็นสิ่งสำคัญและจะไม่เป็นการยับยั้งความคิดสร้างสรรค์ของนวัตกรรม ผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญในธุรกิจสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดชุด metrics ที่สอดคล้องกัน เพื่อประเมินว่าอะไรสามารถทำแล้วได้ผลดีและอะไรบ้างที่ต้องเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงไปเมื่อโครงการนวัตกรรมพัฒนาขึ้น และไม่ควรคำนึงถึงเฉพาะโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่เป็นกระบวนการทั้งหมด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และข้อเสนอแนะในองค์กร

นวัตกรรมที่มีความพร้อม (Being innovation-ready)

สำหรับหลาย ๆ บริษัท เป้าหมายคือการเป็น innovators ในชีวิตประจำวันมากกว่าในทุกครั้งๆที่มีการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาวัฒนธรรมนี้จะสร้างและหล่อเลี้ยง 'EveryDay innovators' แต่เพื่อให้ได้มาซึ่งไอเดียที่สามารถประเมิน และดำเนินการได้ไม่ว่าจะเป็นใน 10 วัน หรือนานกว่านั้น องค์กรต้องมีเป้าหมาย ขั้นตอน การสื่อสารและการวัดผลที่ชัดเจน

การเป็น innovation-ready คือ การเดินทางและเชื่อว่าจุดหมายปลายทางสุดท้ายก็จะคุ้มค่ากับความพยายาม

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.