4,660
VIEWS

ไม่ใช่แค่“ตั้งรับ”แต่ยุคนี้ต้องบุกเข้าหาผู้บริโภค โออิชิอัดกลยุทธ์เพิ่มโอกาสในการบริโภคอาหารญี่ปุ่น

Dec 25, 2018 R.Somboon

ความแตกต่างที่จับต้องได้ของตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในปัจจุบันกับเมื่อครั้งที่โออิชิเข้ามาเปิดตลาดด้วยการขายในรูปแบบบุฟเฟ่ต์เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมาก็คือ การเลือกรับประทานอาหารญี่ปุ่นของคนไทย ไม่ได้เป็นแค่โอกาสพิเศษ หรือการเฉลิมฉลองให้รางวัลกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่การรับประทานอาหารญี่ปุ่นในปัจจุบัน ได้กลายมื้อปกติของคนไทยไปแล้ว เนื่องจากการมีรูปแบบของร้านอาหารญี่ปุ่นที่หลากหลาย ตลอดจนมีการนำเสนอราคาที่สามารถจับต้องได้ ทำให้เป็นเรื่องปกติที่คนไทยจะเลือกเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นเมื่อต้องการอยากจะบริโภค หรือถูกกระตุ้นให้เกิดการอยากบริโภค

ทั้งนี้ เป็นเพราะคนไทยกับการรับประทานอาหารญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ทำให้การบริโภคอาหารญี่ปุ่นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเมืองใหญ่ แต่ยังแพร่ขยายออกไปยังหัวเมืองขนาดเล็ก ซึ่งกลายเป็นโอกาสทางการตลาดชั้นดีของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดนี้อย่างโออิชิ  และด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ นำมาสู่การปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่เปลี่ยนไป ทำให้เราได้เห็นการรุกออกไปเปิดสาขานอกศูนย์การค้า หรือไฮเปอร์มาร์เก็ตของโออิชิ รวมถึงการรุกออกไปเปิดสาขาในจังหวัดขนาดเล็กที่เป็นเทียร์ 2 เทียร์ 3 หรือที่เป็นอำเภอขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นการเข้าไปสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ในพื้นที่ที่มีดีมานด์ แต่ยังขาดซัพพลาย

 ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกกับเราว่า โออิชิ เริ่มมีการขยายสาขาของชาบูชิ ออกไปยังจังหวัดขนาดเล็กมากขึ้นในปีนี้ ส่วนในปีหน้าก็ยังคงมีแผนการขยายสาขาของร้านอาหารในเครือเพิ่มขึ้นอีก 19 สาขา โดยจะมีทั้งที่อยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงการเปิดสาขาในรูปแบบสแตนด์อะโลนมากขึ้น

ก่อนหน้านั้น ร้านชาบูชิจะมีขนาดของพื้นที่ประมาณ 350 ตารางเมตร ก่อนที่จะมีการปรับไซส์ลงมาเหลือ 200 ตารางเมตรเพื่อให้แมตช์กับขนาดของศูนย์การค้าที่เข้าไปเปิด ล่าสุดมีการส่งร้านที่เป็นฟอร์แมตขนาดไซส์เล็ก 160 ตารางเมตรออกมาเพื่อรุกไปยังจังหวัดขนาดเล็ก อย่างการเข้าไปเปิดสาขาของชาบูชิที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เป็นต้น ซึ่งการมีบริษัทในเครือไทยเบฟด้วยกันอย่างบิ๊กซีเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ ทำให้ไม่ใช่เรื่องยากนักที่จะขยายสาขาออกไปในจังหวัดเทียร์ 2 และ เทียร์ 3 รวมถึงอำเภอขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการเติบโตที่ดี  

การปรับขนาดไซส์ให้เล็กลงนั้น จะสอดรับกับแผนรุกเข้าหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ผ่านระบบดิลิเวอรี่ที่มีการเติบโตค่อนข้างดี โดยสาขาแต่ละสาขาของทั้งชาบูชิ และคาคาชิ ที่เป็นร้านประเภท QSR (Quick Service Restaurant) อาหารญี่ปุ่น โดยมีบางสาขาที่เข้าไปเปิดอยู่ในอาหารสำนักงาน เพื่อใช้เป็นเครือข่ายในการให้บริการดิลิเวอรี่ของโออิชิ ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในปีนี้

ไพศาล บอกกับเราว่า ฟู้ด ดิลิเวอรี่ กำลังมีเทรนด์การเติบโตที่ค่อนข้างดี เพราะสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่เข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องของความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ทำให้ตลาดฟู้ดดิลิเวอรี่มีการเติบโตค่อนข้างดี การเปิดสาขาใหม่ ส่วนหนึ่งจึงมองมาที่การใช้เป็นเครือข่ายในการทำดิลิเวอรี่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตของยอดขาย

“เรามีการลงทุนพัฒนาระบบดิจิทัล ที่ไม่เพียงแค่เรื่องของดิลิเวอรี่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเอนเกจลูกค้า โดยสามารถสั่งอาหาร จองคิว หรือทำลอยัลตี้ โปรแกรมผ่านดิจิทัล ซึ่งเป้าหมายของการสร้างการเติบโตในปีนี้นั้นจะมีทั้งการเติบโตจากสาขาเดิม และการเติบโตจากสาขาใหม่ รวมถึงตัวดิลิเวอรี่ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการบริโภคของลูกค้าได้เป็นอย่างดี”

 

สำหรับสาขาใหม่ที่เปิดนี้ จะถูกใช้เป็นเครือข่ายในการทำดิลิเวอรี่ที่ไพศาลบอกว่า โออิชิ สามารถคอนโทรลเวลาส่งอาหารได้ในระยะเวลา 30 นาที ซึ่งเป็นเวลาระดับเดียวกันกับที่บรรดาร้าน QSR อย่างไก่ทอด หรือพิซซ่า ทำได้ ขณะเดียวกันของเป็นเวลาที่สั้นกว่าร้านอาหารญี่ปุ่นรายอื่นๆ ซึ่งเรื่องของสปีดนี้จะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งในการทำตลาดดิลิเวอรี่ เนื่องจากที่ผ่านมา บรรดาอาหารประเภท QRS ที่ทำเรื่องนี้มานาน สามารถสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคว่า การสั่งดิลิเวอรี่ ต้องส่งร้อน และส่งเร็วไม่เกิน 30 นาที

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า ตลาดร้านอาหารในบ้านเรามีมูลค่าประมาณ 4 แสนล้านบาท เติบโต 3 – 4% ขณะที่ตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยให้ตัวเลขเมื่อปี 2560 ไว้ที่ประมาณ 27,000 ล้านบาท มีการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก

ความน่าสนใจของตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่ นอกจากเรื่องของการเติบโตแล้ว ยังมีผู้เล่นที่เข้ามาทำหน้าที่  “คนกลาง” อย่างแอพพลิเคชั่นบริการฟู้ด ดิลิเวอรี่ ทั้งไลน์แมน แกร็บ ฟู้ด แพนด้า และอื่นๆ ที่จะตามเข้ามาในตลาดอีกจำนวนมาก การเข้ามาของ “คนกลาง” เหล่านั้น ได้เป็นตัวช่วยในการทลายกำแพงขวางกั้นในเรื่องของศักยภาพการส่งอาหารให้กับบรรดาผู้ประกอบการขนาดเล็กที่เป็นสตรีทฟู้ด รวมถึงเชนร้านอาหารที่ไม่เคยมีการลงทุนในเรื่องฟู้ด ดิลิเวอรี่ ทำให้ตลาดนี้มีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องมาตลอดในช่วง 2 – 3 ปีหลังมานี้

ถือเป็นการบุกเข้าประชิดถึงตัวผู้บริโภคที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้ไม่น้อยทีเดียว......

 

ร้านอาหารและเครื่องดื่ม

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.