15,860
VIEWS

เปิดกรณีศึกษา “ไลน์แมน” สร้างโอกาสจาก Pain Point ของผู้บริโภค

Jan 04, 2019 R.Somboon

“ไลน์แมน” แอพพลิเคชั่นดิลิเวอรี่ คือ 1 ในกรณีศึกษาของการต่อยอดจากการสร้างแพลตฟอร์มแชตของไลน์ที่นิยมแพร่หลายในบ้านเรา โดยเฉพาะกับการมีฐานผู้ใช้ไลน์ถึง 44 ล้านราย กลายเป็นโอกาสทางการตลาดที่ใครจะคิดว่า จากแอพพลิเคชั่นที่ใช้สื่อสารระหว่างบุคคลจะสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจในการให้บริการที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่

ไลน์แมน เปิดให้บริการมากว่า 2 ปี มีตัวเลขการเติบโตออกมาเป็นตัวเลข 3 หลัก มีคนใช้บริการเฉลี่ย 1.5 ล้านคนต่อเดือน โดยในปี 2561 5 บริการของไลน์แมนที่เปิดตัวมาคือ 1.สั่งอาหาร(Food Delivery) 2.บริการเมสเซนเจอร์(Messenger) 3. บริการสั่งซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ(Convenience Goods) 4.บริการส่งพัสดุ(Postal/Parcel) และ 5.บริการเรียกรถแท็กซี่ (Taxi) ต่างก็มีตัวเลขการเติบโตของการใช้บริการเป็นตัวเลข 3 หลัก ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ดีมาก เมื่อเทียบกับการเข้ามาทำตลาดยังไม่ถึง 3 ปีดีนัก ยอดการใช้งาน LINE MAN มีเพิ่มขึ้นถึง  300% เมื่อเทียบกับปีก่อนในทุกบริการ โดยบริการส่งอาหารอย่าง LINE MAN Food โตถึง 250%  Taxi โต 330%

เหตุผลน่าจะมาจากบริการแต่ละบริการที่เปิดตัวขึ้นมานั้น จะเข้ามาตอบโจทย์ และช่วยแก้ Pain Point ของทั้งฝั่งลูกค้า และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เป็นเอสเอ็มอี ที่ไลน์แมนเป็นเสมือนพาร์ทเนอร์ในการช่วยนำผู้ประกอบการเหล่านั้นเข้าไปหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ

 

การหาโอกาสทางการตลาดจากการมองเห็น Pian Point ของผู้บริโภค เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของไลน์แมน อย่างการให้บริการไลน์แมน แท็กซี่ เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ โดยไลน์มองเห็นปัญหาของการใช้บริการแท็กซี่ทั่วไปของคนไทย ที่มักจะพบเจอกับการฏิเสธลูกค้า จึงเข้ามาให้บริการในส่วนดังกล่าว โดยยังคงยึดหลักการจับมือกับพันธมิตรเพื่อทำให้สามารถให้บริการได้ดีที่สุด

เช่นเดียวกับการมองเห็นโอกาสในเรื่องของการส่งของผ่านไปรษณีย์ที่ไลน์แมนมีการจับมือกับ อัลฟ่า ซึ่งมีความแข็งแรงในการส่งพัสดุมาให้บริการ โดยมองเห็น Pain Point ของผู้ประกอบการที่ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานออฟฟิศ และใช้เวลาหลังเลิกงานมาเป็นแม่ค้าออนไลน์ จึงขยายการให้บริการถึง 4 ทุ่ม เพื่อให้ตรงกับการทำธุรกิจของพวกเขา ทำให้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ไลน์แมน เป็นผู้นำในตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่ โดยเข้ามาตอบโจทย์ลูกค้าที่คนไทยชอบรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มจากสตรีทฟู้ดร้านดัง แต่ไม่อยากเสียเวลาหรือไม่มีเวลาที่จะไปเข้าคิวซื้อเอง ไม่เพียงเท่านั้น ไลน์แมน ยังเป็นตัวช่วยกระตุ้น พร้อมแนะนำให้ลูกค้าว่า “วันนี้จะทานอะไรดี” ด้วยการจับมือกับพันธมิตรอย่าง “วงใน” เว็บรีวิวร้านอาหาร ซึ่งถือเป็น 1 ในความแตกต่างที่ไลน์แมนมีเหนือคู่แข่งขันรายอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องของวาไรตี้ของร้านอาหารที่มีพันธมิตรร้านอาหารมากถึง 4 หมื่นร้านค้า และความรวดเร็วในการส่งอาหาร

 

เรื่องของเวลาถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ นอกเหนือจากเรื่องของวาไรตี้ของอาหาร ซึ่งไลน์แมนเอง มีการคอนโทรลในเรื่องดังกล่าวได้ค่อนข้างดี ตั้งแต่การการสั่งอาหารที่เชื่อมต่อกับร้านค้า ซึ่งออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งผ่านไลน์แมนจะไปขึ้นที่แท็บเลตหรือสมาร์ทโฟนของร้านค้าพันธมิตร ทำให้เมื่อมอเตอร์ไซค์ของไลน์แมนมาถึงร้านค้า จึงไม่ต้องรอ  และสามารถจัดส่งได้ทันที

ทำให้เวลาเฉลี่ยของการส่งอาหารนับตั้งแต่สั่งอาหารจนอาหารถึงมือลูกค้าประมาณ 40 นาที โดยปัจจุบันมีร้านอาหารที่ใช้ซอฟต์แวร์ของไลน์แมนประมาณ 50% ของร้านอาหารทั้งหมด จากช่วงเริ่มต้นที่มีใช้ไม่ถึง 20%  

ว่าไปแล้ว การแข่งขันในตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่นี้ ทุกแอพต่างก็ทำเหมือนกันหมดในเรื่องของโปรโมชั่น การเล่นในเรื่องค่าบริการ ซึ่งบรรดาผู้เล่นที่เข้ามาใหม่ต่างพร้อมที่จะสาดเงินเข้ามาเพื่อเล่นในส่วนนี้ แต่การสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างทั้งเรื่องของวาไรตี้ และบริการที่เหนือความคาดหมาย จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จ

การมีฐานลูกค้าจากผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นแชตของไลน์สูงถึง 44 ล้านคน สามารถนำมาต่อยอดไปสู่ธุรกิจของไลน์แมนได้เป็นอย่างดี เมื่อมองถึงการวางตัวเองให้เป็น O2O หรือออนไลน์ทูออฟไลน์ แมตช์กับเทรนด์ในเรื่องของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่แล้ว จะพบว่า ยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมากที่ไลน์แมนสามารถที่จะเจาะเข้าไป เพื่อให้บริการใหม่ๆ อาทิ การเข้าไปตอบโจทย์ในเรื่องของไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่ที่มองการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของพวกเขา ซึ่งการเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคที่เกิดจากพื้นฐานของการมีบิ๊กดาต้าของผู้ใช้ไลน์มาเป็นตัวช่วย จะทำให้มองเห็นโอกาสทางการตลาดจำนวนมหาศาลที่เปิดกว้างรออยู่......

 

LINE Thailand

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.