วอริกซ์ วางกลยุทธ์วัดรอยเท้าผู้นำ ทะยานสู่ Reginal Brand กับเป้า 2,000 ล้านบาท

Jan 06, 2019 S.Worapol

วอริกซ์ผู้เล่นสัญชาติไทยในอุตสาหกรรม Sportswear ที่น่าจับตามอง เพราะนอกเหนือจากการได้สิทธิ์ในชุดเเข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยส่งแบรนด์วอริกซ์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วแล้ว วันนี้วอริกซ์ค่อยๆ ขยับตัวเองขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับเอเชียด้วยการบุกตลาดต่างประเทศทั้งในลักษณะของการซื้อลิขสิทธิ์ทีมชาติ สโมสรกีฬาต่างๆ รวมถึงการได้ Distribution Centers ในประเทศต่างๆ ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่เสริมให้ วอริกซ์ ขยับตัวออกจากการเป็น Local Brand ได้สำเร็จ

วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด อธิบายว่า “ที่ผ่านมาเราใช้การตลาดนำในการสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ ทั้งในเรื่องของนวัตกรรมสินค้า การสร้างช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ๆ การมองหาตลาดใหม่ๆ ทั้งหมดเป็นการยกระดับแบรนด์ให้เติบโตทั้งในเชิงสินค้ากลุ่มต่างๆ และในเชิงของภูมิศาสตร์”

สำหรับปี 2561 นี้ วิศัลย์ ยืนยันว่า วอริกซ์น่าจะมียอดขายรวม 660 ล้านบาท เติบโต 21% จากปีที่แล้วที่มียอดขายรวม 564 ล้านบาท ส่วนปีหน้าคาดว่า จะมียอดขายรวม 800 ล้านบาท

ขยับตัวจาก Local Brand สู่ Regional Brand

อย่างที่บอกว่า วอริกซ์ ไม่ได้คว้าแค่สิทธิ์ในการผลิตชุดเเข่งขันของทีมชาติไทยเท่านั้น แต่บรรดาสโมสรฟุตบอลในประเทศกว่า 17 สโมสรก็เป็นตลาดของวอริกซ์เช่นกัน

ส่วนความสำเร็จในต่างประเทศก็สามารถคว้าสิทธิ์ผลิตชุดทีมชาติเมียนมาด้วยระยะเวลา 6 ปี 2 เดือน หรือแม้แต่ประเทศลาวอย่างสโมสร Lao Toyota F.C. รวมถึงในประเทศมาเลเซียก็ได้ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นที่ตลาดฟุตซอลเป็นหลัก

นอกจากนี้วอริกซ์ยังขยับตัวออกไปสู่ตลาดในประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดกีฬาของโลกอย่างประเทศญี่ปุ่น ได้งานสโมสรฟุตซอลระดับท็อปอย่าง Bardral Urayasu (บาร์ดราล อูรายาสึ) เป็นการขยายสินค้า ยกระดับไปสู่ระดับเอเชียอย่างสมบูรณ์แบบ

ช่องทางขาย หัวใจการเติบโต

การขยายตัวช่องทางการจัดจำหน่ายของวอริกซ์ในช่วงที่ผ่านมาทำให้มีหน้าร้านมากกว่า 400 ร้าน ทั้งในและต่างประเทศ มีรูปแบบของรีเทลเกิดขึ้นมากมายสร้างเป็นโมเดลการขายรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถบุกตลาดได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ Project ที่ขายงานในลักษณะของการสั่งทำ เช่น เสื้องานวิ่ง หรือแม้แต่การตั้งทีมเพื่อสำรวจตลาดและการแข่งขันในตลาดต่างประเทศเพื่อเข้าร่วมการประมูลสิทธิ์ทั้งในระดับทีมชาติ และทีมสโมสร

ส่วนการตั้ง Distribution Centers ในตอนนี้ก็ครอบคลุมประเทศในอาเซียนทั้งสิงคโปร์ เมียนมา มาเลเซีย และยังคงมองหาศูนย์การะจายสินค้าในประเทศอื่นๆ อีกอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าตอนนี้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศยังไม่ได้สูงมาก แต่ด้วยการวางรากฐานของแบรนด์ทั้งในมุมของการสร้างการรับรู้และ Engagement ไปพร้อมๆ กัน ตัวเลขยอดขายจากต่างประเทศก็คงจะขยับขึ้นได้ไม่ยาก

ไฮไลท์สำคัญของช่องทางจัดจำหน่ายน่าจะอยู่ที่ช่องทางออนไลน์ที่สร้างการเติบโตให้กับวอริกซ์ได้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีการขยับงบการตลาดสำหรับช่องทางออนไลน์ขึ้นมาเป็นแกนหลัก เนื่องจากได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ทั้งช่องทางของแบรนด์เองรวมถึงช่องทาง e-Commerce ต่างๆ

หมัดเด็ด ทีมชาติไทย

ถ้ามองแบบผิวเผินก็อาจจะเป็นแนวทางในการเติบโตเพื่อขยายตลาดของแบรนด์ แต่ในเชิงกลยุทธ์วอริกซ์ได้วางเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น คือการเป็น Key Player ในตลาดระดับเอเชีย ซึ่งการค่อยๆ รุกคืบออกสู่ต่างประเทศทีละน้อยๆ ก็เป็นการติดอาวุธความเเข็งแกร่งให้กับแบรนด์ไปเรื่อยๆ

หมัดฮุกที่ซัดแบบชนะน็อกได้ก็คือการใช้สิทธิ์ในชุดเเข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยส่งแบรนด์วอริกซ์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว เพราะวันนี้วงการฟุตบอลไทยได้ขยับตัวขึ้นเข้าสู่ตลาดในระดับเอเชียแล้ว การที่วอริกซ์ได้สิทธิ์นี้ก็เหมือน กับการทำให้แบรนด์เป็นที่ปรากฏในสายตาของแฟนบอล ผู้เล่น นักเตะ หรือคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระดับเอเชียเช่นกัน ที่เหลือก็อยู่ที่คุณภาพสินค้าว่าจะทำให้พวกเขายอมรับได้อย่างไร

จนตอนนี้เสื้อทีมชาติไทยแบรนด์วอริกซ์สามารถทำยอดขายได้กว่า 4 ล้านตัวต่อปีเลยทีเดียว นับว่าเสื้อทีมชาติไทยเป็นบันไดจากแบรนด์ไทยที่วาริกซ์ค่อยๆ ก้าวเดินขึ้นไปโดยมีเป้าหมายเป็นเเบรนด์ระดับเอเชียได้เลยทีเดียว

เข้าสู่ปีที่ 3 ของการได้สิทธิ์ทีมชาติไทย ที่มาในคอนเซ็ปต์ “Now or Never” ปลุกพลังนักเตะและแฟนบอลทีมชาติไทยเตรียมพร้อมสู้ศึกใหญ่แห่งเอเชีย สู้ศึกแรกแห่งศักราชใหม่ไปด้วยกัน โดยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุดในโลก นำมาออกแบบและผลิตชุดแข่งขันที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมาเพื่อนักเตะทีมชาติไทย ด้วยคุณสมบัติเด่น ทั้งการระบายอากาศและถ่ายเทความร้อนดีเยี่ยม การรักษาสมดุลของอุณหภูมิร่างกาย การดูดซับความชื้น การป้องกันรังสียูวี ช่วยเพิ่มความมั่นใจแก่นักเตะทุกคน เพื่อส่งเสริมให้สามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างเต็มศักยภาพ มาพร้อมกับโลโก้สวยงาม น้ำหนักเบา

โดยทำชุดแข่งขันออกมาเป็น 3 แบบได้แก่ ชุดแข่งขันสำหรับนักเตะ (Warrix Player Jersey) ชุดแข่งขันสำหรับแฟนบอล (Warrix Replica Jersey) และ เสื้อเชียร์ทีมชาติไทย (Warrix Cheer Jersey) เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งปีนี้ พิเศษมากขึ้นกว่าเดิมตรงที่ชุดแข่งขันทั้ง 3 แบบถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์เดียวกัน ตอกย้ำการรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งนักเตะและแฟนบอลทั่วประเทศ

ทั้งหมดเป็นการวางกลยุทธ์ของวอริกซ์ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับ สร้างสินค้าด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ สร้างโอกาสจากการมองหาตลาดใหม่ๆ อยู่เสมอ สร้างช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมและหลากหลาย

วิศัลย์ มองว่า อีก 5 ปีจากนี้ จะมียอดขายรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท ขึ้นเป็นผู้นำตลาด 1 ใน 3 แบรนด์ใหญ่ของตลาด Sportswear พร้อมกับปูทางระดมทุนเตรียมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ต่อไป

ถึงอย่างไร BrandAge Online ขอส่งแรงเชียร์ไปยังแบรนด์ไทยทุกแบรนด์ที่กล้าขยับตัวเองขึ้นไปทัดเทียมกับแบรนด์ต่างชาติ สู้ๆ นะครับ

Brand

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.