มากกว่าการขายตั๋วผ่านแอพ คือการเพิ่มโอกาสทางการขาย ของเมเจอร์กับแอพตัวใหม่ Super APP

Jan 10, 2019 S.Worapol

ถ้าพูดถึงแอพพลิเคชั่นคงจะเป็นอะไรที่ท้าทายมากถ้าแบรนด์คิดจะสร้างหรือทำมันขึ้นมา จากข้อมูลการศึกษาของ Google กับ TNS ออสเตรเลีย ในหัวข้อ “Mobile App Usage Study” โดยได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้งานแอพพลิเคชั่นของคนในเอเชียแปซิฟิกรวมถึงประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างรวม 10,000 คน ในประเทศไทยมีกลุ่มตัวอย่าง1,000 คน อายุเฉลี่ยตั้งแต่ 18-65 ปี

พบว่าคนไทยมีการติดตั้งแอพพลิเคชั่นในมือถือเฉลี่ยคนละ 32 แอป โดยมี 16 แอปเป็นแอปที่มีการติดตั้งมาจากในเครื่อง และอีก 16 แอปติดตั้งเอง ในจำนวนนี้มีถึง 10 แอปที่ไม่เคยใช้งานเลย

นั่นหมายความว่าการที่จะทำให้ลูกค้าโหลดแอพของแบรนด์มาไว้ในมือถือเป็นอะไรที่ยากกว่าทำให้ลูกค้าใช้แอพซะอีก

ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับหลายแบรนด์ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีมาขับเคลื่อนแบรนด์ต้องมาหาคำตอบว่า นอกเหนือจากการมีเทคโนโยีที่ทันสมัยแล้วอะไรคือสิ่งทำคัญที่ทำให้แบรนด์เข้าไปนั่งในใจของผู้บริโภคได้

Community ของคนรักหนัง

แต่การแก้โจทย์นี้ของเมเจอร์ค่อนข้างมีความน่าสนใจ เพราะการมองข้ามช๊อตจากการสร้างแอพขายตั๋วมาเป็นแอพที่สร้าง Community ของลูกค้าที่สามารถสร้าง Engagement ในมิติต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม

หลายครั้งที่แบรนเ์เดินหน้าสร้างแอพพลิเคชั่นโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มยอดขายก็มักจะทำให้แอพนั้นไม่เข้าไปอยู่บนหน้าจอมือถือของลูกค้า การพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ “Super APP” ในครั้งนี้จึงถูกปรับวิธีคิดการทำงานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ระบบ โครงสร้าง และฟีเจอร์ต่างๆ เพื่อให้เป็นแอพพลิเคชั่นที่สร้าง Engagement ได้มากที่สุด

ถ้านึกถึงแอพของแบรนด์โรงหนังก็คงจะนึกถึงการซื้อตั๋วและดูรอบ อย่างแอพเดิม Major Movie Plus แต่ด้วยนโยบาย Major 5.0 ที่ทุกขั้นตอนของการทำงานต้องให้เป็น Digital ทั้งหมด ทุกอย่างต้องอยู่ในมือถือ

ฟีเจอร์ต่างๆ ที่ออกมาใน Super APP มีการเพิ่มช่องทางการจองตั๋วหนังและการชำระเงินออนไลน์ รวมถึงความเชื่อมกับ Facebook Ticketing, Major Chat Bot, Merchants Ticketing, QR Payment, Pay by Points และ Major Quick Payment 

ผนึก เอ็มเทล พัฒนา Super All ด้วยระบบ AI

สำหรับแอพพลิเคชั่นใหม่ “Super APP” เมเจอร์ได้ เอ็มเทล ผู้ให้บริการด้าน Digital Solution Provider อันดับหนึ่งของฮ่องกง มาร่วมพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ให้เป็น Smart Application โดยเอ็มเทลถือว่ามีความเชี่ยวชาญในการสร้างแอพพลิเคชั่น โดยที่ผ่านมาได้ทำสตาร์บัคส์ใช้งานทั้งหมด 16 ประเทศ แอพวัตสันใช้ในอาเซียน ส่วนในประเทศไทยได้ทำแอปให้เมเจอร์ กับแมคโดนัลด์ และการร่วมมือกันครั้งนี้ถือว่าเป็นการร่วมทุนกันของเมเจอร์ในสัดส่วน 70% และเอ็มเทล 30%

โดยจุดเด่นของ Super APP จะเชื่อมโยงบริการและประสบการณ์ด้านภาพยนตร์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตั้งแต่บริการด้านภาพยนตร์ ในการค้นหาข้อมูลหนังตลอดจนการทำรายการซื้อบัตรชมภาพยนตร์และการมาใช้บริการที่โรงภาพยนตร์ รวมถึงระบบ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะทำให้การดูหนังเป็นเรื่องง่าย สะดวก รวดเร็ว สามารถเข้าใจ เข้าถึงพฤติกรรมลูกค้าผู้ใช้

นรุตม์  เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า “วันนี้เราไม่ได้พัฒนา Super APP เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกคน เเต่เราพัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์แต่ละคน ซึ่งเทคโนโลยีจะเป็นตัวช่วยในการส่งมอบประสบการณ์ใช้งานและสร้างแอพพลิเคชั่นโรงหนังกลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงที่ครบครัน”

การลบ Pain Point ต่างๆ ของการซื้อตั๋วแบบเดิมๆ บนแอพก็หมดไปด้วย AI ที่เข้าใจพฤติกรรมทำให้การซื้อตั๋วรวดเร็ว 3 คลิ๊กก็ได้ QR Ticket เพื่อชมภาพยนตร์ได้เลย ด้วยระบบ AI อัจฉริยะที่จะช่วยจดจำพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในการชมภาพยนตร์ จะช่วยเลือกโรงภาพยนตร์ รอบฉาย และที่นั่งที่ถูกใจให้กับคุณ นี่คือหนึ่งในตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาเพื่อให้แบรนด์สามารถสร้าง Engagement กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สร้างโอกาสการใช้งาน สร้างโอกาสการขาย

อย่างที่บอกว่าการพัฒนาแอพพลิเคชั่นของเมเจอร์ครั้งนี้ถูกคิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในโลกเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการทำให้คนเข้ามาใช้ทุกวันแม้จะไม่ได้ดูหนัง ซึ่งนั่นก็นำมาซึ่งการกระตุ้นโอกาสในการขายในกับเมเจอร์ด้วย

แต่ความยากก็คือจะทำยังไงให้คนเข้ามาในแอพบ่อยๆ ทำให้ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นถูกเขียนโดยเชื่อมโยงกับ Ecosytem ต่างๆ ในอุตสาหกรรม

เริ่มต้นจากการเป็นศูนย์รวมข้อมูลด้านภาพยนตร์สำหรับคุณ สามารถหาข้อมูลภาพยนตร์, เช็คหนังฮอตที่เพื่อน ๆ คนรักหนังพูดถึง หรือ ร่วมสนุกกับกิจกรรมชิงรางวัลมากมาย ใน Major Live ซึ่งสามารถเรียกได้ว่าเป็น Social Media ของคนรักหนัง

อีกทั้งยังใส่โปรแกรมส่งเสริมการขายกับสินค้าและบริการอื่นๆ ภายในเครือ รวมถึงการขยายออกนอก Ecosytem ไปยังร้านอาหาร การช้อปปิ้ง ซึ่งทั้งหมดถูกวางไว้เพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้แอพพลิเคชั่นแม้ว่าจะยังไม่ได้คิดจะดูหนังก็ตาม เรียกได้ว่าเป็นการสร้างแพลตฟอร์มของแบรนด์ขึ้นไปอีกขั้น

นรุตม์ ตั้งเป้ากับยอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นตัวใหม่ที่ 5 ล้านดาวน์โหลด และเพิ่มยอดลูกค้าจองตั๋วผ่านแอพพลิเคชั่นมากขึ้นเป็น 20% หรือ 7.8 ล้านใบ จากทั้งหมดที่ตั้งไว้ในปีนี้ 39.4 ล้านใบ

ส่วนช่องทางการขายอื่นๆ เดิมในปีที่แล้วมีสัดส่วนของคีออส 71% Box Office 21% และแอพพลิเคชั่น 8% ในปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากแอพพลิเคชั่น ส่วนBox Office เหลือ 5% และตู้คีออส 75%

แน่นอนว่าการพัฒนาแอพครั้งนี้ของเมเจอร์มาแบบจัดเต็มทั้งฟีเจอร์และโปรแกรมต่างๆ ที่จะดูดลูกค้าให้อยู่ในอาณาจักรความบันเทิงนี้ แต่ถ้ามองถึงการลงทุนพัฒนาที่ได้ร่วมทุนกับเอ็มเทล ก็ทำให้เราเห็นว่านี่อาจจะเป็นโอกาสในการใช้ฐานข้อมูลเพื่อพัฒนาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของเครือเมเจอร์เลยก็ว่าได้

สุดท้าย นรุตม์ยังได้ เปรยว่า การพัฒนา Super App ของเมเจอร์กับเอ็มเทลในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบในการขายแอพให้กับธุรกิจโรงภาพยนตร์ทั่วโลก

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีหลายมิติให้เราได้ศึกษากันจริงๆ

Major

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.