21,137
VIEWS

Fashion ยิ่ง Fast ยิ่งเจ็บ เรียนรู้ทางออก 2 แบรนด์ดัง Fast Fashion

Apr 23, 2020 A.Kanitha

ธุรกิจแฟชั่น Fashion ถือเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก จากมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ ร้านค้าหลายๆ ร้านต้องปิดตัวลง แต่หากลงลึกไปถึง Fast Fashion อาการสาหัสมากกว่าหลายเท่านัก เพราะขึ้นชื่อว่า แบรนด์ที่มีการเปลี่ยนแปลงของสต๊อกสินค้ารวดเร็ว ย่อมได้รับผลกระทบเร็วกว่าแบรนด์อื่น พูดง่ายๆ คือ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น

ZARA ให้นางแบบทำ DIY Photoshooting

หลังจากที่ Inditex ยักษ์ใหญ่ฟาสต์แฟชั่นสัญชาติสเปน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ Zara ต้องปิดร้านกว่า  4,000 แห่ง หรือครึ่งหนึ่งของโลกใน 39 ประเทศ และต้องบันทึกสินค้าคงเหลือสำหรับฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนกว่า 287 ล้านยูโร หรือ 1.02 หมื่นล้านบาท เนื่องจากไม่สามารถนำมาวางจำหน่ายในร้านค้าได้

และนี่คือสิ่งที่แบรนด์ Zara ทำหลังจากวิกฤตโรคระบาด ประการแรก ปรับเปลี่ยนโรงงานในสเปน เพื่อหันมา ผลิตเสื้อกาวน์สำหรับใช้ในโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังเตรียมใช้ประโยชน์จากสายการผลิตที่กว้างขวางของ ZARA รวมถึง จากซัพพลายเออร์ของตน โดยเฉพาะในจีน ในการช่วยจัดเตรียมและจัดทำอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับผ้าที่จำเป็น ต้องใช้ต่างๆ เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ แว่นตา และหมวก โดยอุปกรณ์ทั้งหมด ตั้งเป้าจัดส่งให้กับแพทย์และ โรงพยาบาลทั่วสเปน

ตามมาด้วยการออกแคมเปญในช่วงล็อคดาวน์ผ่านเว็บไซต์ ZARA โดยส่งคอลเลคชั่นเสื้อผ้าไปให้นางแบบ เพื่อให้นางแบบถ่ายแบบในบ้านของตัวเอง หรือ DIY Photoshooting แทนจากการถ่ายในสตูดิโอ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจ หากเราเข้าไปในหน้าเว็บไซต์ ZARA ในต่างประเทศแล้วจะพบว่า ฉากหลังของบรรดาเหล่านางแบบที่สวมชุด ZARA จะเป็นโซฟา บันไดบ้าน หรือห้องนั่งเล่นภายในบ้านของเธอเอง แต่ทุกคนยังคงต้องรักษาลุคของแบรนด์ไว้ โดยนางแบบ แต่ละคนจะต้องหน้าสดไร้เมคอัพ และทำผมแบบเรียบง่ายที่สุด  

แล้ววิธีที่ฉลาดแบบนี้ก็ได้ผลไม่น้อย เพราะความเรียลสดไร้การปรุงแต่งแบบนี้ ไม่เพียงแต่แสดงให้ถึงความ สวยงามแบบ Craft เท่านั้น แต่ยังสะท้อนสไตล์ของแบรนด์ที่ทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้มากกว่าเดิม

นอกจากนี้ ZARA ยังออกโปรโมชั่นหั่นราคา ด้วยการเสนอส่วนลด 20% และจัดส่งฟรีในบางพื้นที่ พร้อมลดราคา 50% สำหรับสินค้า เช่น เสื้อคลุมขนสัตว์ และชุดผ้าลินิน เป็นต้น

Pomelo ปรับทุกจุดเพื่อฉุดยอดขาย

ข้ามมายังแบรนด์ Pomelo ซึ่งเป็น Fast Fashion ในช่องทาง E-Commerce กันบ้าง ตั้งแต่เกิดวิกฤตโรคระบาด เป็นต้นมา วันนี้ Pomelo เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นบ้างแล้ว จากการที่ผู้คนนั้นหันมาจับจ่ายผ่านทางออนไลน์แพลตฟอร์ม มากขึ้น  

แต่ทุกอย่างก็เกิดขึ้นจากการปรับตัวในทุกมิติของ Pomelo ตามความต้องการของผู้บริโภค และทำความเข้าใจ ลูกค้าให้มากขึ้น

เริ่มจากการปรับเปลี่ยนสินค้าตามความเป็นอยู่ของผู้คนในช่วง Work from Home เช่น  ชุดที่ใช้สำหรับอยู่บ้าน ชุดนอน ชุดที่ให้ความสะดวกสบายในการอยู่บ้านมากขึ้น หรือผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต โดยไม่ละเลยที่จะสร้าง ปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอยู่เรื่อย ๆ ผ่านการออกโปรโมชันต่างๆ

แม้จะเป็นแฟชั่น E-Commerce ก็จริง แต่ Pomelo เข้าหากลยุทธ์แบบออนไลน์มากขึ้นกว่าเดิม ด้วยการทำ Social Media Campaign ทำงานร่วมกับ Influencer และทำ Live Streaming แทนการทำ Fashion Show

มากไปกว่านั้นยังปรับระบบบริการ Delivery ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดย Pomelo ได้เริ่มทำ Delivery แบบวันเดียว ที่ทำให้ลูกค้านั้นสามารถที่จะรับของได้ในวันต่อไปหลังจากสั่ง ส่วนกลยุทธ์เรื่องราคาก็เป็นสิ่งที่ Pomelo ทำมากขึ้นเช่นกัน เพื่อรองรับกำลังซื้อของลูกค้าที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เราจึงเห็นความถี่ของโปรโมชั่นที่บ่อยมากขึ้น ออก Collection ที่หลากหลายขึ้น และเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเป็น เพื่อให้การซื้อขายนั้นดำเนินต่อไปอย่างไม่สะดุดไปตามสถานการณ์

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.