ตลาดรถยนต์ครึ่งปีหลังส่งสัญญาณบวก หลังครึ่งปีแรกโควิด-19 ทำติดลบกว่า 37%

Jul 29, 2020 P.Narata

โตโยต้ารายงานสถิติการจำหน่ายรถยนต์ครึ่งแรกของปี 2563 ด้วยตัวเลขภาพรวมติดลบกว่า 37% แต่ตลาดในช่วงครึ่งปีหลังเริ่มส่งสัญญานบวก จึงประมาณว่าจะปิดปีได้ที่ 660,000 คัน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและระดับโลก ทำให้ตลาดรถยนต์ในประเทศและส่งออกหดตัวในช่วงไตรมาส 1 ต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 2 ทั้งนี้จากการผ่อนปรนให้ธุรกิจสามารถกลับ มาดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องภายใต้มาตรการที่ภาครัฐกำหนด มีการคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 เศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

สถานการณ์ครึ่งปีแรก

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  กล่าวว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จากเดิมมีการคาดการณ์ตลาดรวมในประเทศของปี 2563 อยู่ที่ 940,000 คัน โตโยต้าจึงตั้งเป้าหมายการขายรถยนต์ไว้ที่ 310,000 คัน โดยในช่วงไตรมาส 1 ตัวเลขยอดขายตลาดรวมมีอยู่ประมาณ 200,000 คัน คิดเป็น 76% ของยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่โตโยต้ามียอดขายอยู่ที่ 56,200 คัน คิดเป็น 65% ของยอดขายในช่วง เวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

“นับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมา จากการที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการของตลาดลดลงอย่างฉับพลัน ทั้งตลาดรถยนต์ในประเทศและตลาดการส่งออก ทำให้สภาวะการดำเนินธุรกิจของประเทศไทยโดยรวมนั้นมีความแตกต่างออกไปจากแผนที่เราคาดการณ์ไว้โดยสิ้นเชิง”

โตโยต้า จึงได้ประกาศหยุดสายการผลิตชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน จนถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ประกอบกับลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายฯ มีปริมาณลดลง แม้ว่าโตโยต้าจะหยุดสายการผลิตชั่วคราว แต่พนักงานยังมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นโอกาสในการซ่อมบำรุงเครื่องจักร และเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ รวมถึงการพัฒนาทักษะ และความสามารถของพนักงาน

ในส่วนของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั้ง 155 แห่งทั่วประเทศ มีความพยายามรักษาสถานะการจ้างงานของพนักงานทุกคน โดยพนักงานขาย และพนักงานที่ทำหน้าที่ดูแลหลังการขายได้ใช้ช่องทางออนไลน์ และโซเชียลมีเดียในการติดต่อลูกค้า พร้อมเชิญลูกค้านำรถยนต์เข้ามาซ่อมบำรุงที่ศูนย์บริการ หรือจัดให้มีบริการซ่อมบำรุงแบบเคลื่อนที่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ลูกค้าสามารถดูแลรักษารถยนต์ของตนเองได้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดนี้

“หลังการหยุดสายการผลิตชั่วคราว ตลาดรถยนต์ของไทยในช่วงไตรมาส 2 ลดลงเหลือ 128,500 คัน คิดเป็น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยโตโยต้ามียอดขายอยู่ที่ 38,100 คัน หรือคิดเป็น 45% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในทางกลับกันหากพิจารณาถึงยอดจำหน่ายรายเดือนของช่วงไตรมาส 2 จะเห็นได้ว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงค่อยๆ ฟื้นตัว เป็นผลจากการที่รัฐบาลทยอยออกมาตรการผ่อนคลายต่างๆ ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น”

 

สถิติการตลาดรวม 6 เดือนแรก (ม.ค. – มิ.ย.)

• ปริมาณการขายรวม 328,604 คัน ลดลง 37.3%

• รถยนต์นั่ง 119,716 คัน ลดลง 42.0%

• รถเพื่อการพาณิชย์  208,888 คัน ลดลง 34.2%

• รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 166,409 คัน ลดลง 35.6%

• รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 149,432 คัน ลดลง 33.7%

สถิติการขายรวมของโตโยต้า 6 เดือน (ม.ค. – มิ.ย.)

• ปริมาณการขายโตโยต้า 94,222 คัน ลดลง 45.1% ส่วนแบ่งตลาด 28.7%

• รถยนต์นั่ง 29,926 คัน ลดลง 50.4% ส่วนแบ่งตลาด 25.00

 รถเพื่อการพาณิชย์  64,296 คัน ลดลง 42.2% ส่วนแบ่งตลาด 30.8%

• รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 56,265 คัน ลดลง43.3% ส่วนแบ่งตลาด 33.8%

• รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 49,622 คัน ลดลง 41.5% ส่วนแบ่งตลาด 33.2%

แนวโน้มตลาดรถยนต์ปี 2563

มร.ซึงาตะ คาดการณ์ว่า ผลกระทบที่เกิดกับภาคธุรกิจยานยนต์ของประเทศไทยยังถือว่าไม่รุนแรง เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน และการฟื้นตัวของประเทศไทยดูจะรวดเร็วกว่า ดังนั้นจึงอาจจะยังไม่ควรที่จะประเมินสถานการณ์ให้สูงจนเกินไป

“แนวโน้มของตลาดรถยนต์ไทยน่าจะไปในทิศทางที่ดี และสถานการณ์จะไม่แย่เท่ากับที่เคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งผมหวังว่าประเทศไทยจะเป็นผู้นำในการฟื้นตัวให้กับทวีปเอเชียทั้งหมดในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ นอกจากแนวโน้มเชิงบวกที่เห็นได้จากยอดจำหน่ายรายเดือนแล้ว ประเทศไทยยังประสบความสำเร็จในการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ซึ่งมีผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมงานเป็นจำนวนมาก และเมื่อพิจารณาสัญญาณบวกเหล่านี้แล้ว เราจึงได้ปรับตัวเลขคาดการณ์ยอดขายรถยนต์ในปี 2563 เป็น 660,000 คัน คิดเป็น 65% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

สำหรับโตโยต้า ในช่วงครึ่งปีแรกนั้นได้ปรับแผนการดำเนินงานทั้งในส่วนของการผลิตและการขาย เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์รุ่นใหม่ๆ สามารถแนะนำออกสู่ตลาดได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังจะเร่งเดินหน้าทำการ ตลาดอย่างเต็มที่ โดยมีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ เป็นตัวขับเคลื่อน

โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา โตโยต้าได้เปิดตัวรถยนต์ไฮลักซ์ รีโว่ใหม่ และฟอร์จูนเนอร์ใหม่ ภายใต้แนวคิด "Unbeatable" หรือ “พลังแกร่งเหนือนิยาม” สะท้อนภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งของประเทศไทยและคนไทย ดังที่พิสูจน์ได้จากความสามารถในการควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคได้ โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 2 รุ่นนี้ ได้รับการชื่นชมในเชิงบวกจากลูกค้า ซึ่งการเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นยอดขายให้สูงขึ้นไปอีก

 

นอกจากนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โตโยต้ามีการเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุด “โคโรลล่า ครอส” ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของโตโยต้า เพราะเป็นรถยนต์ในเซ็กเม้นต์ที่โตโยต้าไม่เคยทำตลาดมาก่อน และได้ทำการติดตั้งแอพพลิเคชั่น T-Connect ในรถยนต์รุ่นใหม่ทั้ง 3 รุ่นดังกล่าว ถือเป็น “ระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะ” โครงการแรกของโตโยต้าในเอเชีย จากการพัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัท โตโยต้า และกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนโตโยต้าภายใน ประเทศไทย ทั้งนี้ เทคโนโลยี T-Connect จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบติดตามเมื่อเกิดการโจรกรรม การค้นหาตำแหน่งรถ บริการผู้ช่วยส่วนตัว เป็นต้น

“จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายรุ่น ส่งผลให้เราปรับเป้าหมายยอดจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าในปี 2563 นี้ใหม่เป็น 220,000 คัน คิดเป็น 66% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือเท่ากับ 33.3% ของส่วนแบ่งทางการตลาด หากในอนาคตตลาดมีแนวโน้มในเชิงบวกมากขึ้น เราก็จะท้าทายตัวเองด้วยการปรับเป้าหมายให้เพิ่มสูงยิ่งขึ้นไปอีก”

 

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศ ปี 2563

• ปริมาณการขายรวม 660,000 คัน ลดลง 34.5%

  รถยนต์นั่ง  225,100 คัน ลดลง 43.5%

  รถเพื่อการพาณิชย์ 434,900 คัน ลดลง 28.6%

  รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 346,015 คัน ลดลง 29.7%

  รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 310,000 คัน ลดลง 28.2%   

ประมาณยอดขายรถยนต์ในประเทศของโตโยต้า ปี 2563

 ปริมาณการขายรวม  220,000 คัน ลดลง 33.8%  ส่วนแบ่งตลาด 33.3%

  รถยนต์นั่ง  62,800 คัน ลดลง 46.6%  ส่วนแบ่งตลาด 27.9%

  รถเพื่อการพาณิชย์ 157,200  คัน ลดลง 26.8% ส่วนแบ่งตลาด 36.1%

  รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 135,600 คัน ลดลง 29.3% ส่วนแบ่งตลาด 39.2%

  รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)  121,000 คัน ลดลง   26.9% ส่วนแบ่งตลาด 39.0%​

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรก 2563 โตโยต้ามียอดการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวนทั้งสิ้น 97,000 คัน ลดลง 30% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่เมื่อได้เห็นสัญญาณเชิงบวกจากในภูมิภาคโอเชียเนีย และบางประเทศในทวีปเอเชีย โตโยต้าจึงปรับการคาดการณ์การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปสำหรับปีนี้ทั้งปีอยู่ที่ 194,000 คัน หรือคิดเป็น 73% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

“ในส่วนของการผลิตรถยนต์ของโตโยต้าก็เป็นไปตามสภาวะของตลาดรถยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเหนือกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ ดังนั้นจำนวนการผลิตรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2563 จะอยู่ที่ 408,000 คัน คิดเป็น 71% เมื่อเทียบกับยอดการผลิตของปีที่ผ่านมา” มร.ซึงาตะ กล่าว

 

ผลการดำเนินงาน

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos film porno swinger xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com