3,810
VIEWS

โธมัส พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี “Anitech คิดแบบ Startup ทำแบบ SME มีระบบแบบมหาชน”

Nov 02, 2020 S.Vutikorn

ในมุมมองของ โธมัส พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป จำกัด ผู้ก่อตั้ง Anitech เขามองว่า วิกฤติ COVID-19 ทำให้เกิดปรากฏการณ์ Next Normal ขยายความคือ หลายสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไป และจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป

กระนั้นก็ดี โธมัสก็ยังเชื่อว่า ทุกๆ วิกฤติจะมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ...

แม้ว่าวิกฤติครั้งนี้จะฉุดรั้งยอดขายของบริษัทให้ตกลงซึ่งเป็นไปตามสภาวะการของเศรษฐกิจทั่วโลก แต่โธมัสพบว่ามีบางกลุ่มสินค้ากลับมีความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ Wellness & Hygiene ซึ่งทำให้ Anitech ตัดสินใจเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ Anitech LAB+ SERIES ขึ้นมา

“ประเทศไทยเก่งเรื่องดูแล COVID-19 แต่เชื่อไหมว่าไม่มีแบรนด์ไทยที่ดูแลเรื่องนี้อย่างครบวงจรจริงๆ ไทยเรามีคนเก่งด้านสาธารณสุขเยอะ แต่ว่าเรื่องธุรกิจก็เป็นอีกเรื่อง

Anitech LAB+ SERIES พัฒนาสินค้าใหม่ จากความสามารถเดิม คือ Innovation Base เราชอบตรงนี้ เราใช้ Brand DNA นี้มาต่อยอด เรียกว่า LAB+ SERIES หน้าที่ของเราที่บอกไว้ตั้งแต่แรกคือ นำความสุขมาสู่บ้าน ตอนนี้ไม่พอแล้ว ตอนนี้ต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยเราด้วย”

 ที่ผ่านมา Anitech ถือเป็น Tech Company สายเลือดไทยที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาตลอด โดยนับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา Anitech มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 600 เท่า มีการจำหน่ายสินค้าไปมากกว่า 10 ล้านชิ้นแล้ว ซึ่งทำให้โธมัสมั่นใจว่าการแตกธุรกิจใหม่ครั้งนี้มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูง

 “เราดูแลคุณภาพสินค้าได้ดีมาก สินค้ามีปัญหาของเรามีสัดส่วนแค่ 0.54% หรือสินค้า 1,000 ตัวจะมีปัญหาเพียงแค่ 5 ตัว เราเชื่อว่าจุดนี้จะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในแบรนด์ของเรา”

โธมัสยังเล่าย้อนความให้ฟังว่าจุดเริ่มต้นของ Anitech ก็ไม่ต่างจาก Startup หรือ Tech Company ชั้นนำของโลกที่เริ่มจากสินค้าอุปกรณ์มือถือ ก่อนจะขยายธุรกิจไปกลุ่มสินค้าคอมพิวเตอร์, Home Device, Home Appliance และล่าสุดก็คือ กลุ่มสินค้า Personal Care ในหมวด Wellness & Hygiene

“สินค้ากลุ่ม Personal Care เราพัฒนามา 2 ปีแล้ว ในไทม์ไลน์ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปี แต่พอ COVID-19 มาเรา Pivot ธุรกิจ เปลี่ยนไทม์ไลน์ใหม่ให้เหลือ 2 อาทิตย์ เราคิดแบบ Startup คือต้องไว ทำงานแบบ Agile เริ่มจาก Pain Point ใหญ่คือ การระบาดอย่างรุนแรง ทำให้สินค้าหลายอย่างขาดตลาด สินค้าที่มีวางจำหน่ายบางส่วนก็ไม่มีคุณภาพ แถมต้องมาเจอคนฉวยโอกาส เราอยากจะเข้าไปแก้ปัญหา คือ ต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์คุณภาพที่เชื่อใจได้ ใช้งานได้ หรือการสร้างสินค้ากลุ่มนี้ให้มี Reliable”

เมื่อมารวมกับ Mega Trends ของโลกที่มีเรื่องของ Health & Wellness

โดยตัวเลขของ Statista ได้รายงานว่าสินค้ากลุ่มสุขอนามัยส่วนบุคคลและครัวเรือน ในปี 2020 ทั่วโลกมี 928,966 ล้านบาท ในเอเชียมีมูลค่าประมาณ 310,716 ล้านบาท ส่วนในประเทศไทยมีมูลค่าราว 17,262 ล้านบาท ก็ยิ่งทำให้ Anitech มั่นใจว่ากลุ่มสินค้าใหม่นี้จะไปได้ดี

โธมัส อธิบายเพิ่มเติมว่า Anitech ถือเป็น Startup ก็จริง แต่มีการทำงานหลายด้านที่ดึงเอาจุดเด่นของ SME มาใช้งาน โดยเฉพาะอย่ายิ่งในเรื่องของการเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค

“ผมเชื่อว่าทุกคนเป็นเหมือนกันคือ ตอนนี้คนส่วนใหญ่มีความกังวล เช่น เวลาซื้อสินค้ากลุ่มนี้หลายคนจะมีความแคลงใจในการอ้างสรรพคุณของสินค้า บางคนก็วิตกกังวลเวลาที่ต้องไปใช้บริการในที่สาธารณะ หรือกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นไม่มีใครอยากไม่สบายตอนนี้

ดังนั้นสิ่งที่ Anitech LAB+ SERIES ทำก็คือ การนำเสนอ Value Proposition ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวิจัยและพัฒนา และจดสิทธิบัตรคุ้มครอง การพัฒนาสินค้าให้ครบไลน์ ได้มาตรฐาน และแน่นอนที่สุด คนที่ซื้อสินค้าของเราต้องเกิดความสบายใจ เพราะเราใช้วิธีการรับประกันสินค้าทุกชนิดเหมือนกับกลุ่มเทคโนโลยี”

 

 การเปิดตัวกลุ่มธุรกิจใหม่ในครั้งนี้ Anitech ได้มีการแบ่งกลุ่มสินค้าออกเป็น 3 หมวดหลักด้วยกันคือ

1.กลุ่มสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์สุขอนามัยส่วนบุคคลและผลิตภัณฑ์สำหรับครัวเรือน (Personal and Home Care) อาทิ น้ำยาอิเล็กโทรไลต์สำหรับฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิว, น้ำยากำจัดไรฝุ่นสูตรออร์แกนิก, น้ำยาล้างผักไร้สีไร้กลิ่น, น้ำยาทำความสะอาดและขจัดคราบเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็กแบบไม่ต้องใช้น้ำ

 2. กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อสุขอนามัย (Health and Hygiene Devices) อาทิ เครื่องฟอกอากาศ, เครื่องดูดไรฝุ่น, ตู้รองเท้าที่ติดตั้งเครื่องฆ่าเชื้อ UV-C, เครื่องผลิตน้ำยาอิเล็กโทรไลต์แบบ DIY, อุปกรณ์ฆ่าเชื้อภายในห้องด้วยแสง UV-C เอามาทำงานแบบสมาร์ท ดีไวซ์ เอาแพลทฟอร์มมาช่วย IOT ย้ายที่ แล้วสั่งเครื่องให้ทำงาน ให้ทำงานผ่าน IOT Platform พวกนี้คือสิ่งที่สังคมต้องการ

3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment) หรือ PPE อาทิ ถุงมือ, หน้ากากอนามัย, Face Shield, ชุด PPE โดยทาง Anitech คาดว่าในปีแรกของการเปิดตัวจะสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 45 ล้านบาท

 “เรื่องการสร้างความแตกต่างของแบรนด์ Anitech เป็นสินค้าแบรด์เดียวที่รับประกันสูงสุด 50,000 บาท เพราะว่าเราเป็นน้องใหม่ในอุตสาหกรรม เราต้องทำมากกว่า เราต้องทำให้คนมั่นใจ สินค้าบางอย่างของเราเป็นแค่น้ำยาทำความสะอาด บางทีคนมองไม่ออก เพราะเรากำลังต่อสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็น ดังนั้นเราต้องสร้างความมั่นใจ การรับประกันคุณภาพสินค้าจาก Third Party เป็นการบอกผู้บริโภคว่าเราทำงานมากกว่า เราพยายามมากกว่า เพื่อซื้อความมั่นใจ สินค้าหมวดนี้การแข่งขันยังไม่รุนแรงถึงขนาดตัดราคา เว้นแต่ตลาดแอลกอฮอล์ที่แข่งขันรุนแรง สำหรับตลาดน้ำยาฆ่าเชื้อต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ต่างประเทศเกือบหมด

สินค้ากลุ่ม Wellness & Hygiene ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากประเทศจีน บางส่วนไม่มีการรับรองมาตรฐาน เน้นแข่งด้านราคาเป็นหลัก เราเชื่อว่าเรามีสินค้าครบที่สุด ต้องการเป็น One Stop Shopping ใครต้องมองหาสินค้ากลุ่มนี้ ต้องตระเวนหา เราเลยทำเรื่องนี้ให้ครบวงจร แต่ต้องใช้ความพยายามสูงมาก”

สำหรับแผนงานระยะยาว โธมัสกล่าวว่ายอดขายของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้น่าจะทำยอดขายให้บริษัทคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปี

“S-Curve ใหม่มาเราไม่ได้ไปลดตัวเลขของเก่า แต่เราใช้วิธีการหัดเขียนหนังสือ 2 มือ เราต้องหัดอีกข้างให้ถนัดมากที่สุด เร็วที่สุด ที่ผ่านมาเราคิดแบบ Startup ทำแบบ SME มีระบบแบบบริษัทมหาชน ตอนเกิดวิกฤติเราไม่มีเวลาคิดนาน ถ้าทำแบบเดิมไม่ทันแน่นอน ต้อง Agile ต้องใช้แนวคิดแบบ Startup ที่ทำกัน ใช้เครื่องมือ ใช้การหาพาร์ทเนอร์ เน้นที่ความรวดเร็ว ขณะเดียวกัน เราก็เป็น SME เราทำอะไรต้องตอบโจทย์สังคมได้ เราต้องอยู่รอดแบบมีกำไร เราต้องวิ่งไปหาลูกค้า ต้องคำนึงถึงความเสี่ยง เรื่อง Cash Flow ทุกอย่างที่ทำต้องตอบโจทย์ความต้องการของผูบริโภค ส่วนการทำงานเราทำแบบมหาชนคือ ทุกอย่างต้องมีระบบ ระเบียบ ต้องมีการบันทึกที่ถูกต้อง ทำระบบบัญชีที่ถูกต้องและต้องดีด้วย ถ้าเราละเลยระบบไปจะมีปัญหา นอกจากนี้เรายังต้องทำธุรกิจที่จอบโจทย์พันธกิจ คือ สร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคน Anitech ต้องการเป็นแบรนด์ที่อยู่รอบตัวคนตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน เป็น Lifestyle Company ที่อยู่กับคนทั่วไปตลอดเวลา”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp