3,932
VIEWS

Tadashi Yanai ผู้ก่อตั้ง Uniqlo ชายผู้สร้างตำนานแฟชั่นให้เอเชีย

Nov 13, 2020 P.Patikom

Tadashi Yanai คือเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Fast Retailing ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Uniqlo ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของญี่ปุ่นโดย นิตยสาร Forbes

เขาคือผู้สร้างตำนานแฟชั่นให้กับประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

 

ผู้นำด้านนวัตกรรม

ทุกวันนี้แทบจะไม่พบใครในญี่ปุ่นที่ไม่เคยซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจาก Uniqlo เลย

Tadashi Yanai ได้เคยเขียนไว้เมื่อปี 2003 ว่า “ชุดลำลองเป็นชุดที่ทุกคนสามารถสวมใส่ได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างอิสระ ถ้าเราสามารถขายเสื้อผ้าลำลองสำหรับทั้งชายและหญิงได้จำนวนมาก นั่นจะเป็นความสำเร็จอย่างมาก” 

เรียกว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทำให้ Uniqlo กลายเป็นจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยแล้ว

ปัจจุบัน Uniqlo มีสาขามากกว่า 2,200 แห่งในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และปัจจุบันเป็นธุรกิจค้าปลีกเสื้อผ้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

Tadashi Yanai ในวัย 71 ปีเคยกล่าวว่า “ยุคนี้เป็นยุคที่ผู้คนพยายามอย่างสุดหัวใจเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตด้วยวัตถุ ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ผู้คนแต่งตัวเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้อื่น

ในความคิดของ Tadashi Yanai เขาเชื่อว่าในปัจจุบันผู้คนต้องการเสื้อผ้าที่ช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่เป็น “วิถีชีวิตที่มีคุณภาพสูง” หรือจะกล่าวว่าเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตตัวเองก็คงไม่ผิด

Tadashi Yanai สัญญากับตัวเองว่าจะปรับปรุงสินค้าและพัฒนาต่อไปโดยพิจารณาอย่างลึกซึ้งถึงทุกแง่มุมของความต้องการในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคเป้าหมาย

ปัจจุบันนี้ Uniqlo วางปรัชญาการทำงานและพัฒนาสินค้าแฟชั่น โดยเน้นการผสมผสานกันได้อย่างง่ายดายที่สุด เพื่อสื่อว่า Uniqlo คือเสื้อผ้าที่ดีที่สุดในชีวิตประจำวัน (The Ultimate Everyday Clothing ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า LifeWear

แนวความคิดเรื่อง LifeWare ทำให้ Uniqlo ต้องพยายามค้นหาเทรนด์แฟชั่นที่ตรงกับความต้องการของตลาดอยู่ตลอดเวลา LifeWear ของ Uniqlo จึงถูกปรับเปลี่ยนไปตามกระแสของโลกตลอดเวลา เช่น การระบาดของ COVID-19 ในปีนี้ Uniqlo ก็มีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ออกสู่ตลาด เช่น หน้ากากอนามัยป้องกันที่หายใจได้สะดวก, กางเกงวอร์มที่เป็นมิตรกับการถูกกักตัวเพื่อดูอาการโรค, เสื้อยืดผ้าเจอร์ซี่ Zoom Call Chic นอกจากนี้แล้ว Uniqlo ยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่ทำงานจากที่บ้านบนเว็บไซต์ และผ่านการโฆษณา

Tadashi Yanai กล่าวกับ Nikkei Asia ว่า “COVID-19 เป็นวิกฤตใหญ่สำหรับบริษัทต่างๆ ทั่วโลก แต่ก็เป็นโอกาสใหญ่เช่นกัน บริษัทที่ประสบความสำเร็จมักจะต้องผ่านวิกฤตก่อนเสมอ”

หน้ากาก AIRism เป็นตัวอย่าง เป็นสัญลักษณ์ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุดของอัจฉริยะในการสร้างแบรนด์ของ Uniqlo เพราะทันทีที่มีการเปิดตัวในเดือนมิถุนายนหน้ากากนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น

หน้ากาก AIRism ยังมีบทบาทในการดึงดูดลูกค้าให้กลับมาที่ร้านค้าจริงของ Uniqlo หลายคนเข้าคิวนานหลายชั่วโมงเพื่อซื้อสินค้า

“COVID-19 เป็นศูนย์กลางของความสนใจของผู้บริโภค มาตรการด้านความปลอดภัยเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดึงดูดลูกค้า”

หลังจากการระบาดของ COVID-19 Fast Retailing ถูกผลกระทบกดดันให้ต้องปิดสาขาหลายแห่งทั่วโลก โดยมียอดขายลดลงเกือบ 40% ในเดือนมีนาคม - พฤษภาคม โดยยอดขายของบริษัทในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนสิงหาคมปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 1.9 ล้านล้านเยน (17.9 พันล้านดอลลาร์) ลดลง 13% จากปีก่อน

แต่ Uniqlo ก็ยังได้รับการไว้วางใจและช่วยเหลือจากลูกค้าที่ยังคงซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องแม้จะมีความเสี่ยงก็ตาม ส่งผลให้ยอดขายกลับมาเป็นที่น่าพอใจ โดยยอดขายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบยอดขายในสาขาเดียวกันในญี่ปุ่นในช่วงเวลาเดียวกันของปีนี้กับปีที่ผ่านมา ยอดขายสาขาเดียวกันนี้รวมถึงอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้น 26% ยอดขายรายเดือนจนถึงเดือนกันยายนก็เพิ่มขึ้นมีอัตราเติบโต 10%

ที่น่าสังเกตคือ แม้ว่าการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์จะสร้างพฤติกรรมใหม่ให้กับผู้บริโภค แต่ Tadashi Yanai ก็ยังคงเชื่อมั่นในร้านค้าที่เป็นร้านค้าจริง ซึ่งต้องเจอกับวิกฤตร้ายแรงในปีนี้จะยังคงกลับมาไปได้ดีเหมือนเดิมในอนาคต

“อีคอมเมิร์ซ คือโลกเสมือนจริงซึ่งเป็นการเลียนแบบโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่เหนือกว่าร้านค้าจริงแบบดั้งเดิม”

ในความเปลี่ยนแปลงนี้ Tadashi Yanai กลับมองเห็นช่องว่างในการผสมผสานทั้ง 2 รูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดย Tadashi Yanai เชื่อว่าร้านค้าจริงที่ให้บริการลูกค้าได้ดีจะยังคงเติบโต แต่ขณะเดียวกันบริษัทก็ต้องพยายามผสมผสาน 2 ช่องทางเข้าด้วยกัน (Omni Channel)

ความสำเร็จของ Uniqlo ที่ฮาราจูกุ คือตัวอย่างของส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับแผนการที่จะรวมร้านค้าที่เป็นร้านค้าจริงผสมผสานเข้ากับโลกดิจิทัล ร้านที่ฮาราจูกุมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์มากถึง 200 ชิ้น ที่แสดงคำแนะนำสไตล์ และรายการสินค้าที่ Uniqlo นำเสนอทั้งในร้านค้าจริงและทางออนไลน์

เบื้องหลังชีวิตของชายที่ชื่อ Tadashi Yanai

เกือบชั่วชีวิตของ Tadashi Yanai นั้นเรียกว่าไม่เคยห่างไกลจากตลาดค้าปลีก Tadashi Yanai เริ่มต้นการทำงานช่วงสั้น ๆ หลังจบการศึกษาได้รับปริญญาในเครือซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ Aeon ต่อมาในปี 1972 เขาได้ย้ายมาอยู่กับบริษัทเสื้อผ้าที่พ่อของเขาก่อตั้งในจังหวัดยามากุจิ เขาเปิดร้าน Uniqlo แห่งแรกในปี 1984 กิจการร้านประสบความสำเร็จด้วยดี

ในปี 1998 Tadashi Yanai ตัดสินใจเปิดร้านสาขาแรกในโตเกียวในฮาราจูกุ เปิดตัวท่ามกลางเศรษฐกิจหลังฟองสบู่ของญี่ปุ่น ในตอนนั้น Uniqlo เป็นเพียงแค่ร้านขายเสื้อผ้าราคาถูกเท่านั้น รายได้ของบริษัท เพิ่มขึ้น 5 เท่าระหว่างปี 1998 ถึง 2001

ความสำเร็จของ Uniqlo ส่วนหนึ่งมาจากการใช้กลยุทธ์ราคาซึ่งคนส่วนใหญ่จับต้องได้ ทำให้เกิดยอดขายที่มามหาศาล คำสั่งซื้อที่เข้ามาเป็นจำนวนมากส่งผลดีไปยังอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งช่วยให้ Uniqlo สามารถทำงานร่วมกับผู้ผลิตสิ่งทอได้ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อผลิตวัสดุพิเศษเฉพาะจำนวนมากในราคาต่ำ

สำนักข่าว Nikkei ยังรายงานว่า เคยมีบริษัทสิ่งทอของญี่ปุ่นรายหนึ่ง บอกกับ Tadashi Yanai ว่าให้ผลิตสินค้าด้วยการประหยัดต้นทุน แต่ Tadashi Yanai ไม่เห็นด้วย

“เราต้องการอะไรเพื่อทำสิ่งที่เขาต้องการให้เราทำ” Tadashi Yanai กล่าว

ทุกวันนี้ Uniqlo มีการสร้างพันธมิตรอื่นๆ ที่รวมถึงการร่วมมือกับผู้ผลิตเครื่องถัก Shima Seiki Mfg สำหรับคอลเลคชั่น 3D Knit ที่ไร้รอยต่อ และประสบความสำเร็จในการยกระดับคุณภาพการดีไซน์ โดยการเปิดตัวคอลเลคชั่นปกติกับดีไซเนอร์ชั้นนำ เช่น Christophe Lemaire และ Ines de la Fressange

ปัจจุบันนี้ในวัย 71 ปี Tadashi Yanai ยังคงนั่งบริหารงานในตำแหน่ง Chairman และ President and CEO ของ Fast Retailing

Tadashi Yanai เคยวางแผนงานที่จะเกษียณอายุตัวเองเมื่ออายุ 65 ปี และ อีกครั้งตอนอายุครบ 70 ปี แต่ทุกวันนี้ Tadashi Yanai ยังคงแข็งแรงแม้จะมีอายุ 71 ปีแล้ว

หลายคนสงสัยว่า การขับเคลื่อนอย่างไม่หยุดยั้งของ Uniqlo แบบที่เป็นอยู่จนปัจจุบันจะไปได้แค่ไหน หากเขาถอนตัวจากการเป็นผู้บริหาร

Tadashi Yanai เคยกล่าวไว้เมื่อหลายปีก่อนว่า “เป็นไปไม่ได้ที่จะลาออกจากการเป็นประธานในขณะที่เราเร่งขยายตัวไปทั่วโลก”

 

เมื่อ Tadashi Yanai ลาออกจากคณะกรรมการของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนด้านเทคโนโลยี SoftBank Group ในปลายปี 2019 โฆษกของบริษัทได้กล่าวว่า Tadashi Yanai วางแผนที่จะมุ่งเน้นไปที่งานของเขาเอง ในการดำเนินธุรกิจ Fast Retailing

Tadashi Yanai เป็นผู้บริหารที่ไม่เพียงต้องการให้ธุรกิจของตนเติบโตต่อเนื่อง แต่ยังต้องการการเปลี่ยนแปลงและเติบโตที่มากขึ้น

ต้องยอมรับว่าความสมดุลของคุณภาพและราคาสินค้าของ Uniqlo คือปัจจัยหลักที่ทำให้สินค้าได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค ซึ่งทำให้ Uniqlo ครองส่วนแบ่งตลาดในตลาดเอเชียเพิ่มขึ้น

ทุกวันนี้ Uniqlo ยังมีการขยายเครือข่ายออกไปอย่างกว้างขวาง โดยกำหนดกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายไปที่กลุ่มลูกค้าทุกวัย และทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งหมายความว่าตลาดที่มีศักยภาพในระยะยาวสำหรับ Uniqlo นั้นใหญ่กว่า Zara

Takahiro Saito CEO บริษัทที่ปรึกษาด้านการค้าปลีกแฟชั่น Demand Works และผู้เขียนหนังสือเรื่อง Uniqlo VS Zara ได้กล่าวว่า ในที่สุด Uniqlo จะได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่ 1 ของโลก ในแง่ของรายได้ แต่เขายังกล่าวว่า แต่ก็ยังคงอยู่เบื้องหลัง Zara ในด้านการทำกำไร

Inditex ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Zara สร้างรายได้ 31,500 ล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิ 4 พันล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo สร้างรายได้จากยอดขาย 20,700 ล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนสิงหาคม 2019 อ้างอิงข้อมูลจาก Quick-FactSet

การที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปซื้อทางออนไลน์มากขึ้น Uniqlo จึงเสียเปรียบเมื่อเทียบกับ Zara ในการแข่งขันเพื่อสร้างผลกำไร Saito ได้ชี้ให้เห็นว่า สินค้าของ Uniqlo มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับสินค้าตามเทรนด์ของ Zara 

รายได้จากอีคอมเมิร์ซของ Uniqlo ในปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 11% ของยอดขายของ Fast Retailing ทั้งหมด ส่วน Inditex ซึ่งมียอดขายมากกว่า Fast Retailing มีรายได้จากอีคอมเมิร์ซคิดเป็น 14 % ของยอดขายทั้งหมดในปีงบประมาณ 2019

สำหรับปีงบประมาณ 2019 Uniqlo มีเป้าหมายที่จะเพิ่มอัตราส่วนรายได้จากอีคอมเมิร์ซขึ้นเป็น 30%

กล่าวได้ว่า Uniqlo ประสบความสำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์ในการปลูกฝังความภักดีของลูกค้าชาวญี่ปุ่น จะติดก็เพียงแค่ว่าพื้นที่ที่จะเติบโตในตลาดญี่ปุ่นมีจำกัด ดังนั้น Fast Retailing จึงมองว่า เอเชียจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญของบริษัทในอนาคต

Tadashi Yanai กล่าวว่า ในอนาคตจีนแผ่นดินใหญ่จะมีจำนวนร้าน Uniqlo ติดอันดับสูงสุด เมื่อเทียบกับร้านค้าในญี่ปุ่นที่มีจำนวนโดยรวมที่ 814 แห่งรวมทั้งแฟรนไชส์ โดยในปัจจุบันจีนแผ่นดินใหญ่มีร้าน Uniqlo ถึง 782 แห่งแล้ว ณ สิ้นเดือนกันยายน ซึ่งจำนวนดังกล่าวแซงหน้าญี่ปุ่นไปแล้วในแง่ของร้านค้าที่บริษัทดำเนินการโดยตรง รวมทั้งยังแซงหน้าร้านค้าของ H&M และ Zara ในจีน

จีนยังถือเป็นศูนย์กลางการผลิตหลักสำหรับ Fast Retailing โดยทางบริษัทได้เข้ามาตั้งฐานการผลิตครั้งแรกในเซี่ยงไฮ้ตั้งแต่ปี 1999 ก่อนที่จะเปิดตัวร้านค้าแห่งแรกในปี 2002

หลังจากการได้เข้าศึกษาเกี่ยวกับการเมืองและเศรษฐศาสตร์ Tadashi Yanai มีมุมมองที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับโลก เขากล่าวว่า โลกกำลังเคลื่อนตัวจากเดิมที่มีตะวันตกเป็นศูนย์กลางมาเป็นเอเชียเป็นศูนย์กลาง ซึ่งญี่ปุ่นและธุรกิจต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะเลือกข้างได้

“ญี่ปุ่นกำลังอยู่ตรงกลาง ญี่ปุ่นสามารถเป็นสะพานเชื่อมสำหรับทั้งสองฝ่าย” Tadashi Yanai กล่าว และอธิบายเพิ่มเติมว่า เพื่อนำทางไปสู่การเปลี่ยนแปลง คนที่ทำธุรกิจต้องมีมุมมองทางประวัติศาสตร์และมีโลกทัศน์

“ชาวจีนโพ้นทะเลยังคงมีอำนาจทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คุณต้องร่วมมือกับพวกเขา” Tadashi Yanai ยกตัวอย่าง

ปัจจุบัน Uniqlo มีร้านค้าประมาณ 60 แห่งในอเมริกาเหนือ และ 100 แห่งในยุโรป ร้านค้า Uniqlo ในเมืองสำคัญ ๆ เช่น นิวยอร์ก มิลาน และปารีส เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ในระดับโลก ในขณะที่บริษัทมีแผนงานออกมาในปี 2013 ว่า จะเปิดร้านค้า 200 แห่งในสหรัฐอเมริกาภายในปี 2020

Tadashi Yanai กล่าวว่า Uniqlo มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนร้านค้าที่เป็นร้านจริง เนื่องจากร้านค้าปลีกต้องเผชิญกับการระบาดของโรค ในญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Uniqlo โดยคาดว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของร้านค้ากว่า 800 แห่งในญี่ปุ่น จะได้รับการปรับปรุงใหม่ในแง่ของการดีไซน์หรือสถานที่ตั้ง

“การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้บริโภค คือ พวกเขาจับจ่ายซื้อของในละแวกใกล้เคียง” Tadashi Yanai ตั้งข้อสังเกต และให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ร้านค้าของ Uniqlo จำนวนมาก อาจย้ายจากศูนย์ค้าปลีกไปยังย่านที่อยู่อาศัยในชนบท 

“รายได้จากยอดรขายและราคาค่าที่ดินไม่สัมพันธ์กัน” เขาอธิบาย ร้านค้าใจกลางเมืองมีความสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่นักท่องเที่ยว Inbound ในอนาคตอาจจะไม่จับจ่ายเงินซื้อสินค้ามากเท่าที่เคย

ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ Uniqlo ยังไม่มีขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Amazon ของสหรัฐอเมริกา Tadashi Yanai อธิบายถึงเรื่องนี้โดยอ้างถึง Amazon และ Alibaba Group ของจีนว่า บริษัทใช้บริการของ Amazon เช่น Cloud Computing แต่ Uniqlo ได้รับประโยชน์เพียงเล็กน้อยในการเป็นหนึ่งในแบรนด์ต่างๆ ในห้างสรรพสินค้าออนไลน์ของผู้อื่น

Fast Retailing จึงเน้นการทำธุรกิจออนไลน์ด้วยการพยายามสร้างเน็ตเวิร์คของตัวเองมากกว่า

นับตั้งแต่เปิดคลังสินค้าอัตโนมัติ สำหรับการขายอีคอมเมิร์ซในย่านอาริอาเกะของโตเกียวในปี 2018 Fast Retailing มีการจัดตั้งคลังสินค้าแห่งที่ 2 ในญี่ปุ่นในปีนี้ นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะเปิดคลังสินค้าที่คล้ายกันในตลาดอื่นๆ

เมื่อปีที่แล้ว Uniqlo เข้าสู่เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่มีศักยภาพสำหรับบริษัทอย่างก้าวกระโดด

ณ สิ้นเดือนกันยายน Uniqlo มีสาขา 251 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และออสเตรเลีย Tadashi Yanai บอกกับ Nikkei ว่าเมื่อปีที่แล้วว่า เขาคาดการณ์ว่าในอนาคตยอดขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะแตะระดับเดียวกับจีนในที่สุด

การมองโลกในแง่ดีสำหรับการเติบโตของ Tadashi Yanai ส่วนใหญ่มาจากความศรัทธาในการเติบโตของชนชั้นกลางในเอเชีย

“เรากำลังจะตั้งร้านค้าให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกล่องเงินกล่องทอง ซึ่งมักจะมีอัตราการเติบโตสูงแม้ว่าจะชะลอตัวลงบ้างเนื่องจาก COVID-19 ก็ตาม”

Tadashi Yanai ยังมีความหวังเกี่ยวกับเอเชียในการจ้างผู้มีความสามารถ โดยยกตัวอย่าว่าในอินเดียเราจ้างบัณฑิตจำนวนมากและทุกคนก็ฉลาดมาก

ในขณะที่สหรัฐและยุโรปเต็มไปด้วยคู่แข่งที่ขายสินค้าพื้นฐานราคาต่ำ ตลาดเกิดใหม่ยังคงเป็นสนามรบใหม่ที่ไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจน Kensuke Kojima ที่ปรึกษาด้านการค้าปลีกแฟชั่น ได้แนะนำว่า Uniqlo มีข้อได้เปรียบเหนือ Zara และ H&M ในเอเชียเนื่องจากโดยทั่วไปออกแบบมาสำหรับรูปร่างของคนเอเชีย

Tadashi Yanai กำลังคิดถึงประเภทของผู้บริโภคที่จะเกิดขึ้นหลังการแพร่ระบาด ซึ่งจากวิกฤต COVID-19 ทำให้บริษัทรับรู้ข้อเท็จจริงที่ว่า COVID-19 ระบาดอย่างรวดเร็วคือข้อพิสูจน์ว่าโลกไม่ได้ถูกแบ่งแยก

“แทนที่จะแบ่งแยกผู้คน COVID-19 กลับทำให้ผู้คนได้ตระหนักในความจริงที่ว่า ลัทธิฝ่ายเดียว (Unilateralism - ลัทธิที่สนับสนุนการกระทำโดยฝ่ายตนเองฝ่ายเดียว และเพิกเฉยต่อความคิดเห็นหรือผลกระทบต่อฝ่ายอื่น) และ ทวิภาคี (Bilateralism) ไม่ดี ซึ่งจุดนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ เพราะทุกคนเริ่มคิดถึงชีวิตและความตาย”

Tadashi Yanai กล่าวทิ้งท้ายในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกที่ต้องตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคอยู่เสมอว่า “สิ่งนี้จะสะท้อนให้เห็นในส่วนต่าง ๆ ของการดำเนินชีวิต”

 

Cr : NIKKEI ASIA

source

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp