ทำไม “แฟชั่น” จึงเป็น “มาร์เก็ตติ้ง แพลตฟอร์ม” ที่ทรงพลัง ค้นคำตอบได้จากกลยุทธ์การทำตลาดของไฮเนเก้น

Nov 19, 2020 R.Somboon

โดยปกติ เราจะคุ้นชินกับการทำ “ไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้ง” ผ่านแพลตฟอร์มของ “มิวสิค” หรือไม่ก็ “สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง” ที่ว่ากันว่า การมอบประสบการณ์ผ่านทั้งเรื่องของกีฬา และดนตรี จะสามารถช่วย Engage ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพราะมาร์เก็ตติ้ง แพลตฟอร์มในรูปแบบดังกล่าว จะเข้าถึงไลฟ์สไตล์ได้แบบลงลึก การสร้าง Brand Experience ผ่าน 2 แพลตฟอร์มที่ว่านี้ จึงมีออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

แต่ในช่วง 2 – 3 ปีหลังมานี้ “แฟชั่น” ได้กลายมาเป็นอีกแพลตฟอร์มที่ถูกใช้ และค่อนข้างได้ผล เพราะจะเป็นเรื่องที่คนสนใจและอยู่ในกระแสของพวกเขา เมื่อประกอบเข้ากับการใช้สื่อในปัจจุบันที่เน้นในเรื่องของการสร้าง Engagement อย่างสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่ส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ก็คือการแชร์ ทำให้แฟชั่นกลายมาเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ให้เห็นอย่างหนาตามากขึ้น โดยเฉพาะกับการมีเป้าหมายในการขยายฐานของแบรนด์เข้าไปหากลุ่มที่เรียกว่า Young Generation

 

ส่วนรูปแบบการใช้ที่พบเห็นได้บ่อยก็มีตั้งแต่

1. การนำดีไซน์จากดีไซเนอร์ชื่อดัง หรือการนำความเป็นแฟชั่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำแพ็กเกจจิ้งที่เป็นลิมิเต็ด อิดิชั่น ซึ่งภาพของแพ็กเกจจิ้งในปัจจุบัน ไม่ได้ถูกใช้แค่การเป็นตัวห่อหุ้มสินค้าเท่านั้น แต่ยังกลายร่างจากการเป็น Silent Salesman หรือเซลส์แมนใบ้ที่เมื่ออยู่บนเชลฟ์แล้วไม่สามารถพูดคุยกับลูกค้าได้มาสู่การเป็นหนึ่งในเครื่องมือในการสร้าง Engagement ที่ค่อนข้างทรงพลัง ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือความสำเร็จของน้ำแร่เพอร์ร่าที่สามารถทะลุขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดน้ำแร่ ด้วยการใช้กลยุทธ์การ Collaborate กับดีไซเนอร์ชื่อดัง ในการดีไซน์ฉลากบนขวด ซึ่งเพอร์ร่า ทำออกมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นจุดขายอย่างหนึ่งของน้ำแร่แบรนด์นี้

2. นอกจากเรื่องของแพ็กเกจจิ้งแล้ว ยังมีเรื่องของการทำเมอร์เชนไดซ์ที่เน้นเรื่องของดีไซน์ และการเป็นสินค้าที่ไม่มีในท้องตลาดทั่วไปเป็นลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อสร้างแรงดึงดูดให้กับการนำเรื่องของ “แฟชั่น” เข้ามาสร้างเป็นแพลตฟอร์มทางการตลาด

3. การสร้างทัชพ้อยท์ที่เชื่อมโยงทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้ามามีส่วนร่วมทำให้เกิดการ Engage ที่สามารถต่อยอดหรือเชื่อมโยงไปสู่สร้าง Brand Equity หรือคุณค่าของตราสินค้า

4. การนำ “แฟชั่น” เข้ามาช่วยระบายสีสันในช่องทางขาย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดึงคนให้เข้ามาร่วมอยู่ในแคมเปญที่ทำ เป็นการสร้าง Brand Experience ผ่านแฟชั่นที่เป็นเรื่องใหม่ๆ แบบที่ไม่เคยมีให้ทำมาก่อน ซึ่งในส่วนดังกล่าวนี้ จะสามารถเชื่อมโยงจากแค่เรื่องของ Engage ไปสู่การขาย โดยจะมีการผสมผสานเครื่องมือทางการตลาดตัวอื่นๆ เข้าไป อาทิ การทำโปรโมชั่น เพื่อให้สามารถกระตุ้นการตัดสินใจซื้อให้เกิดขึ้นหลังจากที่ดึงคนเข้ามาสู่ช่องทางขายได้แล้ว

 

เบียร์พรีเมียม แบรนด์ อย่างไฮเนเก้น คือตัวอย่างในเรื่องของการใช้แพลตฟอร์มของ “แฟชั่น” มาใช้ในการทำตลาด ซึ่งไฮเนเก้น ทำมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดกัน โดยในปีที่แล้ว เป็นการนำดีไซเนอร์รุ่นใหม่เข้ามาช่วยสร้างสีสัน ส่วนในปีนี้ กับแคมเปญช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีคือ ไฮเนเก้น เฟสทีฟ แคมเปญ 2020 ที่มาภายใต้แนวคิด Because you’re one in a billion

ธีรภัทร พงศ์เมธี ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ไฮเนเก้น กล่าวว่า กลยุทธ์การตลาดของแบรนด์ไฮเนเก้น ยังคงชูเอาช่วงเทศกาล (Seasonal Marketing) มาเป็นส่วนหนึ่งในการทำกลยุทธ์เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์กับผู้บริโภคผ่านแนวคิดที่ทาง โกลบอลใช้ในการสื่อสารในช่วงไตรมาส 4 หรือ Festive 2020 นี้ โดยปีนี้แนวคิด Because you’re one in a billion ได้ถูกนำมา ใช้ในประเทศไทยสำหรับการทำการสื่อสารการตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนล้วนมีความพิเศษในตัวเอง และช่วงเทศกาลของการเฉลิมฉลองนี้ เราต้องนำความพิเศษนั้นส่งต่อไปยังกลุ่มผู้บริโภคเพื่อยกระดับประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคเพื่อสร้างความจดจำในแบรนด์และตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในกลุ่มตลาดเบียร์พรีเมียมให้กับผู้บริโภคนักดื่มคนไทย

ในแคมเปญที่นำเรื่องของแฟชั่นมาเป็นแกนหลักในการเล่นกับตลาดเบียร์พรีเมียมช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้นั้น ไฮเนเก้นจะทำแบบครบ 360 องศา ไล่ตั้งแต่

1.การดีไซน์แพ็กเกจจิ้งด้วยการออกแพ็กเกจจิ้งฉลากลายเฟสทีฟ อิดิชั่น 2020 ( Heineken® Festive Edition 2020) กว่า 30 ลาย ภายใต้แนวคิด “ Because you’re one in a billion” ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ไฮเนเก้น แบบแปลกๆ ต่างกว่าเดิม เพื่อสร้างสีสันให้โดดเด่นในช่องทางขาย

การเล่นกับแพ็กเกจจิ้งในครั้งนี้ ไฮเนเก้น พยายามที่จะใช้ Identity ของแบรนด์มาจับวางออกแบบให้ทันสมัยเป็นดีไซน์บนฉลากของผลิตภัณฑ์ที่มีไม่ซ้ำกันกว่า 30 ลายทั้งรูปแบบขวด และกระป๋อง ตอบโจทย์ในความพิเศษสร้างสีสันให้กับนักดื่มและนักสะสมตัวยงของแบรนด์ไฮเนเก้นในช่วงเทศกาลแห่งความสุขและการเฉลิมฉลอง ข้อสังเกตอย่างหนึ่งสำหรับการดีไซน์ในรูปแบบที่ว่านี้ก็คือ ไฮเนเก้น พยายามที่จะไม่ยัดเยียดแบรนด์ของตัวเองเข้าไปในตัวแพ็กเกจจิ้งที่ดีไซน์ใหม่นี้ แต่จะใช้ในเรื่องของ Identity ของแบรนด์ เพื่อจะเล่นกับความชอบของคนนิว เจน ที่ไม่ต้องการการยัดเยียดแบรนด์ให้กับพวกเขานั่นเอง

2.การใช้สื่ออย่างอินสตาแกรม ทำออกมาในรูปแบบของ ไฮเนเก้น วัน อิน อะ บิลเลี่ยน อินสตาแกรม ฟิลเตอร์ (Heineken® One in a Billion Instagram Filter) เพิ่มสีสันความสนุกบนโลกออนไลน์ พร้อมดึงความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ด้วยการออกแบบฟิลเตอร์สุดเก๋บนแอพพลิเคชั่น ในอินสตาแกรมสตอรี่ที่เปิดให้ทุกคนสามารถเซฟไปเล่นกับเพื่อนได้ อีกทั้งยังช่วยสร้าง User-Generated Content จากกลุ่มเป้าหมายที่มากขึ้นและเป็นอีกหนึ่งสีสันให้กับผู้บริโภคในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองนี้ 

3. แรปปิ้ง สตูดิโอ (Wrapping Studio) สตูดิโอจุดห่อของขวัญสุดพิเศษที่ตั้งขึ้น ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เพื่อเป็นการมอบความสุขในเทศกาลของการเฉลิมฉลองผ่านการห่อของขวัญแบบพิเศษด้วยเทคนิคสุญญากาศสุดล้ำ ที่มาพร้อมกับลายแพทเทิร์นแบบไม่ซ้ำใครของไฮเนเก้นกว่า 10 ลายที่ออกแบบมาโดยเฉพาะช่วงเฟสทีฟนี้เท่านั้น โดยไฮเนเก้นหวังเป็นการมอบประสบการณ์ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคผ่านเทศกาลช่วงปลายปี และตั้งเป้าหมายที่ 10,000 ชิ้นตลอดกิจกรรมตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม ในเงื่อนไขของการซื้อของในมูลค่า 1,000 บาท (รวมบิลได้) ต่อการห่อของ 1 ชิ้น ทั้งในศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และเอ็มควอเทียร์

4.สินค้าเมอร์เชนไดซ์ที่ใช้ดีไซน์ส่งตรงมาจากอัมสเตอร์ดัม ซึ่งจะเป็นอีกตัวเชื่อมโยงเข้าหาลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ โดยสินค้าเมอร์เชนไดซ์ที่ทำออกมานั้น จะเน้นไปที่การใช้ Identity ของแบรนด์ทั้งในเรื่องของสี และสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงมาสู่แบรนด์แทนที่จะยัดเยียดแบรนด์เข้าไปผ่านสินค้าเมอร์เชนไดซ์

5. ไฮเนเก้น สตาร์ เซเลเบรชั่น 2020 (Heineken® Star Celebration 2020) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์กับสถานที่แฮงก์เอาท์สุดคูล พื้นที่ของการเฉลิมฉลองและสังสรรค์กลางเมืองในบรรยากาศที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ด้วยรูปแบบของเลย์เอาท์พื้นที่ที่ไม่แออัดของศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ทำให้มีทั้งโซนนั่งกิน-ดื่มและโซนชิลล์ให้กลุ่มผู้บริโภคได้เลือกตามความชอบ พร้อมขับกล่อมด้วยดนตรีตลอดทุกค่ำคืนที่คงสไตล์เอกลักษณ์ความเป็นไฮเนเก้นแบบเฉพาะตัว

 

ในปีนี้ไฮเนเก้นจะเข้าไปจับมือกับพันธมิตรในช่องทางขายออนพรีมีส โดยใช้ดีไซน์เข้ามาช่วยสร้างให้เป็น Iconic ของลานเบียร์ทั่วประเทศ โดยจะมีแฟลกชิพอยู่ที่ลานหน้าห้างเอ็มควอเทียร์ และกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ กว่า 300 เอาท์เลต เป็นการเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีเพียงแค่ 12 เอาท์เลต

เป้าหมายของการนำแฟชั่นมาเล่นกับการทำ Brand Activation ในครั้งนี้ นอกเหนือจากเรื่องของการช่วยเพิ่ม Brand Equity แล้ว ไฮเนเก้น ยังมองถึงการเพิ่มยอดขายอีกด้วย โดยในเรื่องของแบรนด์นั้น ไฮเนเก้นต้องการสะท้อนภาพของการเป็นเบียร์พรีเมียมแบรนด์ระดับโลก ที่นำเสนอ Innovation เช่นเดียวกับการเป็น Trendsetter ที่สร้างสรรค์เทรนด์ใหม่ๆ ให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง

ส่วนในเรื่องของยอดขาย การเน้นปูพรมไปที่การแต่งแต้มสีสันในช่องทางขาย คืออีกหนึ่งความพยายามในการกระตุ้นยอดขายของตลาดเบียร์ที่ในปีนี้ ตลาดเบียร์โดยรวมน่าจะเติบโตแบบติดลบที่ตัวเลข 2 หลัก โดยตลาดเบียร์ในเซ็กเม้นต์เมนสตรีมที่มีลีโอเป็นผู้นำตลาด และเป็นเซ็กเม้นต์ใหญ่สุดได้รับผลกระทบมากที่สุดจากสถานการณ์ของโควิด – 19

ตลาดเบียร์ของบ้านเรามีช่วงที่ขายดีสุดอยู่ 2 ช่วง ช่วงแรกคือช่วงเดือน 3 – 4 ที่ตรงกับเทศกาลสงกรานต์ ส่วนอีกช่วงคือเดือน 11  - 12 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลแห่งความสุข การทำแคมเปญทั้งหมดของไฮเนเก้น จึงพุ่งเป้ามาที่การส่งมอบความสุขให้กับผู้บริโภค เพื่อที่จะกระตุ้นให้ดีมานด์กลับคืนมาสู่ตลาด โดยมีการมองกันว่า การระบาดของโควิด – 19 ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเบียร์ที่คนจะดื่มเบียร์ที่บ้านมากขึ้น ช่องทางขายแบบออฟพรีมีส หรือร้านค้าปลีก จึงกลับมาเติบโตได้ดี สิ่งที่เปลี่ยนไปอีกอย่างก็คือ ผู้บริโภคจะเลือกซื้อเบียร์ในแพ็กไซส์ที่ใหญ่ขึ้นทำให้ร้านค้าปลีกอย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต กลายเป็นช่องทางที่มีการขายได้ค่อนข้างมาก และไฮเนเก้น จะหันมาที่การทำสินค้าไซส์ใหญ่มากขึ้น เพื่อรับกับการปรับเปลี่ยนดังกล่าว.....

 

Strategy

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp