Bitcoin จะมาเปลี่ยนแปลงโลกจริงหรือ?

Jan 09, 2021 A.Kanitha

  • ตามประวัติศาสตร์ระบบการเงินโลกจะเปลี่ยนทุก 50 ปี เริ่มยุคใช้ทองคำแทนเงิน (Gold Standard) ปี ค.ศ.1929 จากนั้นเข้าสู่ยุคใช้ดอลลาร์เป็นเงินสกุลหลักโดยใช้ทองคำมาหนุน (Bretton Woods System) ใน ค.ศ.1945 และเข้าสู่ยุค Post Bretton Woods System ใช้เงินดอลลาร์เป็นสกุลหลักโดยไม่มีทองคำหนุน (Fiat Currency) ในปี ค.ศ.1971
  • ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์การเงินบ่งชี้ว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นในทุก 50 ปี ทำให้การเงินโลก และระบบการเงินใหม่เพื่อแก้ไขสิ่งผิดพลาดในอดีต
  • ปี 2021 คือปีที่ 50 หลังจากระบบการเงินเปลี่ยนไปครั้งล่าสุด โลกกำลังเข้าสู่ยุค Digital Currency เต็มตัวและ Bitcoin กำลังถูกจับตาว่าจะเป็นศูนย์กลางของสกุลเงินดิจิทัลที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเงินโลกครั้งใหม่
  • ค่าเงิน Bitcoin พุ่งทะยานเรื่อยมา จากยุคแรกที่เริ่มมีการซื้อขายแลกเปลี่ยน 10,000 BTC กับพิซซ่า 2 ถาดในปี ค.ศ. 2010 หรือคิดเป็น 1 BTC มีมูลค่าน้อยกว่า 0.01 เหรียญสหรัฐ ต้นปี 2021 มานี้ Bitcoin ทำสถิติค่าเงินขึ้นไปอยู่ที่ 34,800 เหรียญสหรัฐ หรือ 1.01 ล้านบาทต่อ 1 BTC

 

หลังเกิดเหตุการณ์ซับไพรม์ Bitcoin ได้ถือกำเนิดขึ้น และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา  Bitcoin ได้พิสูจน์ตัวเองในระดับโลกแล้วว่าเป็นสกุลเงินที่มีเสถียรภาพ ไม่ล่ม ไม่มีหยุดทำงาน ที่สำคัญไม่มีใครสามารถแทรกแซงได้ ซึ่งเป็นไปตามจุด ประสงค์ที่อยากให้เป็นสกุลเงินของประชาชนจริงๆ โดยไม่ถูกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำกับควบคุม

การกำหนดให้ Bitcoin มีจำนวนไม่เกิน 21 ล้าน BTC ทำให้ Bitcoin ไม่มีทางเฟ้อตามหลักการของ “ซาโตชิ นากาโมโตะ” ผู้พัฒนา Bitcoin โดยข้อมูลในเดือนธันวาคม 2563 พบว่ามีการขุดไปแล้ว 18.6 ล้าน BTC จึงเหลืออยู่ในระบบราว ๆ 2.5 ล้าน BTC นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าเงิน Bitcoin พุ่งทะยาน ประกอบกับเมื่อปีที่ผ่านมา PayPal ซึ่งมีผู้ใช้งาน 345 ล้านบัญชี ประกาศรับชำระการซื้อขาย Cryptocurrency ได้ผ่าน PayPal จากนั้นไม่นาน Apple Pay ซึ่งมีผู้ใช้งาน 400 ล้านบัญชีก็เปิดให้นักลงทุนซื้อ Bitcoin และ Cryptocurrency ผ่านแอพพลิเคชั่นได้ ทำให้ Bitcoin มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอกลุ่มและผู้ร่วมก่อตั้ง Bitkub กล่าวถึงเหตุผลที่ Bitcoin สามารถเข้ามาเปลี่ยน แปลงโลกได้ เพราะ Bitcoin ทำอะไรได้เยอะมากกว่ายุคการเงินที่ผ่านมาไม่สามารถทำได้ เช่น ไมโครเพย์เม้นต์ การโอนเงินข้ามประเทศได้เหมือนส่งสติกเกอร์โดยไม่มีค่าธรรมเนียม หรือสามารถทำให้คนที่ไม่มีบัญชีธนาคารสามารถใช้มือถือที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตเข้าถึงการบริการทางการเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

มากไปกว่านั้นเราสามารถนำทุกอย่างมาเทรดได้ ไม่จำกัดแค่หุ้นอย่างเดียว นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ในอนาคตของตลาด Digital Asset Exchange จะโตกว่าตลาดหลักทรัพย์ปกติหลายเท่า

“เพราะ Digital Asset Exchange เทรดทรัพย์สินได้มากกว่าหุ้น ตั้งแต่ที่ดิน เพชร ทอง ชื่อเสียง ลิขสิทธิ์ทางปัญญา ทุกอย่างสามารถนำมา Tokenize ได้ และให้ทุกคนมาเป็นเจ้าของร่วมกัน เนื่องจากมันเอาคอนเซ็ปต์ของหุ้นมาประยุกต์ใช้กับทรัพย์สินรอบตัวได้หมดเลย”

จิรายุส ยกตัวอย่างการเทรด Fans Token ซึ่ง Bitkrub กำลังเปิดให้บริการในปีนี้ว่า Fans Token คือกรณีของการนำชื่อเสียงมาเทรดกันในตลาด Digital Asset Exchange ซึ่ง Bitkrub ได้มีการจับมือกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังระดับประ เทศ เป็นกลุ่มยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามรวมกว่า 40 ล้านบัญชี ประกอบด้วย บี้เดอะสกา, เก๋ไก๋ สไลเดอร์, ปลื้ม VRZO, คิวเท โอปป้า และ SPD สไปรเดอร์

“Fans Token จะทำให้อินฟลูเอนเซอร์มีปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับของเขาได้ดีขึ้น อย่างทุกวันนี้ บี้เดอะสกาเดินไปตามท้องถนน แฟนคลับจะเอามือถือวิ่งเข้ามาร้องขอให้บี้ทำโน่นทำนี่ให้ เช่น ร้องเพลง หรือบอกให้ตั้งใจเรียนหน่อย เพราะเป็นไอดอล บี้ก็ต้องทำโดยที่ไม่รู้ว่าคนนี้เป็นแฟนคลับตัวจริงของเขาหรือเปล่า หรือถ้าเป็นจิรงๆ แฟนคลับคนนี้อยู่ในระดับไหน แต่หลังจากนี้ไปอาจจะมีการกำหนดว่า แฟนคลับที่ดูวิดีโอของเขา 1,000 คลิปขึ้นไปแล้วสแกนคิวอาร์โค้ดจะได้ 1เหรียญ Fans Token และทุกๆ 1,000 เหรียญสามารถนำมา Redeem เป็นแอ็กชั่นต่างๆ เช่น ขอเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ได้หนึ่งครั้ง เป็นต้น จะเห็นได้ว่าทุกคนต่าง Win-Win เพราะอินฟลูเอนเซอร์ได้ยอดวิวเพิ่มขึ้น และยังได้รู้ว่าแฟนคลับตัวจริงคือใคร แฟนคลับก็ Win เพราะได้สิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ หรือได้สิ่งที่มีมูลค่าทางจิตใจ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีแฟนคลับสายเปย์ที่ไม่มีเวลาดูคลิป ก็จะมาตั้งโต๊ะซื้อขายเหรียญที่ตลาด Bitkrub คนที่มีเวลาดูก็จะได้เงินจากการดูวิดีโอ แล้วทุกครั้งที่เกิดการเทรด Bitkrub จะแบ่งรายได้ให้กับอินฟลูเอนเซอร์”

จิรายุส ชี้ว่า Bitcoin ไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนวงการการเงินเท่านั้น แต่ยังจะเข้ามาเปลี่ยนวงการโฆษณา และวงการบันเทิงทั้งหมด ยกตัวอย่างอีกหน่อยเมื่อเราดูคอนเสิร์ตออนไลน์แล้วอยากให้ศิลปินร้องเพลงอะไร ทุกคนก็จะใช้เหรียญมาเบิร์นแข่งกันเพื่อประมูลให้ศิลปินร้องเพลงที่ตัวเองอยากฟัง

แล้วหัวใจสำคัญที่ทำให้ Bitcoin มีศักยภาพเช่นนั้นได้มาจากเทคโนโลยี Blockchain นั่นเอง

“เทคโนโลยี Blockchain ทำให้เกิดกลไกในการนำทุกอย่างมาแปลงเป็นสินทรัพย์ได้ เพราะหัวใจสำคัญของ Blockchain คือการจำกัดจำนวนบนโลกดิจิทัล สมัยก่อนที่ยังไม่มี Blockchain ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราอัพโหลดอย่างรูปภาพ ไฟล์งาน หรือเพลง เข้าไปในโลกออนไลน์ ทุกคนสามารถก๊อบปี้ได้ไม่จำกัดจำนวนทุกอย่างจึงเฟ้อจนไม่สามารถเทรดได้ พอเกิด Blockchain ทุกอย่างมีจำนวนจำกัดเลยเกิดเป็นมูลค่าขึ้นมา นั่นจึงทำให้ชื่อเสียงสามารถแปลงมาเป็นมูลค่าได้ ผ่านรหัสดิจิทัลที่มีจำนวนจำกัดที่แทนสิ่งเหล่านั้นในโลกออนไลน์”

แต่ทั้งหลายทั้งปวงในอีกด้านหนึ่ง Bitcoin ยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเองในหลายๆ ประเด็น เนื่องจากเป็นนวัตกรรมการเงินที่ค่อนข้างใหม่ “เงินเสมือน” ในโลกดิจิทัลที่ไม่มีตัวตนจริง ส่งผลให้การเก็บรักษาอาจจะเผชิญกับภัยคุกคามในโลกโซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นการถูกแฮ็กเกอร์โจรกรรมข้อมูล รวมทั้งภัยคุกคามจากไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ก่อความเสี่ยงต่อการสูญหายของ Bitcoin ได้ และยังมีประเด็นในเรื่องความผันผวนของค่าเงิน Bitcoin ในระยะยาวอีกด้วย

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp