9,397
VIEWS

สายมู-สายตาม-สายแจม การตลาดของคนอยู่เป็นในยุค VUCA World

Jan 21, 2021 J.Wara

ปีที่ผ่านมามนุษย์ประสบทั้งภัยธรรมชาติ โรคระบาดอย่างโควิด-19  ทำให้เศรษฐกิจถดถอยเกิดสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงเรียกว่า VUCA ซึ่งย่อมาจาก

Volatile สถานการณ์ที่มีความผันผวน เกิดจากภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก

Uncertain ไม่แน่นอน ซึ่งภาวะนี้ทำให้เราไม่สามารถคาดการณ์อนาคตได้

Complex สภาวะที่มีความซับซ้อน

Ambiguous สภาวะที่มีความคลุมเครือมาก

ซึ่งจากสภาพการณ์ปัจจุบันต้องบอกว่าเรากำลังอยู่ในโลกของ VUCA World อย่างเต็มตัว นักการตลาดจึงต้องตีโจทย์ให้แตกว่าอะไรที่จะนำพาแบรนด์และองค์กรให้ไปรอดได้ในสภาวการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้
 

The Uncertain World

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU เผยข้อมูลงานวิจัย “Marketing in the Uncertain World การตลาดของคนอยู่เป็น” ซึ่งสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,200 คน แบ่งเป็น 4 Generation ได้แก่ กลุ่ม Baby Boomer 6.7% กลุ่ม Gen X 17.4% กลุ่ม Gen Y 54.4% และกลุ่ม Gen Z 21.6% พบว่า ปัจจัยที่ทำให้คนไทยเกิดความกังวลและรู้สึกถึงความไม่แน่นอน คือ โรคอุบัติใหม่และโรคระบาด เช่น โควิด-19 76.8% ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น PM2.5 ไอเสีย ขยะล้นโลก 74.6% ด้านสังคม เช่น ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ความเห็นต่างในสังคม 65% ด้านเศรษฐกิจค่าครองชีพสูงและความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน 64% ด้านเทคโนโลยีที่ไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่  62.8% และสถานการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลกับชีวิตประจำวัน 62.6%

นอกจากนี้สถานการณ์ “Social Distancing” หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้เกิดปรากฏการณ์ 3 สิ่ง ได้แก่ คนไทยหันหน้าพึ่งสายมู หรือมีความเชื่อโชคลาง (Superstitious) เกิดสายตาม ที่มีความเชื่อในอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) และสายแจมซึ่งนิยมพูดคุยคลายเหงาในคอมมูนิตี้ออนไลน์ (Online Community)

สายมู FAITH

คนกลุ่มนี้ใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และโชคลางมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ จากผลสำรวจพบว่าคนไทยกว่า 52 ล้านคนเชื่อในโชคลางและนำมาใช้ในการตัดสินใจสิ่งต่างๆในชีวิต ซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่นักการตลาดน่าจะเข้ามาทำการศึกษาถึงพฤติกรรมเพื่อนำไปเป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาดกับคนกลุ่มนี้

ซึ่งหากมองเรื่องของช่องทางในการเปิดรับข้อมูลเรื่องโชคลาง ช่องทางโซเชียลมีเดียมาเป็นอันดับที่ 1 ผ่านช่องทาง ได้แก่ โซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ 73.8% บุคคลรอบข้าง เช่น พ่อแม่ พี่น้อง 59.6% ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้น ๆ 29.7% หนังสือพิมพ์และนิตยสาร 20.1% และสื่อโทรทัศน์และวิทยุ 19.6% โดย โดย 5 อันดับความเชื่อโชคลางที่มีผลต่อคนไทยมากที่สุดคือ

1.พยากรณ์ โหราศาสตร์ ลายมือ ไพ่ยิปซี เช่นการใช้พระโคพยากรร์วันพืชมงคล และคอนเทนต์ดูดวง ติด 1 ใน 3 ของคอนเทนต์ยอดนิยมของ Line Today

2.พระเครื่องวัตถุมงคล อย่างกระแสของไอ้ไข่ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น นอกจากนี้สายการบินยังมีการเปิดเส้นทางตรงไปนครศรีธรรมราชโดยใช้ไอ้ไข่มาเป็นแคมเปญในการทำการตลาด

3.สีมงคล เห็นได้ว่าช่วงปีใหม่จะมีการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับสีมงคลต่างๆไม่ว่าจะเป็นสีเสื้อมงคล สีกระเป๋าสตางค์มงคล ซึ่งเป็นโอกาสให้ร้านค้านำเรื่องของสีไปเป็นโอกาสในการขาย

4.ตัวเลขมงคล เช่น เบอร์โทรศัพท์ ซึ่งทำให้ค่ายโทรศัพท์มือถือนำมาเป็นช่องทางในการทำการตลาด เพราะเบอร์โทรเป็นการสร้าง Value ทางความรู้สึกได้ด้วย

5.เรื่องเหนือธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดกระแสรายการต่างๆ เช่น คนอวดผี

วรพล รัตนพันธ์ ทีม ศรัทธา.online ผู้ชนะเลิศ LINE HACK 2020 มองว่า Pain point ของคนบนและไปแก้บนเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนอาจจะเป็นเรื่องของการงาน ชีวิต ความรัก จึงเริ่มหาที่พึ่งทางใจ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีเป็นจำนวนมากขณะที่ความเชื่อดั้งเดิมยังอยู่แต่ไลฟ์สไตล์คนเปลี่ยนมาใช้ชิวิตบนโลกออนไลน์มากขึ้น จึงเป็นโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่อย่างแพลตฟอร์มรับแก้บน ด้วยไอเดียการแก้บนผ่าน LINE ปฏิวัติการแก้บนในยุคดิจิทัล ด้วยการนำ chatbot มาช่วยบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกในการบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ณฐอร นพเคราะห์ หมอดูต๊อกแต๊ก A4 พูดถึงเรื่องของการตลาดกับความเชื่อไว้น่าสนใจว่า ส่วนใหญ่งานที่ทำอยู่เป็น Content Creator มากกว่า ทุกวันนี้ทำ Content Online เป็นหลักไม่ได้เน้นเปิดรับดูดวง ที่ผ่านมาช่วงก่อนโควิด-19 คนจะดูดวงในเรื่องของความรัก แต่เมื่อมีโควิด-19 คนจะปรึกษาเรื่องของการงาน การเงินมากกว่า

“ช่วงโควิด-19 เรารับปรึกษาดวงทางออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆทำให้เราสามารถดูดวงคนที่อยู่ทั่วโลกได้ ไม่ต้องมาพบหน้ากัน พฤติกรรมของผู้บริโภคทุกคนเสพสื่อผ่านมือถือ ทุกเช้าทุกคนจะตื่นมาแล้วเปิดมือถือเช็คว่าวันนี้ควรใส่เสื้อผ้าสีอะไรถึงจะดี ปัจจุบันเราจึงเห็นคอนเทนต์ดูดวงเพิ่มมากขึ้น แต่ภาพลักษณ์ของหมอดูจะอยู่บนเส้นบางๆระหว่างความเชื่อกับความงมงาย บางแบรนด์จึงไม่กล้าที่จะจับหมอดูมาเป็น KOL เนื่องจากห่วงภาพลักษณ์ของสินค้าที่อาจจะถูกมองไปในเรื่องของความงมงาย เราจึงมองตัวเองว่าเราเป็น Influencer ที่สามารถทำ Content เกี่ยวกับดวงได้ โดยเน้นทำคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับดวงมากกว่าเปิดรับดูดวงซึ่งนั่นทำให้มีแบรนด์สินค้าเข้ามา Engage กับเรา เพราะเราวางโพสิชั่นนิ่งไว้อย่างชัดเจนว่าเราจะสื่อสารอะไร ใช้ช่องทางไหนเข้าถึงกลุ่มทาร์เก็ต

คนส่วนใหญ่ที่ดูดวงจะถามเกี่ยวกับเรื่องของงาน เงิน สุขภาพ ความรัก การไหว้ขอพร การเลือกสีมงคล ซึ่งจากข้อมูลตรงนี้เราก็นำมาทำเป็นคอนเทนต์ที่เข้าใจง่ายและเข้ากับกลุ่มทาร์เก็ตที่ติดตามเรา”

ปัจจุบันทำให้ หมอดูต๊อกแต๊ก A4  มีแบรนด์เข้ามาร่วมงานด้วย เช่น Grab Food,Flitflop,Lazada เป็นต้น

สายตาม INFLUENCER

กลุ่มคนที่ติดตาม Influencer หรือบุคคลบนสื่อสังคมออนไลน์ ผู้มีอิทธิพลต่อผู้ติดตามจำนวนมาก ที่สนใจเรื่องนั้นๆทั้งทางด้านของความคิดและการตัดสินใจซื้อ เป็นกระบอกเสียงให้กับแบรนด์ต่างๆในการรีวิว บอกต่อสินค้าไปถึงผู้บริโภคลักษณะของเพื่อนบอกเพื่อนว่าสินค้านั้นๆเป็นอย่างไร

ซึ่งจากการสำรวจมีสายตามที่ติดตาม Influencer ในประเทศไทยอยู่ถึง 47 ล้านคน พร้อมกันนี้ข้อมูลยังพบว่า Influencer มีอิทธิพลและผลต่อการรับรู้รวมถึงการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก โดยเหตุผลที่ติดตามจำนวน 81.9% เพราะเนื้อหา 69.2% ตามเพราะรูปแบบการนำเสนอ 45.3% ตามเพราะความน่าเชื่อถือ

แฟลตฟอร์มที่คนไทยใช้ติดตาม Influencer มากที่สุดในปี 2020 อันดับ 1 คือ Youtube จะเป็นสายตามที่เน้นไปในด้านของคอนเทนต์วิดีโอ อันดับ 2 Facebook คนตามแพลตฟอร์มนี้จะมีความเป็น Community ซึ่งต้องการเรื่องของการแชร์ความรู้ ประสบการณ์ต่างๆ อันดับ 3.Instagram ติดตามเพื่อดูไลฟ์สไตล์ ชีวิตประจำวันของคนที่ติดตามผ่านรูปภาพ

กลุ่มคนเจนเอ็กซ์และเบบี้ บูมเมอร์ นิยมใช้แฟลตฟอร์มอันดับ 1 คือ Facebook 2 Youtube กลุ่มคนเจนวายนิยมใช้แฟลตฟอร์มอันดับ1 Youtube 2 Facebook ส่วนกลุ่มคนเจนซีนิยมใช้แฟลตฟอร์มอันดับ 1 Youtube 2 Instagram

สายแจม ONLINE COMMUNITY

Online Community เป็นแหล่งรวมกลุ่มคนที่มีความสนใจเดียวกัน มีปัญหาเหมือนกัน ต้องการที่จะปรึกษาหาทางออก ค้นหาสิ่งที่ต้องการ แชร์ประสบการณ์ Community เหมาะกับคนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าหาลูกค้าสามารถเจาะเข้าไปใน Community ได้ ได้ทราบความต้องการของทาร์เก็ต

จากความกังวลและสถานการณ์ “Social Distancing” หรือ การเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้คนไทยเข้าสู่การสร้างความสัมพันธ์ในรูปแบบ Online Community มากขึ้นผ่านกลุ่มต่างๆไม่ว่าจะเป็นอันดับ 1.กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 2.กลุ่มท่องเที่ยว 3.กลุ่มครอบครัว 4.กลุ่มสุขภาพและความงาม 5.ความบันเทิง ดนตรี ภาพยนตร์ 6. ธรรมชาติ 7. ชอปปิ้ง 8.การศึกษา 9.การเงินและการลงทุน และ 10.สัตว์เลี้ยง

แบ่งความสนใจเป็นกลุ่มคนเบบี้ บูมเมอร์ ส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับเรื่องของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกลุ่มสุขภาพและความงาม ผ่านการรับรู้ข้อมูลบนแฟลตฟอร์ม Facebook และ Line กลุ่มคนเจนเอ็กซ์และกลุ่มคนเจนวาย มีความสนใจกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวผ่านบนแฟลตฟอร์ม Line Facebook และ Instagram กลุ่มคนเจนซี สนใจกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงการศึกษาผ่านบนแฟลตฟอร์ม Facebook และ Instagram

โดยการมีส่วนร่วมในคอมมูนิตี้ ได้แก่ ติดตามและกดไลค์ 72.9% แชร์ข้อมูล 44.6% แสดงความคิดเห็น 37.2%  และซื้อ-ขายสินค้า  24.4%

Certain Strategy การตลาด 7 ข้อของคนอยู่เป็น

จากข้อมูลการสำรวจ CMMU มองว่ากลยุทธ์การตลาดซึ่งจะเป็นกุญแจด้านการสื่อสารที่สำคัญเพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อและมัดใจมัดใจผู้บริโภคได้ประกอบไปด้วย

Content First เนื้อหาต้องดีโดนใจ จากปริมาณข้อมูลที่มีอยู่มากมายรวมถึงผู้บริโภคมีข้อจํากัดในเรื่องเวลาและความสามารถในการบริโภคข้อมูล ภาคธุรกิจต้องสร้างสรรค์เนื้อหาในการสื่อสารกับกลุ่มตลาดอย่างมีศักยภาพ ตรงใจ ตรงความต้องการ

Engagement with Faith การเข้าถึงด้วยความเชื่อ จากข้อมูลพบว่าคนไทยในทุกกลุ่มมีความเชื่อเป็นพื้นฐาน ดังนั้นหนึ่งในการเข้าถึงผู้บริโภคได้คือสร้างผสมผสานความเชื่อ

Reliable Data ข้อมูลที่เชื่อถือได้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะตัดสินใจเชื่อข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้

Trust in Community ความเชื่อในสิ่งเดียวกัน ผู้บริโภคในปัจจุบันนั้นมีความเชื่อมั่นในกลุ่มที่เต็มไปด้วยข้อมูลจากคนที่มีความเชี่ยวชาญและสนใจในเรื่องเดียวกัน

Agility ต้องมีความคล่องตัว ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการทำงานอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว เพื่อให้สามารถตอบสนองลูกค้าได้อย่างฉับไวในสภาวะที่มีความไม่แน่นอนจึงเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ

Influencer Leading ใช้บุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิด ปัจจุบันผู้บริโภคมั่นใจและตัดสินใจได้แน่นอนมากขึ้นจากการมีกระบอกเสียงหรืออินฟลูเอนเซอร์คอยรีวิวหรือแนะนํา

New Equilibrium ความสมดุลใหม่ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามต้องคำนึงอยู่บนพื้นฐานของความสมดุล ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสารของแบรนด์ผ่านตัวแบรนด์เอง การใช้ Key Opinion Leader (KOL) หรือรีวิวการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ใช้ผู้บริโภคเอง (User-Generated Content)

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.