19,664
VIEWS

เปิดแผน เดนทิสเต้ สบช่องโอกาสโตเตรียมใช้สารสกัด "กัญชง" เป็นส่วนประกอบ

Feb 10, 2021 P.Sininat

“สยามเฮลท์ กรุ๊ป”  บริษัทเจ้าของแบรนด์เดนทิสเต้ เผยถึงแผนในอนาคต เรื่องของการใช้สารประเภท CDB ของพืชตระกูลกัญชา ที่มีสารทีเอชซีต่ำกว่า 1%  ซึ่งตามกฎหมายไทยเรียกว่ากัญชงเข้ามาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ แบรนด์ เดนทิสเต้ จะเริ่มจากผลิตภัณฑ์สเปรย์ ครอบคลุมถึงยาสีฟัน ลูกอม เป็นแผนที่จะได้เห็นสินค้าประมาณปลายปี 2564

โดยในประเทศไทยมีข้อจำกัดในเรื่องของกฎหมายควบคุมการใช้กัญชาและกัญชง ที่ต้องปลูกและสกัดในประเทศเท่านั้น ทำให้เดนทิสเต้มีแผนซื้อสารสกัดแบบสำเร็จผ่านซัพพลายเออร์เพื่อนำมาประกอบในผลิตภัณฑ์ นอกจากประโยชน์ของสารดังกล่าว เดนทิสเต้มองในมุมของการทำการตลาดที่หวือหวาเป็นหลักอีกด้วย หวังกระตุ้นยอดขายและเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ

เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการ สยามเฮลท์กรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับ พรีเมียม “เดนทิสเต้” (Dentiste')  เผยว่า “กัญชงเป็นสารสกัดที่ใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ อย่างประเทศเยอรมนี หลายแบรนด์นำมาใช้ทั้งผลิตภัณฑ์ ที่พบได้บ่อยคือหมากฝรั่ง ส่วนในบ้านเรานั้น มีราคาค่อนข้างสูงแต่ถ้าผลิตออกมาได้สำเร็จจะสามารถกระตุ้นตลาดได้ดี ใช้เวลาเฉลี่ย 6 เดือนในกระบวนการผลิต คาดวางจำหน่ายได้ปลายปี 2564”

ตั้งแต่ปลายปี 2563 ต่อเนื่องมาถึงปี 2564 ทำให้การแข่งขันในตลาดสินค้ารุนแรงมากขึ้น เนื่องจากมาตรการคุมเข้ม

ของภาครัฐทำให้กลุ่มลูกค้าหายไปจากช่องทางการจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรดและตลาดยาสีฟันยังมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า จากเดิมมีคู่แข่งประมาณ 10 ราย ล่าสุดพุ่งพรวดมากถึง 50-60 ราย ตลาดรวมมูลค่า 12,000 ล้านบาท โตขึ้น 2% แต่เดนทิสเต้ -5% ทำให้เดนทิสเต้ต้องเน้นกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่งตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ขณะเดียวกันจำนวนผู้ติดเชื้อที่สูงมากทำให้ผู้คนไม่สามารถไปพบทันตแพทย์และเลือกวิธีการดูแลตัวเองด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่ดี  เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของแบรนด์ Dentiste' ในฐานะยาสีฟันเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ความต้องการครบทุกด้าน

นอกจากนี้ จะขยายช่องทางการขายรูปแบบออนไลน์และ TV Shopping  ซึ่งประสบความสำเร็จมากในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพราะรูปแบบการขายน่าสนใจ สามารถสร้าง Value สินค้า ทำให้คนซื้อเห็นคุณค่าของสินค้าจริงๆ   สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้ายุคโควิด-19 ที่คนอยู่บ้านกันมากขึ้น ดูโทรทัศน์ ใช้อินเตอร์เน็ตและนิยมซื้อของออนไลน์มากขึ้น

สำหรับปัจจุบัน ภาพรวมผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลช่องปาก หรือออรัลแคร์ มีมูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 3% ต่อปี โดยกลุ่มยาสีฟัน 10,000 ล้านบาทเป็นเซ็กเม้นต์ใหญ่ที่สุด และยาสีฟันพรีเมียมยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งเดนทิสเต้ อยู่ในเซ็กเม้นต์พรีเมียม เจาะกลุ่มคนที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ ยินดีจ่ายสำหรับสินค้าที่ดี

ล่าสุด เดนทิสเต้ตัดสินใจทุ่มงบจ้างทีมที่ปรึกษาระดับโลก ผลิตภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “Best Moment” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Dentiste' ปรับรูปแบบใหม่ จากเดิมเป็นยาสีฟันก่อนนอนในหนังโฆษณาชุดเก่า “Bed Moment”  พลิกคอนเซ็ปต์สื่อสารความเป็นผลิตภัณฑ์ Dentiste' Premium Care “Best Moment ช่วงเวลาดีๆ กับคนรอบข้าง แค่ได้อยู่ใกล้กันก็ทำให้ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดได้” เพื่อขยายฐานและเดินหน้าพาแบรนด์ Dentiste' เข้าไปในหลายๆ ประเทศ มุ่งสู่ระดับโลก

สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุด “Best Moment” เราจะได้เห็นพรีเซ็นเตอร์คู่รัก ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต และ น็อต-วิศรุต รังสีสิงห์พิพัฒน์  ใน Moment ที่ไม่เคยได้เห็นที่ไหน เน้นความสนุก ไม่น่าเบื่อ โดยชมพู่ อารยา เป็นพรีเซ็นเตอร์ของเดนทิสเต้มากว่า 3 ปี หลังจากนี้เดนทิสเต้มีแผนทาบทามลิซ่า BlackPink เป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท เพื่อการโปรโมทในประเทศไทย หวังดึงลูกค้า Gen Y ให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

Strategy

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.