3,657
VIEWS

Minimelts ไอศกรีมประสบการณ์ใหม่ ความใส่ใจที่ไม่มีวันหมดอายุ

Jun 04, 2021 -None-

ข้อมูลจากยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ตลาดไอศกรีมในไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2562 มีมูลค่า 16,637 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณ 57,100 ตัน ปี 2563 ที่ผ่านมามีมูลค่า 17,648 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณ 59,500 ตัน และคาดการณ์ว่าในปี 2564 จะมีมูลค่า 18,694 ล้านบาท หรือราว 61,900 ตัน อย่างไรก็ตาม หากมองถึงอัตราการบริโภคไอศกรีมของคนไทยซึ่งตัวเลขอยู่ที่ 1.7 ลิตรต่อคนต่อปี ก็ยังถือว่าน้อยอยู่หากเทียบกับยุโรปและอเมริกาที่บริโภค 15-17 ลิตรต่อคนต่อปี หรือแม้กระทั่งรอบบ้านเราอย่างสิงคโปร์ก็ยังมีอัตราการบริโภคไอศกรีม 2.4 ลิตรต่อคนต่อปี 

คุณปัญจพัฒน์ เลิศประเสริฐเวช ประธาน บริษัท ภิรมย์เฉลิมโชค จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์ไอศกรีมแบรนด์ Minimelts ซึ่งเป็นไอศกรีมเม็ดยอดฮิตในสวนสนุก Everland ของเกาหลีในการก้าวเข้ามาทำตลาดด้วยไอศกรีมเม็ดที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทยเล่าถึงไอเดียในการทำไอศกรีมแบรนด์ Minimelts ว่า

“ตลาดไอศกรีมค่อนข้างใหญ่ ถ้าเทียบกันในอาเซียนคนไทยยังทานไอศกรีมน้อยกว่าประเทศอื่นอย่างสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เราจึงมองเห็นโอกาสที่จะเติบโตได้ จริงๆ แล้วจุดเริ่มต้นของไอเดียมาจากการที่ คุณณสุดา เลิศประเสริฐเวช ภรรยาเคยทำแบรนด์ Tiny Balls Icecream มาก่อน หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยเคยทำมาได้ 2 ปี ธุรกิจเราเริ่มจากการขายตามงาน Events ต่างๆ และกระแสตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างดีมาก มีลูกค้าสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับแฟรนไชส์มีเป็นจำนวนมาก เราเลยเริ่มมองเห็นการขยายธุรกิจนี้จาก Homemade สู่โรงงานที่มีมาตรฐานและความโชคดีของเราคือ เราก็มาเจอกับนักธุรกิจเกาหลีเรื่องไอศกรีมแบรนด์ Minimelts ซึ่งทางเกาหลีเองก็สนใจตลาดในในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่ยังรุกตลาดเข้ามาไม่ได้ หลังจากศึกษาและเจรจากันอยู่นานจนในที่สุดเราก็ได้เซ็นสัญญานำ Minimelts เข้ามาทำในประเทศไทยพร้อมสิทธิ์ในการพัฒนาสูตรสำหรับผู้บริโภคไทย เราจึงเริ่มสร้างโรงงานและสร้างแบรนด์แทนที่ Tiny Balls Icecream”

ด้วยความที่ Passion ในการทำธุรกิจมาจากความชื่นชอบในการทานไอศกรีม ช่วงแรกที่เริ่มพัฒนาโปรดักต์จึงใช้เวลาในการคิดและพัฒนาแต่ละสูตรอยู่นาน 6-12 เดือน รวมทั้งดูแลเอาใจใส่ในทุกกระบวนการผลิตด้วยตัวเองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการทดลองหยดไอศกรีมเม็ดในลิควิดไนโตรเจนที่อุณหภูมิติดลบ 196 องศาด้วยวิธีแฮนด์เมด ให้ออกมาเป็นเม็ดที่สวยงามจนพัฒนามาเป็นกระบวนการแบบอุตสาหกรรมขนาดเล็ก การหาวิธีการจัดส่งด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรองรับความเย็นของไอศกรีมเม็ดที่เพิ่งทำเสร็จได้

"ตอนแรกเรารู้แค่ว่ากระบวนการทำไอศกรีมเม็ดจะต้องใช้ไนโตรเจนเหลวซึ่งเป็นแบบ Food Grade ที่อยู่ในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเราก็ยังไม่ทราบว่าควรจะทำอย่างไรให้เป็นเม็ดที่สวยงาม เราจึงเริ่มจากการใช้ขวดซอสหยดจนพัฒนามาเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการจัดส่งที่ต้องใช้ถุงพิเศษที่จะสามารถทนต่อความเย็นของไอศกรีมได้ ครั้งแรกที่เราลองทำแล้วใส่ถุงจะจัดส่งปรากฏว่าถุงทนความเย็นไม่ได้แตกออกมาทำให้ไอศกรีมของเรากระจายไปทั่ว ซึ่งเรื่องเหล่านี้เราต้องค่อยๆ เรียนรู้ด้วยตัวเองมาโดยตลอด" คุณณสุดา เลิศประเสริฐเวช รองประธาน บริษัท ภิรมย์เฉลิมโชค จำกัด ย้อนให้ฟังถึงกระบวนการในการผลิตที่ต้องเอาใจใส่ทุกขั้นตอน

ความโดดเด่นของ Minimelts จึงอยู่ที่การเอาใจใส่ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต เปรียบเสมือนการทำให้คนในครอบครัวทาน และด้วยความแตกต่างของรูปแบบไอศกรีมที่เป็นเม็ดจะช่วยสร้างประสบ การณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคไทย

“ไอศกรีมทั่วไปเมื่อตักเข้าปากก็จะละลายแต่ไอศกรีมของเราทานเข้าไปจะมี Texture ของความเป็นเม็ดซึ่งสามารถกัดได้ การเคี้ยวเพิ่มรสสัมผัสของเนื้อไอศกรีมที่ไม่ใช่เกล็ดน้ำแข็งหรือน้ำแข็งไส เพราะของเราจะเป็นไอศกรีมเม็ดลักษณะครีมมี่ซึ่งเราถือเป็นเจ้าแรกในไทยที่ทำไอศกรีมเม็ดแบบนี้”

Minimelts วางกลุ่มทาร์เก็ตไว้กว้างตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้ใหญ่ที่ต้องการรับประทานไอศกรีมที่แตกต่างได้ประสบ การณ์ซึ่งไม่เหมือนกับที่เคยทานมา โดยวางรสชาติประเดิมไว้ที่ 8 รสชาติ คือ ช็อกโกแลต คุ้กกี้แอนด์ครีม มิลค์ที เลมอน สตรอเบอรี่ คอตตอนแคนดี้ ชาเขียว และรสซิกเนเจอร์ซึ่งเป็นรสชาติเฉพาะของ  Minimelts ในไทย โดยเป็นรสโยเกิร์ตแบบฟุตตี้ ในอนาคตจะมีการพัฒนารสชาติที่หลากหลายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ในแง่ของการสร้างแบรนด์ การเป็นแบรนด์ใหม่ที่เข้าตลาดมาทีหลังและเป็นรายเล็กสิ่งที่จะสู้กับแบรนด์ใหญ่ได้ก็คือเรื่องของการนำเอาไอเดียนอกกรอบและความแตกต่างมาใช้ในการสื่อสาร ที่สำคัญคือต้องให้คุณค่ากับแบรนด์

“เราต้องลงทุนกับการสร้างแบรนด์อย่างตั้งใจ พิถีพิถัน กว่าที่ไอเดียจะออกไปเราต้องใช้ความใส่ใจเพราะมันคือหน้าตาของเรา เราจึงสร้างแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ที่ไม่ได้แค่มุ่งเน้นเรื่องของการขายไอศกรีมเพียงอย่างเดียว แต่เราทำคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับเรื่องของการให้แง่คิดคนรุ่นใหม่”
 
นอกจากนี้ Minimelts ยังใช้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าไม่ว่าจะเป็น
 
Twitter :Minimelts Thailand (@MinimeltsTH )
TikTok : Minimelts Thailand (@minimelts.th)
Instagram : Minimelts_TH ( minimelts_th )
Facebook page : Minimelts Thailand (@minimeltsthailand)
YouTube : Minimelts Thailand
 
โดยสื่อสารผ่านแคมเปญที่มีชื่อว่า “นิสัยรวย VS นิสัยเอาใจใส่” เพื่อสะท้อนแนวคิด “อย่าตัดสินคนจากภายนอก” ผ่านคลิปวิดีโอ 3 คลิป ซึ่งจะเป็นเรื่องราวที่สะท้อนกลับมาที่วิธีการในการดำเนินธุรกิจของ Minimelts ซึ่งเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนในการผลิตสินค้า ซึ่งถือเป็น Brand Philosophy ของ Minimelts
 
“เรามองว่าตอนนี้การจะทำคอนเทนต์ออกมาไม่ใช่ว่าจะตะโกนขายของอย่างเดียว เราต้องสร้างแรงขับเคลื่อนให้สังคมด้วย การสร้างแบรนด์ที่ดีควรเชื่อมโยงกับเรื่องของสังคม ตอนนี้สังคมพูดถึงเรื่องของนิสัยรวย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณต้องการที่จะสนใจแต่คนนิสัยรวยหรือนิสัยเอาใจใส่ คลิปที่ทำจะออกมา 3 เรื่อง เรื่องที่ 1 คือ นิสัยรวยหรือนิสัยเอาใจใส่ ใช้หัวใจถามตัวคุณว่าจริงๆ แล้วต้องการอะไร ก่อนทิ้งท้ายว่าติดตามตอนต่อไป เรื่องที่ 2 แสดงให้เห็นว่าถ้าเลือกที่นิสัยรวยแล้วจะเจอกับอะไร แล้วถ้าเลือกคนที่เอาใจใส่จะเจอกับอะไร เรื่องที่ 3 จะเป็นหนังเพลงที่แต่งขึ้นมา โดยเราจะโปรโมทแคมเปญผ่านทุกช่องทางออนไลน์ โดยเน้นเรื่องความใส่ใจซึ่งเป็น Brand Philosophy ของเราที่ไม่มีวันหมดอายุเหมือนไอศกรีมของเราที่เราใส่ใจทำ” 
 
ส่วนของช่องทางในการขายของ Minimelts จะมีทั้งแฟลกชิพสโตร์ ตามห้างสรรพสินค้าที่ชั้นนำ ช่องทางดิลิเวอรี่ แฟรนไชส์ในหลากหลายรูปแบบ โมเดิร์นเทรดและแคทเทอริ่ง
 
คุณปัญจพัฒน์ ทิ้งท้ายว่า สำหรับคนที่ก้าวเข้ามาทำธุรกิจไม่มีใครรู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้างในการทำธุรกิจแต่สิ่งสำคัญคือหากเราลงมือทำด้วยตัวเอง วันหนึ่งเราจะเจอกับแผนที่ของตัวเรา
 
“สูตรสำเร็จอาจจะไม่มีอยู่จริง เราต้องลงมือทำเอง พิธีพิถันและเอาใจใส่ ความสำเร็จก็จะมาถึงเราในวันหนึ่ง”
 
ติดตาม Minimelts ได้ตามช่องทางต่าง ๆ 
 
Instagram
 
Facebook
 
Tiktok
 
Twitter
 
Youtube
 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.