7,159
VIEWS

กรณีศึกษา เครื่องดูดฝุ่น Autobot SME ก็คิดแบบ Tech Company ได้

Feb 23, 2021 S.Vutikorn

Autobot เป็นแบรนด์หุ่นยนต์ดูดฝุ่นของไทยที่ทำตลาดมากว่า 8 ปี จนปัจจุบันมียอดขายติดอยู่ในกลุ่ม Top 5 ในประเทศไทย ถือเป็น SME ที่มุ่งมั่นจะเป็น Tech Company ที่น่าจับตามองรายหนึ่งของไทย

ธรรมสร มีรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรบอท เมคเกอร์ จำกัด อธิบายว่า แม้จะเริ่ม ต้นจากการเป็นผู้ผลิตสินค้า Small Appliance โดยมีสินค้าที่เป็นฮีโร่ โปรดักต์คือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น แต่บริษัทมีแผน พัฒนาบริษัทให้เป็น Tech Company 100% วางงบประมาณและลงทุนในส่วนของการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อ ก้าวเป็นบริษัทเทคโนโลยีอย่างเต็มตัว

“เป้าหมายของเราคือ SME ที่จะก้าวไปสู่ Tech Company ทุกวันนี้เรามีการพัฒนา Application ของตัวเอง เพื่อเป็น Home Solution เมื่อก่อนเราขายของชิ้นเดียว ตอนนี้ขาย Solution ที่เพิ่มความสะดวกสบาย ให้ชีวิตง่ายขึ้น”

การปรับตัวครั้งนี้ ธรรมสร อธิบายว่าจะเน้นการสร้างนวัตกรรมและสร้างความสะดวกสบายให้ผู้บริโภค ด้วยการเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลาย และสามารถเชื่อมต่อกลุ่มสินค้าทุกเซ็กเม้นต์ของบริษัทได้ง่ายเพียง ปลายนิ้วด้วย AIoT ไม่ว่าจะเป็น Smart Watch, Digital Door Lock, เครื่องฟอกอากาศ เป็นต้น ซึ่งทุกๆ สินค้า ของ Autobot สามารถควบคุมได้ใน Application เดียว

ปัจจุบัน โรบอท เมคเกอร์มีทีมวิศวกรที่รับผิดชอบงานออกแบบอยู่ทั้งสิ้น 8 คน ส่วนเรื่องการผลิตนั้น จะใช้ประเทศจีน เกาหลี ใต้หวันเป็นฐานการผลิต

ในปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายประมาณ 200 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 50% เหตุผลหลักๆ มาจาก การเปลี่ยนช่องทางการขายมาเน้นที่ตลาดออนไลน์มากขึ้น กับการระบาดของ COVID-19 ทำให้คนต้องอยู่ในที่ พักอาศัยมากขึ้น ซึ่งรายได้ของบริษัทปัจจุบันกว่า 70% มาจากหุ่นยนต์ดูดฝุ่น

ส่วนเป้าหมายในปีนี้ ธรรมสร กล่าวว่าในครึ่งปีหลังจะเริ่มเห็นสินค้าในกลุ่ม Smart Home รวมถึง Pet Device ออกมาวางจำหน่ายมากขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มสินค้าได้อีกอย่างน้อย 20 SKU รวมเป็น 100 SKU

“สินค้าในปีนี้จะเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มให้สามารถทำงานร่วมกับ Alexa Google Home และ Apple Watch ฯลฯ โดยจะเน้นสร้าง Ecosystem เป็นหลัก เพื่อขายความสะดวกสบายให้ลูกค้า โดยเน้นกลุ่มลูกค้าเก่าเป็นหลัก เช่น ระบบที่ควบคุมการเปิด-ปิดเครื่องฟอกอากาศอัตโนมัติ, ระบบ เก็บภาพโมชั่นเซ็นเซอร์ในกล้อง CCTV เราพยายามพัฒนา SW ให้ใช้งานง่ายขึ้นด้วยการขายสินค้า ทั่วไปแต่ Plus ระบบเข้าไป”

เมื่อถูกถามถึงการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขันที่อยู่ในท้องตลลาด ธรรมสร อธิบายว่า Autobot มอง Xiaomi เป็นสินค้าที่มีช่วงราคาเดียวกัน แต่ก็ยังจับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ตรงกันเสียทีเดียว กล่าวคือ กลุ่มเป้า หมายของ Xiaomi ต้องมีความเข้าใจเทคโนโลยีเล็กน้อย เพราะว่าเซอร์วิสยังไม่ครอบคลุม แต่ Autobot เป็น สินค้าของคนไทย มีคนอธิบายเป็นภาษาไทยที่ชัดเจนทำให้คนทั่วไปก็เข้าใจและใช้งานได้ง่าย

ปัจจุบันนี้ ตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในประเทศไทยมีจำนวนแบรนด์ลดลงเมื่อเทียบกับสมัยก่อน โดยมี แบรนด์ที่ทำตลาดหลักๆ คือ Autobot, Xiaomi, Ecovac, iRobot และ Mister Robot

“แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ ยังมองตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเป็นแค่สินค้า Accessory จึงยังไม่ได้ทำตลาดอย่างจริงจัง ตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นยังมีครัวเรือนที่ใช้งานต่ำ แต่เติบโตทุกปี จุดแข็ง ของ Autobot คือมีสินค้าให้เลือกหลายระดับราคาตั้งแต่ 3,000 - 30,000 บาท”

ล่าสุด Autobot ได้มีการเปิดตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่น Storm 3 ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู มี Smart Dock 2.0 เก็บฝุ่นพร้อมชาร์จ เเรงดูดฝุ่นกลับเข้าถังสูงถึง 28000 PA สะดวกสบายไร้การสัมผัส ฝุ่นไม่เลอะมือ ด้วยถังเก็บฝุ่นขนาด 4.3 ลิตร เก็บได้สูงสุดถึง 90 วัน ระบบเเจ้งเตือนเสียงภาษาไทย สุดน่ารัก จากตัวการ์ตูนที่ คุณคุ้นเคย สามารถทำความสะอาดบ้านทั้งหลังในครั้งเดียว ทำงานสูงสุดได้ถึง 4 ชั่วโมง (Eco Mode) เเบตเตอรี่ 5200 mAh ครอบคลุมพื้นที่ 180 ตารางเมตร ใช้งานง่ายในปุ่มเดียว Intelligent Touch Control ไส้กรอง 3 ชั้น HEPA+G3+PET FOAM ลดฝุ่น ลดภูมิเเพ้ ลด PM 2.5

“ในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 300-500 ล้านบาท หัวใจสำคัญอยู่ที่สามารถเพิ่มไลน์สินค้าออกมา ทันหรือไม่ เราต้องการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Smart Home กับเครื่องดูดฝุ่นเป็น 50-50% เรายากเป็น Tech Company มากกว่าแค่บริษัทขายเครื่องดูดฝุ่น”

ทุกวันนี้ Autobot มีไลน์สินค้าที่หลากหลายขึ้นเรื่อยๆ อาทิ หุ่นยนต์ถูพื้น เครื่องดูดฝุ่นมือ เครื่องฟอก อากาศ เครื่องพ่นแอลกอฮอล์ สมาร์ทวอทช์ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.