JWD ดันรายได้ปี 63 ทะลุ 3,900 ลบ.ชูศักยภาพบริการลอจิสติกส์ที่หลากหลาย และขยายฐานไปต่างประเทศ

Mar 01, 2021 -None-

บมจ.เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟลอจิสติกส์ หรือ JWD โชว์รายได้รวมปี 63 กว่า 3,900 ล้านบาท เติบโต 7.2% สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากโรค COVID-19 หลังธุรกิจคลังสินค้าทั่วไป คลังสินค้าห้องเย็น บริการโครงสร้างพื้นฐานลอจิสติกส์  เติบโตได้ดี ส่วนธุรกิจรับฝากยานยนต์และรับฝากสินค้าอันตรายฟื้นตัวเร็ว ด้านบอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.22 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ชูศักยภาพธุรกิจด้านลอจิสติกส์และซัพพลายเชนที่หลากหลายอย่างครบวงจรและกระจายฐานธุรกิจในไทยและต่างประเทศ มั่นใจปี 64 พร้อมเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 

 

ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟลอจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD ผู้เชี่ยวชาญด้านลอจิสติกส์และซัพพลายเชนระดับอาเซียน เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2563 สามารถทำรายได้รวมสูงกว่าปีก่อน แม้ต้องเผชิญความท้าทายในการดำเนินธุรกิจภายใต้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยบริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 3,922.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 3,660.2 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ต้องการรักษารายได้รวมเท่ากับปี 2562 เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่มีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามมีบางธุรกิจที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์และมาตรการเคอร์ฟิวในปีที่ผ่านมา เช่น ธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์, ธุรกิจรับฝากและบริหารสินค้าอันตราย ส่งผลให้มีกำไรสุทธิปี 2563 รวม 290.0 ล้านบาท เทียบกับปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ 362.8 ล้านบาท  

 

สำหรับรายได้รวมปี 2563 ที่เติบโตดีกว่าเป้าหมายนั้น มาจากธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปและธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นที่มีรายได้เติบโตกว่า 10% โดยในส่วนคลังสินค้าห้องเย็นปัจจุบันมีปริมาณการจัดเก็บสินค้าสูงสุดในรอบ 3-4 ปี เนื่องจากมีดีมานด์เพิ่มขึ้นและเกิดการเช่าพื้นที่เก็บสินค้าเป็นระยะเวลานานขึ้นในช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์ ส่วนธุรกิจบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านลอจิสติกส์(Logistics Infrastructure) มีรายได้เติบโตอย่างโดดเด่น จากการรับบริหารท่าเทียบเรือสินค้าชายฝั่ง (Barge Terminal) ที่เปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ภายในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และมีปริมาณตู้คอนเทนเนอร์สินค้านำเข้าเพิ่มขึ้นระดับสูงกว่า 10,000 ตู้ต่อเดือนในช่วงปลายปีที่ผ่านมา รวมถึงธุรกิจให้บริการห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า (Self-Storage) ที่มีรายได้เติบโตดี 

 

นอกจากนี้ยังได้รับผลดีจากธุรกิจให้บริการอาหาร (Food Services) ในไต้หวัน ที่มีรายได้เติบโตก้าวกระโดดจากการขยายบริการจัดเตรียมวัตถุดิบแก่ผู้ประกอบการฟาสต์ฟู้ดชั้นนำ และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน Transimex Corporation ผู้ให้บริการลอจิสติกส์ชั้นนำในประเทศเวียดนาม ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่ดีในปีที่ผ่านมา

ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทจึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากงวดผลการดำเนินงานปี 2563 ในอัตรา 0.22 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 224.4 ล้านบาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 พฤษภาคมนี้ และจะจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม 2564  

 

ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JWD กล่าวว่า จากรายได้รวมในปี 2563 ที่เติบโตดีกว่าปีก่อนมาจากการวางยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจให้บริการด้านลอจิสติกส์และซัพพลายเชนที่หลากหลายอย่างครบวงจร ตลอดจนรุกขยายการลงทุนในไทยและต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายลอจิสติกส์ในระดับภูมิภาคอาเซียนให้เกิดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ  ส่งผลให้บริษัทสามารถก้าวผ่านความท้าทายทางเศรษฐกิจและผลกระทบจากโรคระบาดในปีที่ผ่านมา

 

ขณะที่ปี 2564 มั่นใจว่าด้วยศักยภาพของบริษัทจะเป็นปีที่สามารถผลักดันรายได้และผลกำไรเติบโตได้ดี เนื่องจากการแพร่ระบาดรอบใหม่ของโรค COVID-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรงเท่ากับปีที่ผ่านมา ประกอบกับธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ รวมถึงธุรกิจรับฝากและบริหารคลังสินค้าอันตรายของ JWD มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยสามารถทำรายได้ช่วงไตรมาส 4/63 สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้

 

ส่วนสถานการณ์ธุรกิจในเดือนมกราคมที่ผ่านมาถึงปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นในมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ปัจจุบันมีความต้อง การจัดเก็บสินค้ามากกว่าปริมาณพื้นที่รองรับได้ ส่วนการดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้าข้ามแดนจากไทย-เมียนมา ขณะนี้ยังดำเนินการได้ตามปกติ แต่อาจใช้ระยะเวลาการขนส่งเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการตรวจตราที่เข้มงวด นอกจากนี้จะรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจที่ขยายการลงทุนแล้วเสร็จ เช่น การเปิดให้บริการคลังสินค้าจัดเก็บเอกสารแห่งใหม่ที่ใช้ระบบอัตโนมัติ, การเปิดบริการคลังห้องเย็นโรบอติกส์ (อาคาร 9), ขยายการให้บริการท่าเทียบเรือสินค้าชายฝั่งรองรับตู้คอนเทนเนอร์สำหรับสินค้าส่งออก เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปีนี้ 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.